เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

นพ.สุรพงษ์ : 45 ปี 6 ตุลา : จดหมายถึงเยาวมิตร ใน “กล่องฟ้าสาง”

06 ต.ค. 2564 | 09:30น.
หมอเลี้ยบโพสต์ถึง 6 ตุลา

หมอเลี้ยบโพสต์จดหมายถึงเยาวมิตรใน “กล่องฟ้าสาง” บอกเล่าความทรงจำในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ที่เปลี่ยนชีวิตตัวเองจากที่เคยใฝ่ฝันเป็นหมอรักษาคนไข้ กลายเป็นหมอรักษา “คน” ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่การเมือง พร้อมฝากบทเรียนถึง “เยาวมิตร” 

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเนื่องในวันครบรอบ 45 ปี 6 ตุลา 2519 ดังนี้

45 ปี 6 ตุลา : จดหมายถึงเยาวมิตร ใน “กล่องฟ้าสาง”

เยาวมิตรที่รัก

ฉันเห็นแววตาของเธอบนใบหน้าเปื้อนเหงื่อซึ่งสะท้อนแสงแดดอุ่นยามบ่ายกลางที่ชุมนุมประท้วงด้วยความสุขใจระคนห่วงใย

แววตาแบบเดียวกันนี้ ฉันเคยเห็นซ้ำ ๆ ตั้งแต่เมื่อ 45 ปีก่อน เมื่อฉันส่องกระจกเงาแล้วเพ่งมองใบหน้าผอมบางของเด็กหนุ่มวัย 19 ปีในนั้น

แววตาแบบนี้ไม่เคยกลัวใคร ไม่เคยลังเลที่จะเดินไปข้างหน้าแม้รู้ว่ามีอุปสรรคมากมายรออยู่ และแววตาแบบนี้แหละ-ไม่ระย่อต่อความทุกข์และความตาย

ฉันจำฝังใจว่าฉันได้แววตาร้อนแรงแบบนี้มาพร้อมกับหยาดน้ำเอ่อท้นในดวงตา หลังจากฉันเดินหันหลังกลับออกมาจากความโหดร้ายใต้ต้นมะขามสนามหลวงตอนเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519

นับแต่วันนั้นฉันก็ไม่ใช่ฉันคนเดิมอีก ฉันไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เพียงใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ อยากมีชีวิตที่ดี มีครอบครัวอบอุ่น สะสมเงินทอง แล้วจากโลกนี้ไปบนเตียงนุ่มสบายในวงล้อมของคนรัก

ฉันบอกกับตัวเองในวันนั้นว่า ฉันจะใช้ชีวิตของฉันให้คุ้มค่ากับที่เกิดมาเป็น “คน” เมื่อฉันเป็นหมอ ฉันจะไม่ใช่หมอรักษา “ไข้” แต่เป็นหมอรักษา “คน” ฉันจะไม่รักษาผู้ป่วยทีละคน แต่ฉันจะต้องรักษาผู้ป่วยทั้งสังคม

ดังนั้น เวลาที่เหลืออยู่อีก 3 ปีของการเป็นนักศึกษาแพทย์ในมหาวิทยาลัย ฉันจึงไม่เพียงเรียนรู้ในห้องเรียน ในตึกผู้ป่วย และในห้องผ่าตัด แต่ฉันกลับได้เรียนรู้อีกมากมายผ่านการเขียนใบปลิว ทำหนังสือพิมพ์กำแพง วาดการ์ตูนล้อเผด็จการ ประชุมกลุ่มแกนนำนักศึกษาอย่างลับ ๆ รื้อฟื้นกิจกรรมนักศึกษาขึ้นมาใหม่จนก่อตั้งสโมสรนักศึกษา 16 สถาบันเพื่อรับบทบาททดแทนศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

แต่ฉันได้ตระหนักรู้จากบาดแผลในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เช่นกันว่า การแย่งชิงอำนาจจากเผด็จการกลับคืนมาให้ประชาชนนั้น อาศัยเพียงศรัทธาและความวิริยะอดทนไม่มีทางสำเร็จ ฉันต้องมีสติและมีปัญญาด้วย

ฉันจึงทบทวนบทเรียน 3 ปีของขบวนการนักศึกษาไทยอย่างเอาจริงเอาจัง และอ่านหนังสือที่ให้บทเรียนของขบวนประชาธิปไตยในทางสากล ฉันได้พบว่า “ฉันไร้เดียงสาและยังไม่รู้อีกมาก” ยิ่งได้ทราบข่าวความขัดแย้งภายในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และข่าวเพื่อนมิตรที่ไปสู่ป่าเขาต้องก้มหน้ากลับคืนสู่เมืองอย่างผู้ปราชัย ก็ยิ่งตอกย้ำว่า “ฉันไร้เดียงสาและยังไม่รู้อีกมาก”

หลังจบการศึกษาฉันไปเป็นหมอบ้านนอกใช้ชีวิตหมออยู่กับชาวบ้าน แม้ต่อมากลับมาเป็นอาจารย์แพทย์ แต่คำสัญญาแห่งเดือนตุลาในวัยเยาว์ยังซุกเป็นดอกตูม ๆ รอวันบานอยู่ในใจของฉันเสมอ จนกระทั่งในค่ำคืนของวาระครบ 20 ปี 6 ตุลาคม 2519 ดอกไม้ที่เฝ้าบ่มเพาะมานานจึงได้เวลาผลิบาน หลังจากคืนนั้นฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตราชการเพื่อเข้าสู่การเมืองในระบบรัฐสภา และได้ทำความฝันเรื่องรักษาผู้ป่วยทั้งสังคมให้เป็นจริง

ผ่านมา 45 ปี ชีวิตฉันเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา มีขึ้นมีลง มีเอี้ยวซ้ายมีเอียงขวา ดังนั้น วันนี้เมื่อฉันมองกระจก แม้เห็นแววตาคู่เดิมซึ่งร้อนแรงเหมือนไฟไม่ระย่อทุกมรสุม แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ฉันยังพบเห็นความนิ่งเหมือนหิน ความยืดหยุ่นเหมือนน้ำ และความเย็นเหมือนลมในแววตานั้นด้วย

กาลเวลาพิสูจน์คนและพิสูจน์สัจธรรมว่า สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอน ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ไม่มีสิ่งใดอยู่คงทน

ฉันจึงเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในรอบ 4 ทศวรรษทั้งชีวิตของตนและบ้านเมืองด้วยความเข้าใจ หนักแน่นและนิ่งเหมือนหิน

ฉันแหวกว่ายไปยังจุดหมายข้างหน้าตลอดหลายสิบปีอย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วยความยืดหยุ่นพลิกแพลงเหมือนน้ำ

และทุกวันเวลาที่ผ่านไป ฉันไม่เคยยอมโบยตีตัวเอง แต่กลับเก็บรักษาความสุขสงบไว้ในใจอย่างประณีตเหมือนมีสายลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ

เพราะฉันรู้ดีว่า จุดหมายปลายทางของความฝันแสนยาวไกล ถ้าฉันไปถึงจุดหมายในอายุขัยของฉันย่อมดีเลิศ แต่ถ้าฉันไม่มีโอกาสนั้น ลูกของฉันก็จะเดินทางต่อไป และถ้าเขายังไม่ถึงจุดหมาย ฉันเชื่อมั่นว่าหลานของฉันก็จะออกเดินต่อไปอีก ไม่ลดละเลิกราง่าย ๆ

นี่ยังไม่นับว่า แดนศิวิไลซ์ที่คนแต่ละรุ่นใฝ่ฝันนั้น อาจไม่เหมือนกันเลย เพราะชนรุ่นหลังจะคิดสร้างสรรค์ของเขาเองไม่รู้จบด้วยปัญญาและความใฝ่ฝันที่งอกงามไม่สิ้นสุด

เยาวมิตรที่รัก

วันนี้โลกนี้เป็นของเธอ และเธอก็จะส่งต่อโลกนี้ให้ลูกหลานของเธอต่อไป

โลกที่เธอใฝ่ฝันในวันนี้สวยงามกว่าโลกที่ฉันเคยฝันถึงมาก่อน แต่เชื่อฉันเถิด ความใฝ่ฝันของลูกหลานเธอย่อมไม่เหมือนความฝันของเธอ เพราะจะยิ่งใหญ่กว่าและกว้างไกลมากกว่า

คนแต่ละรุ่นย่อมมีความฝัน ไม่มีใครฝันแทนใครได้ และไม่มีความฝันใดจบลงอย่างสมบูรณ์ที่คนรุ่นหนึ่งรุ่นใด

ขอจงเดินทางสู่ฝันของเธออย่างมีความสุข มีศรัทธาในความดีงาม มีความเพียรที่แกร่งกล้า มีสติและปัญญารู้เท่าทันต่อเล่ห์เพทุบาย

และระหว่างเดินทางไปสู่ดวงดาวขอเธออย่าละเลยดื่มด่ำความงดงามของแสงดาว

รักและยืนเคียงกันเสมอ

สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

6 ตุลา สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี