ศบค. ไม่ได้บังคับนั่งกินในร้านอาหาร ต้องฉีดวัคซีน-ตรวจ ATK
ร้านอาหาร
ศบค. แจงมาตรการร้านอาหาร ไม่ได้บังคับพนักงาน-ลูกค้า “ฉีดวัคซีน-ตรวจ ATK” เป็นการขอความร่วมมือผู้ที่พร้อมก่อนในช่วงแรก ปักหลัก 1 ต.ค.นี้จะชัดเจนมากขึ้น
วันที่ 1 กันยายน 2564 ที่เฟซบุ๊กเพจ The Coverage เผยแพร่คำแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ของ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยมีช่วงหนึ่งที่กล่าวถึง มาตรการคลายล็อกให้สามารถนั่งรับประทานในร้านอาหารได้
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการเปิดกิจการนี้ขอให้ทยอยเปิดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยในส่วนที่ประชาชนมีการสอบถามเข้ามาจำนวนมาก คือมาตรการฉีดวัคซีน และการตรวจหาเชื้อด้วย Antigen Test Kit (ATK) ในการให้บริการสถานประกอบการ รวมถึงร้านอาหารต่าง ๆ
ซึ่งต้องขอเน้นย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือ และพยายามสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเริ่มนำร่อง ในพื้นที่หรือสถานประกอบการใดที่พร้อมก็สามารถดำเนินตามมาตรการได้เลย
สำหรับการยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 บนหลักการ COVID-Free Setting จะประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1. COVID-Free Environment สภาพแวดล้อม มีระบบระบายอากาศ สุขอนามัย สะอาดปลอดภัย เว้นระยะห่าง
2. COVID-Free Personnel พนักงานบริการ ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ และตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ 3. COVID-Free Customer ผู้ใช้บริการ มี Green Card สำหรับผู้ที่ได้วัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือ Yellow Card สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อ หรือตรวจ ATK ผลเป็นลบภายใน 7 วัน
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในส่วนของสภาพแวดล้อมหรือมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคลนั้น ทุกแห่งล้วนคุ้นเคยและสามารถทำได้เลย แต่ในส่วนของพนักงานที่จะต้องได้รับวัคซีนนั้น อาจมีความพร้อมในจังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนไปได้เยอะ คือกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอีก 23 จังหวัดที่เหลืออาจยังไม่พร้อม เนื่องจากวัคซีนยังกระจายไปไม่ทั่วถึง จึงขอเน้นย้ำว่ามาตรการนี้ยังไม่ได้เป็นการบังคับหากยังไม่มีความพร้อม
เช่นเดียวกับการจัดหาชุดตรวจ ATK มาตรวจให้กับพนักงานเป็นประจำ ซึ่งบางสถานประกอบการที่มีพนักงานจำนวนมากอาจจะไม่สะดวก ตรงนี้เข้าใจและต้องการให้สถานประกอบการมีการสำรวจความพร้อมและขอความช่วยเหลือมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนผู้ใช้บริการหรือลูกค้าที่จะต้องมีการฉีดวัคซีน
ตรงนี้ก็ขอให้แต่ละจังหวัดมีการผ่อนผันก่อน เพราะวัคซีนอาจยังกระจายไม่ทั่วถึง รวมถึงการจัดหา ATK มาตรวจให้ลูกค้าที่อาจยังไม่สามารถจัดหาได้
“วันนี้เราอาจไม่พร้อมแต่เราจำเป็นต้องเริ่มเพื่อให้เห็นทิศทาง โดยในพื้นที่ สถานประกอบการ หรือร้านอาหาร ที่มีความพร้อมก็ขอสนับสนุนให้ดำเนินการได้เลย เพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องที่จะศึกษาข้อปฏิบัติมาตรการนี้ว่ายังมีจุดอ่อนหรือสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างไร และปรับให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งต่อไปก็จะง่ายสำหรับกิจการอื่น ๆ ในการเรียนรู้ โดยเราปักหลักกันว่า 1 ต.ค.นี้จะเห็นความพร้อมชัดยิ่งขึ้น นำไปสู่การคลายมาตรการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัย”
พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของการฉีดวัคซีนเมื่อกระจายให้กลุ่มเสี่ยงไปแล้ว ในหลายจังหวัดที่มีความพร้อมมากขึ้น ก็สามารถพิจารณาตามบริบทหรือเศรษฐกิจภายในจังหวัดได้ โดยอาจกำหนดให้บุคคล อาชีพกลุ่มใด
เช่น บางจังหวัดอาจมุ่งเพื่อเปิดกิจการ ร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านนวด หรือแคมป์คนงาน พนักงานขนส่งสาธารณะ ก็สามารถพิจารณาเพื่อระดมฉีดให้คนกลุ่มเหล่านี้ได้ ส่วนผู้ประกอบการภาคเอกชน สมาคมต่าง ๆ ก็สามาถเร่งสำรวจความต้องการเพื่อขอการสนับสนุนจากจังหวัดได้
ดังนั้นในขณะนี้จึงเน้นย้ำสำหรับบางร้าน บางสถานประกอบการที่มีความพร้อมจริง ๆ ก็ขอเชิญชวนให้เสียสละเป็นร้านนำร่อง ในการขึ้นป้ายประกาศว่าพนักงานฉีดวัคซีนครบ ขึ้นป้ายแสดงผลการตรวจ ATK แต่ละสัปดาห์ เป็นต้น ซึ่งตรงนี้จะทำให้ทุกคนค่อย ๆ เห็นทิศทาง ลูกค้าก็จะเกิดความมั่นใจ
ส่วนในบางร้านที่ยังรู้สึกว่าไม่พร้อม หรือยังไม่มั่นใจในความเสี่ยง ก็อาจเลือกปิดไปก่อนได้เช่นกัน เพราะต้องเรียนว่าแม้เราจะอนุญาตให้เปิด แต่ก็ยังต้องคงมาตรการสาธาณสุขอย่างเข้มงวด เพราะถ้าเราย่อหย่อนไม่กำหนดมาตรการเต็มที่
หากนับจากนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับสูงขึ้นอีก แล้วเราต้องถอยกลับมาล็อคดาวน์ใหม่ ทุกคนคงต้องเสียใจ และผู้ประกอบการก็จะเดือดร้อนอีกครั้ง จึงอยากให้เน้นย้ำว่าค่อยเป็นค่อยไป ถึงช้าหน่อยแต่ว่ามีความมั่นคงปลอดภัย