เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
Finance FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
Finance ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

KTC กางแผนช่วยสังคม ชวนบริจาคผ่านแอปฯให้องค์กรการกุศล

07 ก.ย. 2564 | 11:11น.
เคทีซี

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ “เคทีซี” ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสังคม ด้วยการเป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิกบัตร และพันธมิตรองค์กรการกุศลกว่า 60 แห่ง เพื่อช่วยเหลือสังคมในหลากหลายมิติ พร้อมกับเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มช่องทางการบริจาคทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และโมบายแอปพลิเคชั่น KTC Mobile

“สิรีรัตน์ คอวนิช” ผู้อำนวยการธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ “บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)” กล่าวว่า เคทีซีดำเนินการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการร่วมเป็นจิตอาสาหรือการสมทบทุนในโครงการต่าง ๆ ตลอด 15 ปีผ่านมา โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์สนับสนุนโครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างมูลนิธิเพื่อสังคมกับสมาชิก พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับบริจาคผ่านบัตรเครดิตให้กับสมาชิกเคทีซีมีทั้งแบบรายเดือน, รายครั้ง และคะแนนสะสม เพื่อส่งต่อให้กับมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลกว่า 60 แห่ง

“ซึ่งปี 2563 ผ่านมามียอดบริจาคผ่านบัตรเครดิตของเราด้วยคะแนน KTC FOREVER กว่า 50 ล้านคะแนน เป็นยอดเงินบริจาครวมกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้การระบาดของโควิดระลอก 3 มีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้มูลนิธิ และองค์กรการกุศลต่างเผชิญกับภาวะที่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมลดน้อยลง”

“เคทีซีจึงตั้งใจพัฒนาแพลตฟอร์มช่องทางการบริจาค ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และโมบายแอปพลิเคชั่น โดยล่าสุดพัฒนาช่องทางออนไลน์ ด้วยฟังก์ชั่นการบริจาคผ่านบัตรเครดิตด้วย QR pay การบริจาคด้วยคะแนนผ่าน QR point ผ่านแอป KTC Mobile เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกเคทีซีสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมได้ง่ายขึ้น”

“CCF” ภารกิจศูนย์พักคอย

“ดร.บรรจงเศก ทรัพย์โสภา” ผู้อำนวยการมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (Community Children Foundation Under the Royal Patronage of HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn-CCF) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรการกุศลที่ได้รับการสนับสนุนจากเคทีซี กล่าวว่ามูลนิธิทำงานช่วยเหลือเด็ก และเยาวชนในประเทศไทยมา 64 ปี ใน 4 รูปแบบ คือ

1.พัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

2.พัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเพื่อเป็นอนาคตของประเทศ

3.เน้นทำงานควบคู่กับเครือข่ายภาคี เช่น เคทีซี ภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรการกุศล

และ 4.ปรับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น โควิด-19 ทำให้มูลนิธิต้องปรับตัวหลายด้าน ทั้งการทำงานปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การเยี่ยมเด็ก และการทำกิจกรรมร่วมกับผู้นำชุมชน หรือโรงเรียน

ภาพจาก มูลนิธิ CCF

“สำหรับเงินบริจาคที่มูลนิธิได้รับจากหลาย ๆ ทาง แต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 300 กว่าล้านบาทถูกจัดสรรไปตามโครงการต่าง ๆ ใน 35 แห่งของมูลนิธิทั่วประเทศ เพื่อช่วยในเรื่องการศึกษา สุขอนามัย จิตอาสาต่าง ๆ จำนวนเงินนี้ หากถามว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องบอกว่าปัญหาความยากลำบากในประเทศไทยมีมาก เราพยายามวางแผนงานให้มีความสมดุลมากที่สุด”

“ซึ่งโครงการใหญ่ที่สุดของเราคือโครงการอุปการะเด็ก ตอนนี้มีเด็กที่อยู่ในความดูแลกว่า 4 หมื่นราย และการที่จะทำให้เด็ก 1 คนเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีได้ก็ต้องพึ่งพาอาศัยคนในครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อมของเขาด้วย ฉะนั้น จึงเกิดการพัฒนาโครงการต่าง ๆ เพิ่มเติมในชุมชนของเด็ก เช่น พัฒนาโรงเรียน พัฒนาอาชีพคนในชุมชน เป็นต้น”

ภาพจาก มูลนิธิ CCF

“ดร.บรรจงเศก” กล่าวถึงทิศทางการทำงานมูลนิธิว่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดนี้ มูลนิธิอยากผลักดันการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายต่าง ๆ และอาสาสมัครเพื่อร่วมกันบรรเทาผลกระทบของการแพร่ระบาด โดยจัดตั้งศูนย์พักคอยชุมชน และแยกกักกันในต่างจังหวัด เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมาก

“เพราะส่วนใหญ่ศูนย์พักคอยมักจะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ หรือในเขตเมือง ปัจจุบันเรามีศูนย์ที่สนับสนุนอยู่ในต่างจังหวัดทั้งหมด 37 แห่ง และกำลังจะสนับสนุนเพิ่ม 16 แห่ง แต่ยังขาดแคลนด้านเวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยมาก ดังนั้น เงินบริจาคช่วงนี้จะเน้นด้านช่วยเหลือศูนย์พักคอยเป็นหลัก”

ภาพจาก มูลนิธิ CCF

“สภากาชาดฯ” เดินหน้าสู้โควิด

“ขรรค์ ประจวบเหมาะ” ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวเสริมว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด สภากาชาดไทยต่างได้รับผลกระทบหลายด้านเช่นกัน ได้แก่ บริการทางการแพทย์ บุคลากร และอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเข้ามารักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะการบริการโลหิตเกิดภาวะวิกฤต ประชาชนไม่มั่นใจที่จะมาบริจาค เนื่องจากห่วงความปลอดภัย และการหารายได้เข้ามูลนิธิที่ไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากประชาชนมีกําลังในการบริจาคลดลง ขณะที่ภารกิจของเรายังมีอีกมาก

“ปัจจุบันสภากาชาดไทยยังมีโครงการจัดครัวเคลื่อนที่ทําอาหารปรุงสุกให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การแจกชุดธารน้ำใจให้ผู้กักตัว ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้ติดเชื้อโควิดและดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิดของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมถึง hospitel และ home isolation เฉลี่ยวันละ 800-900 คน นอกจากนี้ ยังมีภารกิจในการสรรหาเครื่องมือแพทย์ และจัดหาวัคซีนด้วย”

ผ่าตัดเด็กปากแหว่งเพดานโหว่

“จุฑารัตน์ วิบูลสมัย” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาแหล่งทุน มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม กล่าวว่า มูลนิธิเป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2525 และก่อตั้งในไทยเมื่อปี 2540 โดยมีภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก นิ้วติด นิ้วเกิน หรือใบหน้าที่ผิดรูป

ภาพจาก operation smile

โดยมูลนิธิร่วมเป็นพันธมิตรกับเคทีซี ในการรับบริจาคผ่านบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 รวมทั้งพนักงานเคทีซียังร่วมเป็นจิตอาสาประกอบแฟ้มผู้ป่วย เพื่อใช้เก็บประวัติข้อมูลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่จะเข้ารับการผ่าตัดด้วย

“สำหรับกรณีเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ในประเทศไทยพบมากสุดคือ ภาคเหนือ และอีสาน น้อง ๆ กลุ่มนี้จะมีภาวะเสี่ยงเป็นโรคขาดสารอาหาร หรือภาวะติดเชื้อได้ เพราะมีริมฝีปากแยก ดูดนมลำบาก ทั้งยังมีแผลช่องโหว่บนเพดาน ไม่สามารถเอาลิ้นแตะเพดานได้ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งโดยหลักการแพทย์เด็กควรได้รับการผ่าตัดในช่วงประมาณ 3-5 เดือนแรกหากน้ำหนักถึงเกณฑ์ ยิ่งได้รับความช่วยเหลือเร็วเท่าไหร่จะเป็นการมอบคุณภาพชีวิตให้เด็กได้เร็วขึ้น”

ภาพจาก operation smile

“แต่ทั้งนี้สถานการณ์โควิด-19 มูลนิธิไม่สามารถปฏิบัติการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การผ่าตัดที่ต่างจังหวัดได้ ซึ่งโดยปกติจะมีการวางแผนออกหน่วย 4 ครั้งต่อปี ใน 4 จังหวัด ครั้งหนึ่งประมาณ 7 วัน โดยไปทำการผ่าตัดให้ผู้ป่วยเด็กเฉลี่ย 80-100 คน จึงทำให้ใน 1 ปีสามารถผ่าตัดให้เด็กทั้งหมดกว่า 700 คน ทำให้ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี เราผ่าตัดให้เด็กมาแล้วกว่า 15,000 ครั้ง ที่นับเป็นจำนวนครั้ง เพราะเด็กบางคนต้องผ่าตัด 3-5 ครั้ง เพราะใบหน้าจะปรับตามสภาพ”

“จุฑารัตน์” กล่าวอีกว่ายังมีโครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่อง โดยให้งบประมาณในการสนับสนุนกับโรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ ที่มีศัลยแพทย์ เพื่อดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Smile Box นมกล่องแห่งรอยยิ้ม ซึ่งบรรจุผ้าอ้อมเด็ก นมผง หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การเรียน แผ่นพับที่ให้ความรู้ในการดูแลเด็ก และขวดนมที่มีลักษณะยาวพิเศษสำหรับเด็กปากแหว่งเพดานโหว่

ภาพจาก operation smile

เพื่อส่งให้กับผู้ป่วยเด็กที่เราเคยผ่าตัดไปแล้ว กับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัด โดยส่งไปแล้วประมาณ 200 กล่อง และสำหรับแผนงานในปีหน้าเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ทางมูลนิธิหวังว่าจะสามารถออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ผ่าตัดที่ต่างจังหวัดได้ตามเดิม

“UNHCR” ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย

“อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์” ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน UNHCR กล่าวว่าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติก่อตั้งมายาวนานถึง 70 ปี โดยมีบทบาทให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่มีเหตุการณ์ในประเทศ เช่น สงคราม หรือความขัดแย้ง ทำให้ไม่สามารถอยู่ในประเทศตนเองได้

ภาพจาก UNHCR ประเทศไทย

ตอนนี้มีจำนวนถึง 82.4 ล้านคนทั่วโลก ปัจจุบันเราทำงานใน 135 ประเทศ มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 10,000 คน และร่วมงานกับประเทศไทยมา 46 ปี ซึ่งประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ใน 9 ค่ายใน 4 จังหวัดของไทย เช่น แม่ฮ่องสอน, ตาก, กาญจนบุรี และราชบุรี ประมาณ 90,000 คน นอกจากนั้น ยังมีที่เชียงรายที่เราดูแลเกี่ยวกับบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นคนไทยที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีสัญชาติไทย หากรวมทั้งหมดทั่วประเทศก็มีประมาณ 4 ล้านคน

ภาพจาก UNHCR ประเทศไทย

“จากตัวเลขที่กล่าวมามองว่าการช่วยเหลือจากทุก ๆ ฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสถิติผู้ลี้ภัยที่ตกอยู่ในสถานะนี้โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 17 ปี ดังนั้น การบริจาคต่อเนื่องจะช่วยให้เรามีงบประมาณในการช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยอย่างมีประสิทธิภาพ”

“โดยเรามุ่งเน้นช่วยกลุ่มที่เปราะบาง เพราะ 80% ของผู้ลี้ภัยคือผู้หญิง และเด็ก ดังนั้น แผนงานในอนาคตจะมีโครงการมอบทุนให้กับผู้ลี้ภัยทั่วโลก เพราะมีผู้ลี้ภัยเพียง 3% ที่ได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เราจึงอยากมอบโอกาส และอนาคตที่ดีให้กับผู้ลี้ภัยด้วยกัน”

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ แต่สหประชาชาติอยู่ได้ด้วยสมาชิกของประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะภาคเอกชน อันเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเหล่านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เคทีซี