เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
News น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
Politics นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
Economic สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
ดูทั้งหมด

“ค่าครองชีพยุคโควิด” สุดโหด เงินเดือนพอไหม?

09 ต.ค. 2564 | 12:49น.
ค่าครองชีพ

แน่นอนว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้น

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลว่า ขณะนี้ประชาชนต้องจับจ่ายสินค้า หรือบริการอะไรที่จำเป็นเพิ่มบ้าง หรือมีสินค้าจำเป็นรายการใดบ้างที่ปรับราคาขึ้นไปแล้วช่วงนี้ พบว่า

1. ค่าน้ำมัน เทียบปี 2563/2564 ปรับขึ้นเกือบลิตรละ 10 บาท (ทุกชนิดน้ำมัน) เดิม คนขับรถเล็ก อาจจะเติมน้ำมันถังละ 600-650 บาท เพิ่มเป็น 700-800 บาท

2. อาหารแพง จากต้นทุนเนื้อหมูขยับ กก.ละ 3-5 บาท เป็น กก.ละ 140-150 บาท (แล้วแต่ปริมาณการรับประทาน) ถ้าซื้ออาหารสำเร็จ ตามสั่ง หรือสั่งเดลิเวอร์รี่ จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก

3. น้ำมันปาล์มขึ้น ขยับราคาขายเต็มเพดาน 49 บาท / ขวด

4.ผักแพง เพราะน้ำท่วม ขนส่งไม่ได้ อีก กก.ละ 5-10 บาท

5.ค่าวัคซีนล่วงหน้า เช่น โมเดอร์นา  1,650 บาท /ครั้ง หารเฉลี่ยต้องเก็บเงินเดือนละ 137.50 บาทต่อคน

6.ค่าเบี้ยประกันภัยน้ำท่วม 3,800 -4,000 บาท ต้องเจียดเงินไว้เฉลี่ยเดือนละ 300-400 บาท

7.ค่าเบี้ยประกันโควิด 500 บาท /ปี ต้องเก็บไว้อีก เดือนละ 42 บาท

8.ค่าอินเตอร์เน็ตช่วงเวิร์คฟอร์มโฮม ซึ่งถึงจะกลับมาทำงานปกติแล้วก็ยังต้องจ่าย เดือนละ 399-500 บาท

9.ค่าชุดตรวจโควิด ATK 70 -120 บาท ถ้าตรวจสอบสัปดาห์ 2 ครั้ง รวมทั้งเดือนรวม 270 บาท

10.ค่าถุงมือยาง แพ็คละ 40 บาท (แล้วแต่การใช้)

11.ค่าหน้ากากอนามัย กล่องละ 100 บาท หรือถ้าใช้อย่างดี ยูนิชาร์ม 3D แพ็คละ 73 บาท มี 4 อัน เฉลี่ยอันละ 18.25 บาท ถ้าใชทั้งเดือน รวม 547.50 บาท

12.ค่าแอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 5 ลิตร 325 บาท(แล้วแต่ปริมาณการใช้)

รวมเป็นภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นมาหลายพันบาทต่อคนต่อเดือน ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายประจำอย่างค่าเช่าบ้าน ค่าแพ็กเกจในโทรศัพท์ ค่าน้ำ และค่าไฟที่รัฐอาจจะพยุงเราไปถึงแค่สิ้นปี 2564

อีกด้านหนึ่งหากดูจากตัวเลขทางการ ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนกันยายน 2564 เท่ากับ 101.21 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2564 เพิ่มขึ้น 1.59% และหากเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1.68% เป็นการกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากหดตัวในเดือนที่ผ่านมา

ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือนของปี 2564 (มกราคม-กันยายน ) เพิ่มขึ้น 0.83%

ทั้งนี้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ปรับประมาณการเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2564 ใหม่ จากเดิมคาดการณ์ 0.7-1.2% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% ปรับเป็น 1% บวกลบ 0.2% หรืออยู่ระหว่าง 0.8-1.2%

เมื่อวิเคราะห์ลงไปในสินค้าแต่ละหมวดพบว่า หมวดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ภาพรวม ลดลง 1.16% แต่ในกลุ่มนี้มีสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น คือ ไข่และผลิตภัณฑ์นม บวก 3.76% แต่ที่ปรับสูงมากก็คือเครื่องประกอบอาหาร บวก 4.81% ตามมาด้วยสินค้าอาหารบริโภคในบ้านและอาหารบริโภคนอกบ้าน ปรับขึ้น 0.32% และ 0.28% ตามลำดับ

ขณะที่หมวดสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและ เครื่องดื่ม ปรับขึ้น 3.60% จาก หมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสาร ปรับขึ้น 10.08% หมวดนี้มีน้ำหนักในการคำนวณเงินเฟ้อ 23.28% (เกือบหนึ่งในสี่) โดยรายการสินค้าที่ปรับราคาสูงสุดคือ “น้ำมันเชื้อเพลิง” เพิ่มขึ้นถึง 32.44%

ตามมาด้วยค่าโดยสารสาธารณะปรับขึ้น 0.61% ค่าตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคลปรับขึ้น 0.31% และหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ปรับขึ้น 0.03%

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หากไม่มีมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ที่ลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา แต่ยังอุดหนุนน้ำมันดีเซล แต่เบนซินไม่มีมาตรการ และมีการผ่อนคลายกิจกรรมจากโควิด-19 ที่จะทำให้การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจะกลับมา มีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว

บวกกับการอ่อนค่าของเงินบาท ที่กระทบต้นทุนนำเข้าน้ำมัน การผลิต และอาหารสดที่มีความผันผวน เช่น ข้าว ที่ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว ผักและผลไม้ ที่มีความผันผวน

รวมปัจจัยทั้งหมดนี้ จะทำให้เงินเฟ้อไตรมาส 4 ขยายตัวอยู่ในช่วง 1.4-1.8% ถือว่า “ค่อนข้างสูง” ตลอดทั้ง 3 เดือนที่เหลือ

แล้วทางออกของการดูแลค่าครองชีพจะทำอย่างไร ในเมื่อหลายคนยังคงมีอัตราเงินเดือนเท่าเดิม เพราะด้วยภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ นายจ้าง-ลูกจ้างต่างกันก็ลำบาก ความหวังการจะปรับเงินเดือนมีเพียงน้อยนิด

เรียกว่าแค่การได้มีงานทำถือเป็นโชคดีแล้ว การถามถึงความมั่นใจในรายได้ในอนาคตยิ่งยากขึ้นไปอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าครองชีพ