เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

บัวหลวง กาง 4 ปัจจัยก่อนลงทุน ‘ตลาดทุน-ตลาดเงิน’ ในสหรัฐ

22 ส.ค. 2564 | 15:50น.
กองทุนบัวหลวง

กองทุนบัวหลวง

กองทุนบัวหลวง วิเคราะห์ 4 ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนในสหรัฐฯ ที่นักลงทุนควรติดตาม “นโยบายการเงิน-เงินเฟ้อ-การจ้างงาน-นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ” เชื่อมั่นสหรัฐยังเป็นขุมทรัพย์การลงทุนขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน

วันที่ 22 สิงหาคม 2564 ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา Chief Economist บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจโลก ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน

ทั้งยังมีหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่นักลงทุนรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันดีอยู่มากมาย เช่น Facebook, Google หรือ Amazon ดังนั้น จึงถือเป็นขุมทรัพย์การลงทุนขนาดใหญ่ ที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนในสหรัฐฯ ที่นักลงทุนควรติดตาม อยู่ 4 เรื่อง ได้แก่

1. เรื่องของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่นักลงทุนต้องจับตาว่า เฟดจะมีทิศทางอย่างไร เฟดมองตัวแปรไหนเป็นตัวชี้วัดประเมินผลงาน (KPI) โดยช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่า การอัดสภาพคล่องซื้อสินทรัพย์จากสถาบันการเงิน เป็นเหตุผลทำให้สภาพคล่องล้นตลาดจนเข้าสู่ตลาดทุน และทำให้ตลาดทุนเดินตามเกมนโยบายการเงินของเฟดอยู่ตลอด

2.ประเด็นอัตราเงินเฟ้อ เรื่องนี้ก็สืบเนื่องมาจากนโยบายการเงินของเฟดนั่นเอง เพราะ KPI อย่างหนึ่งของเฟด คือ เงินเฟ้อ ซึ่งเฟดอยากเห็นเงินเฟ้อที่ 2% แต่เวลานี้ ถ้าดูตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือนที่ออกมา แล้วคูณไป 12 เดือน จะพบว่า อัตราเงินเฟ้อเกินกว่า 2% ไปมากแล้ว

อย่างไรก็ดี เฟดเคยออกมาบอกว่า จะยอมให้เงินเฟ้อเกิน 2% ได้ เพราะเข้าใจได้กับช่วงเวลานี้ที่ความต้องการสินค้าล้นตลาด เพราะอั้นไว้นานในช่วงที่ล็อคดาวน์จากโควิด-19 ดังนั้นก็คงต้องจับตากันต่อไปว่า ถ้าเงินเฟ้อกลับมาสู่ระดับปกติ คือ ปรับขึ้นเดือนละ 0.2-0.3% แล้ว เฟดอาจกลับมาสนใจตัวชี้วัดนี้อีกครั้ง

3.การจ้างงาน เนื่องจากการจ้างงานเป็นเครื่องชี้วัดทาวเศรษฐกิจตัวท้ายสุดที่จะปรับขึ้น ซึ่งปกติแล้ว นโยบายการเงินที่ดีจะต้องรอให้เครื่องชี้เศรษฐกิจขยายตัวให้ครบก่อน จึงจะพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้น เฟดเองก็น่าจะรอดูการจ้างงานก่อน หากดีขึ้นแล้ว จึงพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ

โดยเมื่อไม่นานมานี้ มีการประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรรอบล่าสุด เกิดการจ้างงานกว่า 9 แสนตำแหน่ง ทำให้ตำแหน่งที่ยังขาดคนลดลงไปเรื่อยๆ ในช่วงเกิดโควิดนั้น ตำแหน่งงานหายไปกว่า 20 ล้านตำแหน่ง ในช่วงเวลานี้ตำแหน่งงานถูกเติมเต็มเพิ่มมากว่า 5 ล้านตำแหน่ง

ทั้งนี้หากคำนวณต่อไปในระยะข้างหน้า ถ้าจำนวนตำแหน่งงานเพิ่มในระดับ 8-9 แสนตำแหน่งต่อเดือน การจ้างงานก็น่าจะกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิดในอีก 8-10 เดือนข้างหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องมาจับตาดูว่า เฟดจะเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินหรือไม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเห็นเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2565

รวมถึงประเด็นการลดหรือชะลอซื้อสินทรัพย์สภาพคล่อง ที่เรียกว่าทำ taper นั้น ไม่อยากให้นักลงทุนไปกังวลกับประเด็นนี้มากนัก เพราะกว่าที่จะเห็นการลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ เฟดจะต้องแน่ใจก่อนว่า สถาบันการเงินที่นำสินทรัพย์มาขายให้จะอยู่ได้ และคงต้องเห็นอัตราดอกเบี้ยไต่ขึ้นไปช่วงหนึ่งก่อนจึงจะเห็นการลดซื้อสินทรัพย์เกิดขึ้น

4. การผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในสภาคองเกรส เพราะสหรัฐฯ เป็นประเทศที่การเมืองเป็นประชาธิปไตยสูงสุดในโลก จึงต้องมีการลงคะแนนเสียงและต่อรองกันในสภา ซึ่งโดยปกติแล้ว ประธานาธิบดีไม่ใช่คนที่มีความสำคัญมากที่สุดในสภาคองเกรส แต่เป็น ประธานสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งก็คือ ชัค ชูมเมอร์ กับแนนซี่ เพโลซี เวลาจะผลักดันนโยบายอะไรให้ผ่านสภาคองเกรส ต้องผ่านทั้ง สส. และ สว. ซึ่งการจะทำอย่างนี้ได้ เสียงส่วนมากต้องเป็นเดโมแครตชนะ

หากมองย้อนไปในครั้งที่ บารัค โอบามา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี ได้มีการผลักดันนโยบายด้านสุขภาพ Obama care สำเร็จ แต่ในรอบสุดท้ายของสภา คือ ช่วงเทอมที่ 2 โอบามา เป็นประธานาธิบดีเสียงข้างน้อย ไม่สามารถผลักดันนโยบายอะไรได้เลย เมื่อนำมาเทียบกับไบเดนในรอบนี้ ในช่วง 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง 2 ปีแรก ซึ่งเป็นเทอมแรก ต้องติดตามไบเดนจะทำอย่างไรก็ได้ให้ผลักดันนโยบายการคลังออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้ยังครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภาอยู่

ซึ่งปัจจุบันนโยบายที่ผลักดันสำเร็จมีอย่างเดียว คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยเรื่องโควิด มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน Build Back Better แผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูสหรัฐฯ ของโจ ไบเดน แต่นโยบายอื่นๆ เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันทางอุตสาหกรรม เน้นหนักที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และกฎหมายลูกเกี่ยวกับชิปยังค้างอยู่ในสภา ยังผลักดันไม่สำเร็จ หากนโยบายนี้ผลักดันสำเร็จจะมีมูลค่าหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ และยานยนต์ได้อานิสงส์

นอกจากนี้ ใน Build Back Better ยังมีอีก 2 เรื่องที่ยังไม่ได้ผลักดันให้สำเร็จ คือ โครงการโครงสร้างพื้นฐานและพ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่องครอบครัวสหรัฐฯ ที่มีเรื่องให้การศึกษาเด็ก ซึ่งถ้าผลักดันได้ ก็จะทำให้มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ค่อนข้างมาก เช่น กลุ่มพลังงานสะอาด กลุ่มก่อสร้าง เป็นต้น

” ทั้งนี้ แนะนำว่า ถ้าตัดเรื่องทิศทางนโยบายการเงินออกไป แล้วดูผลตอบแทนที่หุ้นสหรัฐฯ ทำได้ต่อปี จากข้อมูลในอดีต พบว่า มีน้อยปีมากๆ ที่ผลตอบแทนจากหุ้นสหรัฐฯ ติดลบ ภาพรวมส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนที่ดีหลายปีติดต่อกัน ดังนั้น ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เชื่อว่าผู้จัดการกองทุนสามารถหากลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้นๆ ได้” ดร.มิ่งขวัญ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุนบัวหลวง ตลาดทุน