จัดกำลังตำรวจ 6 พันนาย รับมือม็อบ 7 ส.ค. สตช. เตือนเสี่ยงติดโควิด
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ผบช.น. ลั่น ชุมนุมในช่วงเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผิดกฎหมาย ยันไม่มีนโยบายใช้กระสุนจริง พร้อมจัดกำลังตำรวจ 6 พันนาย รับมือมอบ 7 ส.ค. สตช.เตือนเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
วันที่ 7 สิงหาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุม ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือ Free Youth ร่วมกับกลุ่มต่างๆ อีก 9 กลุ่มว่า ว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
และอยู่ในห้วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การชักชวนกันมาชุมนุมถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งตำรวจพยายามให้ข่าวขอความร่วมมือประชาชนไม่ได้มีที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณการชุมนุม ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางเพราะอาจได้รับผลกระทบ
เพราะการชุมนุมหลายๆ ครั้ง บางกลุ่มมีการกระทำที่รุนแรง หรืออาจทำความเสียหายหรืออันตรายให้บุคคลอื่น ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างกรณีที่ชักชวนกันไปพื้นที่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ พวกเราไม่ใช่เฉพาะตำรวจคงต้องช่วยกันในการดูแลปกป้องทรัพย์สมบัติของชาติ
“ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามความจำเป็น ไม่ได้มีเจตนาจะไปไล่ยิง หรือไล่จับใคร แต่หากมีการกระทำผิด ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ทำไปตามสถานการณ์ หากผู้มาทำกิจกรรมไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจก็ไม่รุนแรง พร้อมยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้ใช้กระสุนจริง โดยใช้อาวุธที่ได้รับอนุญาต ยกเว้นแต่ว่าจะเกิดความรุนแรงอีกระดับหนึ่ง ที่ผ่านมาตำรวจพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย” พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าว
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า การทำกิจกรรมใด ไม่เกิดผลกระทบกับประชาชนหรือทำลายทรัพย์สิน หรือสุ่มเสี่ยงขัดกับกฎหมาย พ.ร.บ.โรคติดต่อ ตำรวจก็อาจต้องบังคับใช้กฎหมาย ทุกครั้งตำรวจไม่เคยรุนแรง และจริงๆ ไม่ควรมาชุมนุม ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้พยายามกำหนดพื้นที่ควบคุม จัดเส้นทางเพื่อเลี่ยงให้กับประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่แถวนี้
ยังขอความร่วมมือกลุ่มที่มีความเห็นต่างว่าอย่าออกมา เพราะจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง นอกจากนี้ บช.น. ได้มีการส่งหนังสือถึงกองทัพบก ขอสนับสนุนกำลังทหารให้มาช่วยปฏิบัติการเพราะตามประกาศของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เจ้าหน้าที่ทหารจัดเป็นหนึ่งในเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ มีสิทธิตามกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่จะเข้าร่วม รวมถึงพี่น้องประชาชนทั่วไป ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ที่อาจได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันจากการจัดกิจกรรรมดังกล่าว
การชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีบางกลุ่มดำเนินการจัดกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดทางกฎหมายและละเมิดต่อสิทธิของผู้อื่นหลายลักษณะ เช่น การวางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นหรือทรัพย์สินของทางราชการ เข้าข่ายความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์, การสาดสี/พ่นสี ใส่ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือทรัพย์สินของทางราชการ เข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และการใช้ยานพาหนะขับขี่หรือจอดในลักษณะการกีดขวางการจราจร เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เป็นต้น
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มที่จะร่วมชุมนุมจัดกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งนอกจากจะสุ่มเสี่ยงและอาจเข้าข่ายกระทำผิดทางกฎหมายแล้ว ยังอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ร่วมถึงเป็นผู้แพร่เชื้อได้ตลอดเวลา และขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณทีมีการชุมนุมและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสวัสดิภาพของทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นได้จัดเตรียมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนไว้ 38 กองร้อย หรือประมาณ 5,700 นาย และเตรียมกำลังสนับสนุนเพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ โดยจะมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด 14 จุดรอบพื้นที่ชุมนุม
