Skip to content

สธ. เปิดแนวทาง ATK เป็นบวกได้เข้าระบบเร็ว

06 ส.ค. 2564 | 15:38น.
สธ. เปิดแนวทาง ATK เป็นบวกได้เข้าระบบเร็ว

สธ. เปิดแนวทางหลักเกณฑ์เข้าระบบผู้ป่วยยืนยันสำหรับกลุ่มตรวจ ATK ชี้แยกกักตัวที่บ้านไม่ต้องรอผลยืนยัน มียา-อาหาร-อุปกรณ์ให้พร้อม ส่วนการเข้ากักตัวในชุมชน-รพ.-ฮอสพิเทล ยันผล ATK เข้าได้ แต่ต้องเซ็นยินยอมควบคู่ตรวจ RT-PCR คู่ขนานทีหลัง หวั่นผลบวกลวง พร้อมเพิ่มคู่สาย 1330 ทะลุ 3 พันคู่สาย ด้าน กทม. ทุกเขตมีเบอร์ต่อตรงแต่ละเขต แก้เกม สปสช. โทรติดยาก

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการตรวจหาเชื้อโควิดแบบเร็วผ่านวิธี Antigen test kit (ATK) จะมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการตรวจเชิงรุกมากขึ้นทั้งจากทีม CCRT ของ กทม. และ สธ. ตลอดจนกลุ่มชมรมแพทย์ชนบทที่ส่งทีมมาช่วยค้นหาเชิงรุกอีก 39 ทีม

อย่างไรก็ดี โดยปกติหากตรวจ ATK ผลเป็นบวก และยังเป็นกลุ่มสีเขียวอยู่ จะให้เข้ารับการรักษาในระบบแยกกักตัวที่บ้าน (Homr Isolation หรือ HI) ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่มีประชาชนจำนวนมากไม่สามารถทำ HI ได้ และต้องการเข้าสู่ระบบการกักตัวในชุมชน (Community Isolation หรือ CI) แต่ติดปัญหาที่ต้องมีผลตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ด้วยนั้น

อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการตรวจด้วย ATK เป็นบวก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้าข่าย (Probable case) ซึ่งจะมี 2 ทางเลือกในการรักษา ได้แก่

1.แยกกักตัวที่บ้านในระบบ Home Isolation สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีผล RT-PCR ยืนยัน และจะสิ่งสนับสนุนจาก สปสช. อาทิ อาหาร 3 มื้อ, เครื่องวัดอุณหภูมิ, เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด และยาจำเป็น รวมไปถึงสิ่งจำเป็นอื่น ๆ อย่างแมสก์ ถุงแดงสำหรับใส่ขยะติดเชื้อ

2.เลือกเข้ารับการรักษาร่วมกับผู้อื่น ทั้งการแยกกักตัวในชุมชนในระบบ Community Isolation การรักษาในโรงพยาบาล และการรักษาตัวในฮอสพิเทล ซึ่งต้องปะปนกับผู้ติดเชื้อโควิดรายอื่น ๆ แต่ด้วยการตรวจยืนยันด้วยวิธี ATK จะมีผลบวกลวง 3-5% ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจึงต้องตรวจด้วยวิธี RT-PCR คู่ขนานไปด้วย

“เราไม่อยากให้การทำ RT-PCR เป็นอุปสรรคในการรักษาของผู้ป่วย ดังนั้น เราจะให้ผู้ป่วยเข้ารักษาที่ CI หรือฮอสพิเทล หรือ รพ. แต่ให้ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเซ็นใบยินยอมรับการรักษา และทำ RT-PCR คู่ขนาน ซึ่งขณะนี้กำลังติดต่อทางเอกชนมารับสว็อปหน้างานด้วย”

ทั้งนี้ ปัจจุบันระบบการตรวจนั้น มี 3 ลักษณะ ได้แก่

1.ตรวจที่โรงพยาบาล มีระบบส่งชื่อเข้าระบบอยู่แล้ว

2.ตรวจเชิงรุก โดยมีทีมแพทย์ชนบท CCRT ของกระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ มีการตรวจหน้างาน ซึ่งจะขึ้นทะเบียนผู้ป่วย และ สปสช. จะเก็บข้อมูลเพื่อไปจับคู่กับคลินิกชุมชนอบอุ่น หรือ รพ. หรือศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. เพื่อที่จะทำ HI หรือ CI โดยขณะนี้ระบบ CI มีประมาณ 5,000-6,000 เตียง และยังมีเอกชนมาช่วยด้วย

3.ตรวจ ATK ด้วยตนเอง ซึ่งหากเป็นชุดเทสต์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากเป็นบวกให้ถ่ายรูปผลการตรวจ และรับบริการได้ที่เบอร์ 1330 ซึ่งขณะนี้มี 3,000 คู่สาย คิดว่าจะเพียงพอ หากไม่สามารถติดต่อได้ ก็ให้แอดไลน์ของ สปสช. จะมีระบบสอบถาม และส่ง SMS แจ้งกลับมา โดยทั้งหมดเมื่อผลออกมาก็จะเข้ารับการรักษาได้ทั้ง HI หากไม่ได้ก็ CI หรือโรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลหลัก เป็นต้น

นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่กรุงเทพที่มีการติดเชื้อหนัก ส่งผลให้ติดต่อทาง สปสช. 1330 ได้ยาก และไม่มีการดำเนินการกลับมาภายใน 48 ชม. นั้น

ล่าสุด ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการให้ทั้ง 50 เขต มีเบอร์โทรศัพท์ประจำเขต แต่ละเขตมี 20 คู่สาย รวมแล้วกว่า 1,000 คู่สาย เพื่อบริการประชาชน

ทั้งนี้ หากลงทะเบียนจาก สปสช. แล้ว แต่ไม่มีคลินิกติดต่อมา และติดต่อ สปสช. ไม่ได้ ให้สอบถามไปทาง 50 เขตดังกล่าว ซึ่งจะเปิดบริการ 24 ชั่วโมง และหากมีปัญหาฉุกเฉินเร่งด่วน อาการค่อนข้างวิกฤตให้โทร 1669 แต่หากไม่วิกฤตขออนุญาตสงวนให้คนวิกฤตจริง ๆ เพราะไม่เช่นนั้นคนวิกฤตจริง ๆ จะไม่ได้รับการบริการตามสมควร

ส่วนกรณี รพ.ไม่ยอมตรวจ RT-PCR เมื่อผล ATK เป็นบวก ขณะนี้กรมการแพทย์มีหนังสือแจ้งเวียน รพ.รัฐทั่วประเทศ เกี่ยวกับแนวทาง ATK แล้วว่าต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งในส่วนของภาคเอกชน ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ก็มีการแจ้งแล้วเช่นกัน

เมื่อถามถึงกรณีตรวจ ATK ผลเป็นบวก และติดต่อทางสปสช. 1330 ไม่ได้ หรือหลายคนติดต่อได้ แต่ยังไม่สามารถเข้าระบบได้เกิน 48 ชั่วโมง นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า พยายามคอนเฟิร์มกับทางเลขาธิการ สปสช. ตลอด ซึ่งยอมรับว่า ขณะนี้ผู้ป่วยแต่ละวันมีจำนวนมาก

ส่งผลให้อาจมีผู้ป่วยตกค้างที่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ทาง สปสช. พยายามเคลียร์ไม่ให้เกิน 48 ชั่วโมง แต่ก็ต้องขอขอบคุณทาง กทม. ที่มีเบอร์ประจำเขต พี่น้องประชาชนอยู่เขตไหนให้ติดต่อสอบถามไปทางเขตนั้นได้เลย และทางเขตจะจับคู่คลินิกต่าง ๆ ให้ แม้กระทั่งคลินิกความงาม ทางเลขาฯ สปสช. มีการอบรมกระบวนการในการดูแลผู้ป่วย

นอกจากนี้ อธิบดีกรมการแพทย์ ยังกล่าวถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุขปรับหลักเกณฑ์ให้ผู้ป่วยกลับเร็ว ยังไม่ครบกำหนด 14 วันว่าจะมีปัญหาหรือไม่ โดยยืนยันว่า การให้กลับไปนั้น เป็นการแยกกักที่บ้านเรียกว่าเข้าสู่ระบบ HI มีหมอมีพยาบาลติดตามอาการด้วยเทเลเมดิซีน มีอาหาร มียา มีระบบติดตามตลอด ทั้งนี้ ที่ต้องทำเพราะเราพยายามรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมีเชื้อมากกว่าคนที่อยู่ในรพ.มาก่อนแล้ว 10 วัน และทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานการดูแล

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตรวจโควิด-19