เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

ดิ้นสู้ศึกยักษ์อีคอมเมิร์ซบุก ค้าปลีก-สตาร์ตอัพงัดกลยุทธ์เสริมแกร่ง

26 พ.ย. 2560 | 07:45น.

ค้าปลีก-สตาร์ตอัพเร่งปรับตัว รับมือยักษ์ใหญ่แดนมังกร-อเมซอน-เฟซบุ๊กบุกอีคอมเมิร์ซ เร่งเพิ่มบริการมัดใจลูกค้า “แอดไวซ์” สวอปหุ้นจับมือดีลเลอร์เข้า SET เสริมแกร่ง ฟาก”ดูโฮม” ย้ำบริการ-คุณภาพสู้ “เซลสุกิ” ขยายสู่ตลาดองค์กร ไม่หวั่นเฟซบุ๊กเปิดฟีเจอร์อีมาร์เก็ตเพลสเอง

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซจากประเทศจีน ทั้งอาลีบาบาที่เข้ามาทำตลาดในไทยแล้วผ่าน “ลาซาด้า” และเจดีดอทคอม ที่จับมือร่วมกับเซ็นทรัลกรุ๊ป ประกาศเปิด JD.co.th ราวเม.ย. 2561 ฝั่งผู้ประกอบการรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง อเมซอน จะเข้ามาทำตลาดไทยในปีหน้าอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับที่ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียรายใหญ่อย่าง “เฟซบุ๊ก” เพิ่งเปิดฟีเจอร์การใช้งานใหม่ marketplace ให้ผู้ใช้งานในไทย

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้ให้บริการ shopping search engine กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตสูงมาก เฉลี่ยปีละ 20 – 30% แต่มูลค่าตลาดยังมีสัดส่วนแค่ 1% ของค้าปลีกทั้งหมด จึงเชื่อว่าในปี 2561 จะยิ่งเติบโตสูงการพัฒนาอีเพย์เมนต์-ฟินเทค รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ของโลจิสติกส์ ทั้งการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่รายใหม่ในตลาดไทย

ในส่วนของไพรซ์ซ่า ในปีหน้าจะเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ “ไพรซ์ซ่า มันนี่” โดยจับมือกับพาร์ตเนอร์ให้บริการด้านการเงินและประกันภัย อาทิ สมัครบัตรเครดิต ซื้อประกันประเภทต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการจับมืออีมาร์เก็ตเพลสทั้งรายเดิมและรายใหม่ เพื่อเชื่อมต่อระบบให้ลูกค้าค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าได้ครอบคลุม ซึ่งจากยอดใช้งานไพรซ์ซ่าปีนี้กว่า 125 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 50% สามารถปิดการขายให้กับพาร์ตเนอร์ได้ 2.81% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 60% ซึ่งปีหน้าตั้งเป้าจะเพิ่มในสัดส่วนเดียวกันนี้

รายใหม่ “สาดดีล” ดึงลูกค้า

นายยุทธนา จิตจรุงพร รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายธุรกิจออนไลน์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า อีคอมเมิร์ซไทยยังเติบโตได้ระดับ 1,000% แต่การเข้ามาของยักษ์ใหญ่ระดับโลก จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “สาดดีล” แข่งกันเพื่อดึงลูกค้า ทำให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรม “ไม่ลดราคาไม่ซื้อ” หรือ “ดีลฮันเตอร์” ซึ่งสร้างความลำบากให้กับผู้ประกอบการเดิม

“สิ่งที่ต้องทำคือ รู้จักลูกค้า รู้จักจุดแข็งตัวเองให้มากที่สุด ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลให้มาก กว่า 5 ปีีเริ่มทำออนไลน์ เราโตระดับ 100% และขยายเปิดร้านในอีมาร์เก็ตเพลสเพิ่ม เพื่อเลือกสินค้าให้เหมาะในแต่ละตลาด”

ขณะเดียวกันต้องเชื่อมข้อมูลจากออฟไลน์-ออนไลน์ให้เป็นออมนิชาแนล ซัพพอร์ตให้ครบถ้วน ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อจนถึงการรับสินค้า โดยเทสโก้ ใช้คลับการ์ดเป็นเครื่องมือสำคัญ

สวอปหุ้นดีลเลอร์พาเข้า SET

ด้านนายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ประธานบริหารสายงานการขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป จำกัด ร้านค้าปลีกสินค้าไอที กล่าวว่า นี่เป็นยุคที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก การแข่งขันรุนแรงทำให้กำไรเหลือน้อยลง ทั้งอีคอมเมิร์ซรายใหญ่จากต่างประเทศเริ่มบุกไทย ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผู้ค้ารายย่อยที่เป็นพันธมิตรต้องล้มหายไป บริษัทจึงได้พัฒนาโมเดลธุรกิจกับคู่ค้าเพื่อจับมือสู้

“แอดไวซ์เกิดจากโมเดลยี่ปั้ว ขายลูกค้ากลุ่มต่างจังหวัด จึงต้องหาจุดแข็งด้วยการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าโดยใช้เว็บเบส มาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่เป็น B2B เพิ่งเริ่มขยายเป็น B2C คือขายออนไลน์ให้ผู้บริโภคทั่วไปมา 2 ปีรับพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งต้องเดินสายคุยกับพาร์ตเนอร์ ให้มองเห็นว่า ในยุคนี้ไม่มีเชนไหนอยู่รอดได้ ถ้าไม่จับมือกันก็โดนคนอื่นมาแย่งตลาด ตอนนี้รายใหญ่

ก็บุกตลาดไทยกันเกือบครบแล้ว ซึ่งดีลเลอร์ที่เป็นแอดไวซ์ซิสเต็มในจังหวัดต่างๆ 108 แห่ง ได้สวอปหุ้นให้เข้ามาถือหุ้นในแอดไวซ์แล้ว เพื่อพาเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2561”

ยอดขายออนไลน์เดือนแรก 3 แสนบาท ปัจจุบันเฉลี่ย 100 ล้านบาท/เดือน ปีนี้คาดจะปิดที่ 1 พันล้านบาท ส่วนปีหน้าจะให้ได้ถึง 1.5-1.7 พันล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นแค่ 10% ของยอดขายรวม แต่ยังเติบโตได้อีกเยอะ จึงเน้นทำระบบให้ใช้ง่าย สร้างระบบนิเวศซัพพอร์ต อย่างโลจิสติกส์ที่เป็นรายแรกที่การันตีส่งถึงมือได้ภายใน 3 ชั่วโมง ใน 5 จังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดการันตีเป็น Next Day โดยสินค้าในระบบเกือบ 20,000 รายการ

“สินค้าไอทีไม่ใช่แค่ราคา ลูกค้ายังต้องการความเชื่อมั่นว่าได้ของจริง มีบริการหลังการขายที่ดีกว่า ในส่วนของออฟไลน์ก็ขยายพื้นสาขาให้ใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความง่ายขึ้นของระบบนิเวศทั้งหมด ทั้งการขนส่งให้ลูกค้าได้เร็วขึ้น ซึ่งตั้งเป้าให้ส่งถึงภายใน 3 ชั่วโมงให้ได้ทุกจังหวัด การเป็นศูนย์ซ่อมให้ลูกค้า”

ดูโฮมปักหลัก “ครบถูกดี”

ขณะที่นายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการผู้บริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด กล่าวว่า รายใหญ่นำสินค้าจีนเข้ามากระทบบริษัทแน่นอน แต่เชื่อว่าคอนเซ็ปต์ “ครบถูกดี ต้องที่ดูโฮม” จะสู้ได้ คือต้องมีครบ ราคาถูกมีคุณภาพ บริการดี โดยลงทุนขยายช่องทางออนไลน์มา 2 ปีแล้ว นอกเหนือจาก 8 สาขาที่มีในปัจจุบัน

“มีทีมงานเฉพาะราว 40 คนดูแล ตั้งแต่รายละเอียดสินค้า รีวิว การจัดซื้อ ดูแลลูกค้า ไปจนถึงเพย์เม้นต์เกตเวย์ที่เลือกได้ จะชำระเงินปลายทางก็ได้”

โดยมีสินค้าให้ซื้อออนไลน์ได้ 4 หมื่นรายการ ปีหน้าจะเพิ่มให้ครบทั้ง 1.6 แสนรายการเท่ากับที่ขายออฟไลน์ และขยับรายได้จากออนไลน์เท่าตัว”

รวมถึงพัฒนาเป็นออมนิชาแนลมากขึ้น โดยเปิดบริการใหม่ให้สั่งซื้อทางออนไลน์แล้วมารับสินค้าได้เองที่หน้าร้าน

แข่งราคาให้รอดด้วยบิ๊กดาต้า

นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) กล่าวว่า ต้องใช้บิ๊กดาต้ารับมือกับการแข่งขันทางตลาดให้มากขึ้น ส่วนเทรนด์ในปีหน้า จะเห็นการซื้อขายแบบ C2C ระหว่างผู้ค้าขายรายย่อยที่มากขึ้น จากความคุ้นเคยของผู้บริโภคและการเติบโตของอีเพย์เมนต์

“การจะอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา หมายถึงต้องลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด ใช้เงินให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม การใช้ดาต้ารู้จักลูกค้าจึงสำคัญ”

เซลสุกิไม่หวั่นเฟซบุ๊ก

เสริมแกร่งผู้ประกอบการ – ไพรซ์ซ่าจัดเสวนาระดมผู้ประกอบการชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงค้าขายออนไลน์ แลกเปลี่ยนความรู้เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในปีหน้า หลังตลาดไทยกลายเป็นเป้าหมายของยักษ์ต่างชาติ

ด้านนายเลอทัด ศุภดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซลสุกิ จำกัด ผู้ให้บริการระบบจัดการร้านค้าครบวงจร “sellsuki” เปิดเผยว่า ไม่กังวลที่เฟซบุ๊กเปิดฟีเจอร์ใหม่ด้านอีคอมเมิร์ซหลายตัวคล้ายกับที่บริษัทให้บริการลูกค้า เพราะเป็นพาร์ตเนอร์กับเฟซบุ๊กมา 3 ปีแล้ว

“การเป็นพาร์ตเนอร์ทำให้รู้เขารู้เรา เรารู้มานานแล้วว่าเฟซบุ๊กจะออกฟีเจอร์พวกนี้ แต่เซลสุกิได้เปรียบจากการอยู่ในตลาดนี้มาก่อนและสามารถเชื่อมต่อเป็นพาร์ทเนอร์ได้กับทั้ง LINE และโซเชียลมีเดียอื่นๆ โดยไม่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่ง ซึ่งเฟซบุ๊กทำไม่ได้แน่นอน”

เซลสุกิมีบริการระบบจัดการให้ครบวงจร ตั้งแต่การโพสต์สินค้าขาย เพย์เมนต์ บริหารสต๊อกและส่งสินค้า ซึ่งเชื่อมโยงได้ทั้งหน้าร้านออฟไลน์ เว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย และเพิ่มศักยภาพการบริหารคำสั่งซื้อได้เพิ่มขึ้น 5 เท่าโดยไม่ต้องจ้างแรงงานเพิ่ม และมีเวลาเหลือไปพัฒนาสินค้า-การทำตลาดได้

ปัจจุบันมีลูกค้าราว 1,000 ราย ทั้งร้านค้ารายย่อยและแบรนด์ใหญ่ โดยรายได้ 60% มาจากค่าใช้บริการแพลตฟอร์ม อีก 30% มาจากการออกแบบระบบสำหรับโปรเจ็คพิเศษของแบรนด์สินค้าต่างๆ

ยอดขายรวมของลูกค้าที่ใช้งานระบบเซลสุกิ ปี 2559 อยู่ที่ 125 ล้านบาท/เดือน เฉลี่ย 144 คำสั่งซื้อ/เดือน/ลูกค้า ปีนี้อยู่ที่ 280 ล้านบาทต่อเดือน เฉลี่ยรายละ 300 คำสั่งซื้อต่อเดือน ตั้งเป้าว่าปีหน้าจะเติบโตเป็นเท่าตัว หลังจากเพิ่มฟีเจอร์ให้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสได้ เพื่อให้ร้านค้าต่างๆ ได้ประโยชน์จากการทุ่มงบการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่