เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดผลประมูลปิโตรเลียมบนบก รอบ 25 ปตท.สผ. คว้าไป 2 แปลง
Uncategorized เปิดผลประมูลปิโตรเลียมบนบก รอบ 25 ปตท.สผ. คว้าไป 2 แปลง
เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
Economic เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
ข่าวในพระราชสำนัก ‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
Real Estate ”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
Uncategorized ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
Politics ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
Politics เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
อว.-ตลท. ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น
Finance อว.-ตลท. ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น
GROREIT จ่อชงผู้ถือหุ้น ‘ขายสินทรัพย์-เลิกกอง’ 28 ต.ค.นี้ รายใหม่ทุ่ม 5.3 พันล้าน สูงกว่า ROH 427 ล้าน
Finance GROREIT จ่อชงผู้ถือหุ้น ‘ขายสินทรัพย์-เลิกกอง’ 28 ต.ค.นี้ รายใหม่ทุ่ม 5.3 พันล้าน สูงกว่า ROH 427 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตอบรับผลประชุมเฟด

23 ก.ย. 2564 | 18:42น.
Baht-ดอลลาร์-1

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตอบรับผลประชุมเฟดมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% คาดปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2565 ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 23 กันยายน 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.50/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (22/9) ที่ระดับ 33.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อคืนนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ เฟดส่งสัญญาณปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในไม่ช้า จากปัจจุบันที่เฟดทำ QE อย่างน้ย 120,000 ล้านดอลลาร์/เดือน โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะประกาศการปรับลดวงเงินในเดือนพฤศจิกายน และเริ่มมีผลในเดือนธันวาคมปีนี้

นอกจากนี้ ผลการประชุมเฟดครั้งล่าสุดยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในปี 2565 ซึ่งเร็วกว่าถึง 1 ปี เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิมในเดือนมิถุนายน ซึ่งกรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2566

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองลดลง 2% สู่ระดับ 5.88 ล้านยูนิตในเดือนสิงหาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.89 ล้านยูนิต โดยยอดขายบ้านมือสองได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่พุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามดอลลาร์สหรัฐถูกกดดันโดยมีแรงเทขายเงินสกุลปลอดภัยหลังนักลงทุนทั่วโลกคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญาการขาดสภาพคล่องของบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ หลังจากนายฮุย คา หยาน ประธานบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เอเวอร์แกรนด์จะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการช่วยเหลือนักลงทุนในการไถ่ถอนผลิตภัณฑ์ลงทุนของบริษัท

นายฮุยระบุด้วยว่า เอเวอร์แกรนด์จะพยายามสร้างความเชื่อมั่นในการส่งมอบอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับเน้นย้ำถึงความสำคัญขอการกลับมาเร่งสร้างอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ถูกระงับไปก่อนหน้านี้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,256 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศตั้งแต่ต้นปี 63 จนถึงล่าสุดอยู่ที่ 1,524,613 ราย

โดยในวันนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าในช่วงเช้าก่อนที่ในช่วงบ่ายจะมีแรงเทขายทำกำไรเงินดอลลาร์สหรัฐ ก่อนวันหยุดยาวในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.17-33.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/9) ที่ระดับ 1.1700/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดวันพุธ (22/9) ที่ระดับ 1.1730/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจในวันนี้ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการในยูโรโซนประจำเดือนกันยายนอยู่ที่ระดับ 56.3 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 58.5 และต่ำกว่าในเดือนสิงหาคมที่ระดับ 59.0 นอกจากนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิตในยูโรโซนประจำเดือนกันยายนอยู่ที่ระดับ 58.7 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 60.3 และต่ำกว่าในเดือนสิงหาคมที่ระดับ 61.4

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1688-1.1723 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1721/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/9) ที่ระดับ 109.80/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (22/9)ที่ระดับ 109.57/59 เยน/ดอลลาร์ ค่าเงินเยนอ่อนค่าตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ โดยเมื่อวานนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอไอ) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีไว้ที่ระดับราว 0% ตามความคาดหมายของตลาด

แต่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมุมมองเชิงลบต่อการส่งออก และผลผลิตอุตสาหกรรม เนื่องจากการสั่งปิดโรงงานในภูมิภาคเอเชียส่งผลกระทบด้านห่วงโซ่อุปทานต่อผู้ผลิตบางราย ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.82-109.96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.94/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การตัดสินใจคงดอกเบี้ยของสหราชอาณาจักรในวันพฤหัสบดี (23/9), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (23/9), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการและภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนกันยายน (23/9), ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่น (24/9), ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนีในเดือนกันยายน (24/9), ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม (24/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.6/+0.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +3/+4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ