ประยุทธ์ ลั่น ยึดหลักสากล ปราบม็อบ 7 ส.ค.
แม้การชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงยังยืดเยื้อ หลังจาก “เยาวชนปลดแอก” ประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. หลังดวลเดือดนาน 4-5 ชั่วโมง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคุมฝูงชนยิงปืนแก๊สน้ำตา สลับ “กระสุนยาง” พร้อมอาวุธหนัก รถฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาความดันสูง ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมตอบโต้ด้วยการขว้างปาสิ่งของ ปะทัดยักษ์ สลับกับรุก-รับ เดินหน้าและถอยร่น
ล่าสุด ประยุทธ์ ขอบคุณทุกฝ่าย- เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลการชุมนุม ระงับเหตุตามสถานการณ์และความจำเป็น ยึดหลักสากล
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ดูแลการชุมนุม ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเข้าระงับเหตุและควบคุมฝูงชน ยึดหลักสากล ปฏิบัติการตามสถานการณ์และความจำเป็นเท่านั้น
พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ หลีกเลี่ยง ไม่เข้าร่วมหรือไปยังพื้นที่ชุมนุม นายกรัฐมนตรียังรู้สึกเสียใจที่การชุมนุมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน สร้างความเดือดร้อนและสร้างผลกระทบให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และผู้ที่เดินทางทั่วไปด้วย
นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้ย้ำว่า การชุมนุมที่มีการใช้ความรุนแรงนั้น ถือเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ทั้งพ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งยังได้มีประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่องการห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 9 ที่ห้ามชุมนุม ซึ่งมีความผิดจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท
“จึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุม และผู้ที่ต้องการแสดงออกทางการเมืองเสนอความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนมายังรัฐบาลด้วยแนวทางอย่างสุจริต หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและใช้ช่องทางตามกฎหมายที่มีอยู่”นายอนุชากล่าว


