เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โฆษณาดิจิทัลเปลี่ยนทิศ แค่ซื้อสื่อยังไม่พอ
Business โฆษณาดิจิทัลเปลี่ยนทิศ แค่ซื้อสื่อยังไม่พอ
พยากรณ์อากาศ (8 ต.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60-70% ‘ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม.’ ฝน 20-30%’
Economic พยากรณ์อากาศ (8 ต.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60-70% ‘ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม.’ ฝน 20-30%’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ต.ค.) ปรับลง 2.74% อยู่ที่ 83,185 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ต.ค.) ปรับลง 2.74% อยู่ที่ 83,185 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Politics ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
ดูทั้งหมด

ใบปริญญา จำเป็นอยู่ไหม ?

08 ต.ค. 2564 | 11:12น.
ปริญญา
เอชอาร์ คอร์เนอร์

ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

ผมเห็นคำถามทำนองนี้หลายครั้ง แล้วก็จะมีคนตอบคำถามนี้แตกต่างกันไปตามความคิดเห็นที่หลากหลาย เช่น…ปริญญาเป็นตัวแทนหรือตัวชี้วัดของความสามารถ ถ้าไม่ดูปริญญาแล้วจะให้ดูอะไรแทน

หรือ…รู้ไหมว่าเจ้าของกิจการตั้งหลายแห่งไม่เห็นจบปริญญามาซักใบ บางคนไม่จบแม้แต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่มีลูกจ้างที่จบปริญญาโท, เอก แบบนี้เขาดูกันที่อะไร ฯลฯ

เรามักจะได้เห็นความคิดเห็นหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 แนวคิด

แนวคิดแรกคือ ความสามารถของคนต้องจบปริญญามาเสียก่อน

แนวคิดที่สองบอกว่า ความสามารถของคนไม่เกี่ยวกับปริญญาที่จบ ไม่ต้องจบอะไรก็สามารถทำงานได้เหมือน ๆ กัน ถ้าคิดแบบสุดโต่งไป 2 ทางก็คงจะคุยกันลำบากนะครับ คงคล้าย ๆ กับคนที่เชื่อว่าผีมีจริงมาถกเถียงกับคนที่เชื่อว่าผีไม่มีจริงนั่นแหละครับ

ถ้าจะถามผมว่าคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ ?

ผมคิดเห็นในแนวคิดที่ 3 นั่นคือ ในปัจจุบันนี้ทั้งปริญญาและความสามารถเหมือนกับน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าต้องไปด้วยกัน แต่มันจะแบ่งหน้าที่กันทำ

จะพบได้ว่าในทุกบริษัทจะระบุคุณวุฒิที่ต้องการเอาไว้ใน JD (job description) อยู่เสมอว่าในตำแหน่งนั้น ๆ ต้องการคนที่จบวุฒิอะไร ถ้าผู้สมัครคนไหนมีคุณวุฒิไม่ตรงตามที่ระบุไว้ใน JD ก็จะไม่ผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือกเบื้องต้น

นี่คือการทำหน้าที่ของปริญญาในช่วงแรก คือช่วงของการคัดเลือกเบื้องต้นเพื่อเข้ามาทำงาน

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างปริญญากับความสามารถ ผมก็ขอเปรียบเทียบปริญญาเหมือนกุญแจหรือระบบสตาร์ตรถ ส่วนความสามารถก็เปรียบเหมือนกับเครื่องยนต์, ล้อ, เบรก ฯลฯ คือถึงแม้รถจะมีสมรรถนะของเครื่องยนต์มากแค่ไหน

ถ้าไม่มีระบบการสตาร์ตเป็นจุดเริ่มต้น รถยนต์จะวิ่งไปไม่ได้ จะแสดงศักยภาพหรือความสามารถของตัวรถออกมาไม่ได้เหมือนกัน เมื่อปริญญาทำหน้าที่สตาร์ตรถให้ติด (คือทำให้ผ่านการคัดเลือก) ได้แล้ว คราวนี้ก็อยู่ที่รถคันนั้น ๆ จะแสดงสมรรถนะออกมาให้เจ้าของรถ (คือบริษัท) พึงพอใจได้แค่ไหนนี่คือหน้าที่ของความสามารถที่จะต้องทำต่อไป

แต่เราไม่ควรเอาเรื่องของปริญญา (หรือสาขาที่จบ) มาเป็นตัวเชื่อมโยงว่าคนที่จบปริญญา (หรือจบสาขานั้น ๆ) แล้วจะต้องเป็นคนที่มีความสามารถตรงตามปริญญาที่จบเสียทุกคนนะครับ เช่น คนที่จบวิศวะจะต้องเป็นวิศวกรที่เก่ง หรือคนที่จบบัญชีจะต้องเป็นนักบัญชีที่เก่งอย่างแน่นอน

หรือแม้แต่ความคิดที่ว่าถ้าจบจากสถาบันนั้นสถาบันนี้แล้ว คนที่จบจะต้องทำงานดีทำงานเก่ง หรือมีความก้าวหน้าไปได้อย่างแน่นอนทุกคน

อย่าไปคิดเป็นสมการเส้นตรงแบบนั้นเพราะ “สมรรถนะหรือความสามารถ” (competency) เป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับคุณวุฒิที่จบโดยตรงเสมอไป อยู่ที่ว่าคนไหนมี K S A (K=knowledge คือความรู้ในงาน, S=skills คือทักษะหรือความชำนาญในงานที่ทำ และ A=attributes คือคุณลักษณะภายในเชิงนามธรรม

เช่น ความอดทน, ความรับผิดชอบ, มนุษยสัมพันธ์ ฯลฯ) ตรงกับงานที่รับผิดชอบ ใครที่สามารถพัฒนาและใช้ K S A ที่มีอยู่ในตัวเองได้เหมาะ ตรงกับงานที่รับผิดชอบแล้วละก็คนคนนั้นคือคนที่มี “ความสามารถ” อย่างที่องค์กรต้องการครับ

ดังนั้น คนที่จบปริญญาหรือจบสาขาใด ๆ มา อาจจะมีความสามารถ (หรือ K S A) ในสาขาที่ตัวเองจบมาก็ได้ หรืออาจจะมีความสามารถไม่เหมาะกับสาขาที่ตัวเองจบมาก็ได้ แต่อย่างน้อยควรจะต้องผ่านด่านแรกของการคัดเลือกขององค์กรด้วยการใช้ปริญญาเป็นใบเบิกทางขั้นต้นเสียก่อน เพราะเป็น minimum requirement ของแต่ละองค์กร แล้วถึงค่อยมีโอกาสได้มาแสดงความสามารถให้องค์กรเห็นในลำดับถัดไป

ยิ่งเมื่อทำงานไปยิ่งเชี่ยวชาญชำนาญและมีประสบการณ์ทำงานมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ความสามารถของตัวคนจะเพิ่มขึ้นมากจนคนลืมไปเลยว่าจบอะไรมาก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ

จึงมาสู่บทสรุปว่า ความสามารถของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบปริญญาเสมอไป แต่จำเป็นต้องมีใบปริญญาเป็นตัวจุดสตาร์ตเสียก่อนถึงจะได้โอกาสที่จะแสดงความสามารถ