เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
EV เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
“อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
Politics “อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
Biz Movement NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
News จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
Real Estate SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
Finance ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ดูทั้งหมด

“ประยุทธ์” ปราบ-ปลด “ธรรมนัส” แก้เกมเลือกตั้ง ปิดทางดีล “ทักษิณ”

11 ก.ย. 2564 | 16:27น.

รายงานพิเศษ

เกมแตกหัก-เขย่าเครือข่าย 3 ป. ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สะเทือนถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กระทั่ง “ร.อ.ธรรมนัส” และรัฐมนตรีหางเครื่อง ไม่อาจอยู่ในตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ รมช.แรงงานได้อีกต่อไป

ไฟแค้นปกคลุมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน พล.อ.อนุพงษ์-พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมปรายตามอง ร.อ.ธรรมนัส ทั้งที่จับมือ-รับไหว้กัน เป็นแผลสดจากเกมโค่นบัลลังก์ พล.อ.ประยุทธ์ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ปัจจุบันยังคุกรุ่น

เมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” พลิกเกม หลุดจากมุมอับเอาชนะได้ในการโหวตซักฟอก คนชนะต้องทำให้ชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ส่วนคนแพ้ต้องรอเวลาสางแค้น และไม่ยอมให้ตนเองเพลี่ยงพล้ำเข้ามุมอับ ไม่ยอมให้ถูกเสยปลายคาง จึงเปิดทางถอยหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือเลือกเส้นทางการเมืองใหม่

ดังนั้น ถัดจากเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ สถานการณ์ตึงเครียดในรัฐบาลก็แผ่ซ่านมาถึงการโหวตแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในรัฐสภา ในวันที่ 10 กันยายน 2564

ตามญัตติ การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และ 91 เปลี่ยนจากระบบเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียวมาเป็นบัตรสองใบ แบบเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2540 วาระที่ 3

เป็นเกม “แตกหัก” ภาคต่อของศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เป็น “เดิมพัน” ของการเมืองทุกฝ่าย-ทุกมิติ

หมากเกมบนกระดานแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชารัฐ แท็กทีมกับพรรคเพื่อไทย 2 พรรคใหญ่ที่มีส่วนได้ประโยชน์โดยตรงจากกติกา บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ “ต้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม”เดินหน้าแก้กติกาเลือกตั้ง

ดูเผิน ๆ พรรคใหญ่ ฝ่ายค้าน กับฝ่ายรัฐบาล แตะมือกันได้ลงตัว แต่กลายเป็นว่าพรรคขนาดกลางใหญ่ กลางเล็ก ถึงพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ต่างฟรีโหวต-โนโหวต

เช่น พรรคภูมิใจไทย ประกาศชัดชอบระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวมากกว่า 2 ใบ จึงฟรีโหวต พรรคชาติไทยพัฒนาก็ฟรีโหวต

ส่วนพรรคเล็ก 7 พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พลังธรรมใหม่ พลเมืองไทย ครูไทย ไทรักธรรม ประชาธรรมไท พลังชาติไทย เพื่อชาติไทย

แถลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ว่า จะลงมติคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 และประกาศยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการแก้ไขชอบโดยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน เดินไม่เป็นคีย์เดียวกันในเกมรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกล-เสรีรวมไทย-ประชาชาติ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขให้ใช้กติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบ 2540

ปิดฉากธรรมนัส เกมพันหน้า

ทว่า หลังเกมแตกหักภายในพรรคพลังประชารัฐ เขย่าขวัญ 3 ป. ผู้กุมอำนาจใหญ่ในรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องปรับหมากแก้รัฐธรรมนูญแบบกะทันหัน

เพราะแต่เดิม… ก่อนถึงวันแตกหัก พรรคพลังประชารัฐผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญบนสมมติฐานว่า การเลือกตั้งอย่างเร็วในปี 2565 ตามกรอบคือ ปี 2566 พรรคพลังประชารัฐจะยิ่งใหญ่ เพราะมีทั้งอำนาจทุน อำนาจการเมือง เบียดเอาชนะพรรคเพื่อไทยแบบคู่คี่

หากไม่เร่งแก้กติการัฐธรรมนูญ ใช้สูตรเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวตามรัฐธรรมนูญฉบับเกจิ “มีชัย ฤชุพันธุ์ และพวก” อาจซ้ำรอยพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้ง 2562 ที่ไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่คนเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคพลังประชารัฐ ในยุคที่ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส โชว์พาวเวอร์ของการเป็น “เพลย์เมกเกอร์” เอาชนะศึกเลือกตั้งซ่อม ขยายเขตอิทธิพลไปทุกภาค ทั้งเหนือ-อีสาน-ใต้ สะสมกำลัง ส.ส. ไว้ในมือเป็นจำนวนมาก

ขุมกำลังในมือ ไม่ได้มีเฉพาะในพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังมีขุมกำลังที่ซ่อนอยู่ในพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “เพื่อไทย”

“ความที่อยู่กันมายาวนานในเพื่อไทย และ ร.อ.ธรรมนัส กับ ส.ส.ที่สนิทสนม ถ้าอยากเจอที่นั่นที่นี่บอกได้ ร.อ.ธรรมนัสเป็นนักการเมือง 100% ถึงเวลารุกได้ เขาก็รุก” แหล่งข่าวในเพื่อไทย นิยามตัวตน ร.อ.ธรรมนัส

ภารกิจเปิดดีลบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กับพรรคเพื่อไทย โดยมี “พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร แห่งพรรคเพื่อไทย เป็นแบ็กอัพ จึงเดินหน้าเต็มกำลัง โดยมี “พล.อ.ประวิตร” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็น “ใบเบิกทาง”

แต่พลันที่เกมเลื่อยขา “พล.อ.ประยุทธ์” ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจประสบอุบัติเหตุ แล้วมีมือดีมาในกลุ่ม 4 ช. ฉุดมือนายกฯออกจากมุมอับอันตราย และกำชัยชนะได้ในยกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แลกกับการแตกดับของกลุ่ม 4 ช.

พร้อมกับแผลสดในใจของ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ยังไม่ทันจาง เกมโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 จึงเป็นเกมตัดกำลัง ไม่ให้ ร.อ.ธรรมนัส สยายปีก แผนการล้มรัฐธรรมนูญวาระ 3 จึงปรากฏร่องรอย

พลิกกลับให้ใช้ “กติกา” ตามรัฐธรรมนูญ 2560 แบบจัดสรรปันส่วนผสมของ “มีชัยและพวก” เพราะทีม 3 ป. อ่านเกมว่า กติการัฐธรรมนูญ 2560 ยังเป็นเครื่องมือ “ค้ำบัลลังก์” ได้จนถึงนาทีสุดท้ายหากเปลี่ยนกติกาเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามที่พรรคเพื่อไทย และ ร.อ.ธรรมนัส ต้องการอาจเพลี่ยงพล้ำ ทำให้เพื่อไทย-ทักษิณ กลับมาชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์

จึงเซตอัพพรรคใหม่ ตามแผนการที่ให้ “ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งคนไปจดแจ้งจัดตั้งพรรคไว้รองรับอุบัติเหตุ

อาวุธลับ ส.ว.

ดังนั้น ตัวละคร (ไม่) ลับ ถูกนำมาใช้แก้ไขสถานการณ์มาหลายครั้ง คือ สมาชิกวุฒิสภา 250 คน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสายสะดือมากับมือ ตอนที่ยังมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ตามเงื่อนไขการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

ในวาระที่ 3 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดไว้ว่า จะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือ 367 จาก 733 เสียง (ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้มี 483 คน ส.ว.มี 250 คน) และจะต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของวุฒิสภา หรือ 84 คน

และต้องได้เสียง 20% ของพรรคที่ไม่มีสมาชิกเป็นรัฐมนตรี เป็นประธาน-รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตีความกลม ๆ คือ เสียงของฝ่ายค้าน 43 เสียง ซึ่งไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะเสียงของพรรคเพื่อไทยเทให้ล้นหลาม

แต่กับดักสำคัญคือ 84 เสียงของฝ่าย ส.ว. หาก ส.ว. “งดออกเสียง” หรือ “หายตัว” ไม่มาร่วมวง ให้เสียงเห็นชอบไม่ถึง 84 เสียง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ประสบอุบัติเหตุ “ปิดเกม”

ปั่นป่วน “ธรรมนัส” โดนปลด

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ 24 ชั่วโมง ก่อนโหวตวาระที่ 3 ปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุ

ช่วงบ่ายของวันที่ 9 กันยายน 2564 “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หัวหอกแก้รัฐธรรมนูญพรรคพลังประชารัฐ โทรศัพท์ต่อสายตรงไปหา “พล.อ.ประวิตร” เพื่อสอบถามสัญญาณเรื่องเกมรัฐธรรมนูญ ก่อนแจ้งต่อที่ประชุมพรรคว่า ให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ไม่นานจากนั้น นาทีสำคัญก็เกิดขึ้น เวลาประมาณ 15.30 น. เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ “ร.อ.ธรรมนัส” รมช.เกษตรฯ พร้อมด้วย “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รมช.แรงงาน พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า “สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ”

พร้อม ๆ กับการแถลงลาออกของ ร.อ.ธรรมนัส ที่อาคารรัฐสภา ระบุในใบลาออกวันที่ 8 กันยายน 2564 ย้อนหลัง 1 วัน ก่อนประกาศราชกิจจานุเบกษาให้พ้นจากตำแหน่ง

ส.ว.ที่รอคอย “สัญญาณ” จากหน่วยเหนือ-ผู้ตัดสายสะดือ เช็กสัญญาณรัฐบาลว่า จะให้คว่ำ หรือให้ผ่าน กันวุ่นวาย

แหล่งข่าวจาก ส.ว.บอกว่า จะต้องดูจาก ส.ว.สายทหาร 1-3 คนแรก ว่าจะโหวตอย่างไร ถ้าโหวตแบบไหน ทิศทางจะเป็นไปตามนั้น ซึ่งในจำนวน ส.ว. 250 คน มี ส.ว.ที่เป็นสายทหาร-ตำรวจ เกิน 100 คน พร้อมตบเท้ารับคำสั่ง

ส.ว.สาย พล.อ.ประวิตรระบุว่า โหวตเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เหมือนกับการลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระแรก เพราะไม่แก้ทั้งฉบับ ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ไม่แตะบทเฉพาะกาล ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโหวตไม่ผ่าน

“อย่างไรก็ตาม เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล เรื่องนี้สั่งกันไม่ได้ ไม่มีสัญญาณเป็นเรื่องของพรรคการเมืองแข่งกัน เปรียบนักการเมืองเป็นนักฟุตบอลจะเปลี่ยนแปลงกติกา คนดู (ส.ว.) จะไปยุ่งอะไร”

แหล่งข่าวจาก ส.ว.สายพลเรือน ที่อยู่โยงตั้งแต่ ส.ว.สรรหา ก่อนรัฐประหาร 2557 อยู่ในแม่น้ำ 5 สาย กระทั่งเป็น ส.ว.ในยุคปัจจุบัน ชี้ให้ดู “ทิศทางลม” ว่า เวลานี้ ส.ว.มีความเห็นต่างกัน แต่แนวโน้ม ส.ว.หลายคนมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ และเกรงว่า “ระบอบทักษิณ” จะคืนชีพแบบแลนด์สไลด์

ส่วนแหล่งข่าวในพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยหลังจาก “รับสัญญาณ” พล.อ.ประวิตรว่า “พลังประชารัฐโหวตให้รัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 เราทำตามหน้าที่เท่านั้น”

ถึงแม้การโหวตวาระ 3 จะผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมของรัฐสภาไปได้ แบบต้องลุ้นสัญญาณกันถึงก่อนโหวตว่า พล.อ.ประยุทธ์ – พล.อ.ประวิตร จะส่งสัญญาณถึง ส.ว.สายทหาร อย่างไร

ที่สุดแล้ว ทั้ง “บิ๊กตู่ – บิ๊กป้อม” เดินเป็นคีย์เดียวกันหลังการ “ปลดฟ้าผ่า” ร.อ.ธรรมนัส เพราะ ส.ว.สายทหาร 2 คนแรกที่ลุกขึ้นขานมติ “เห็นชอบ” ให้รัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3

คือ 1.พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ลูกน้องสายตรง “บิ๊กป้อม” ตัวเดินเกมใน ส.ว. 2.พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เตรียมทหารรุ่น 12 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ สายสัมพันธ์แน่นปึ๊ก ส.ว.สายทหารคนอื่นๆ ก็ตบเท้าโหวตเห็นชอบกันแทบทั้งหมด

มติการผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 จึงออกมาด้วยเสียง 472 ต่อ 23 งดออกเสียง 187

แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 (9) กำหนดขั้นตอนหลังจากผ่านวาระ 3 ว่า ก่อนนายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้ง 2 สภารวมกัน มีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา

แล้วแต่กรณี มีสิทธิเข้าชื่อกัน เสนอความเห็นต่อประธานที่ตนเองสังกัดอยู่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่อง

ดังนั้น อาจเห็น ส.ส.พรรคเล็ก จับมือกับ ส.ว.ให้ครบ 74 เสียง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้ขาด ทางใด-ทางหนึ่ง แต่ในหมู่ ส.ส. ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคก้าวไกล ประกาศชัดแล้วว่าจะไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลไม่ต้องลาออก-ยุบสภา

“วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายประจำทำเนียบรัฐบาล พูดเป็นนัยเมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า หากรัฐธรรมนูญถูกคว่ำแล้วก็ไม่เดินแล้ว แต่หากไม่คว่ำก็จะเดิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่น รัฐบาลลาออก ยุบสภา หรืออะไรก็ตาม

หรือหากพิจารณาแล้วเสร็จ ใครจะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็ทำไป แต่ว่าเมื่อจบกระบวนการก็ต้องขึ้นทูลเกล้าฯประกาศใช้อยู่ดี เป็นเรื่องของสภา และพรรคการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์อยู่มาแล้ว 7 ปี ในช่วงดำรงตำแหน่ง “ประยุทธ์” การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นวาระเร่งด่วน ที่ยังแก้ไม่สำเร็จ ติดกับดักทุกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์