เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไต้หวันต่อฟรีวีซ่า 14 วันคนไทยอีก 1 ปี ถึง 31 ก.ค. 70
Business ไต้หวันต่อฟรีวีซ่า 14 วันคนไทยอีก 1 ปี ถึง 31 ก.ค. 70
ORN กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
Real Estate ORN กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
HR เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
Automotive เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
Economic ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
Finance ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก
World โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก
เช็กความพร้อม ‘สวนรถไฟ’ รับศึกนัดชิงบอลโลก ตำรวจ-กทม. คุมเข้มความปลอดภัย
Sport เช็กความพร้อม ‘สวนรถไฟ’ รับศึกนัดชิงบอลโลก ตำรวจ-กทม. คุมเข้มความปลอดภัย
‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
World ‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
ดูทั้งหมด

“สมชัย” อดีตปลัดคลัง แนะ สศค. 5 แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

18 ต.ค. 2564 | 14:09น.

“สมชัย” อดีตปลัดคลัง แนะ สศค. 5 แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ ควรเพิ่มบทบาทกองทุนหมู่บ้าน ด้าน ธปท.ควรปรับนโยบาย หนุนประชาชนเข้าถึงสินเชื่อ เร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน-ความยากจนซ้ำซาก พร้อมสร้างสมดุลรายได้ของประเทศ

วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเสวนาวิชาการ เรื่อง “เพิ่มมุมคิด เติมมุมมอง ก้าวข้ามวิกฤต COVID-19” ในงานครบรอบวันสถาปนาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปีที่ 60 โดยระบุว่า ยังมีความท้าทายอีกมากที่ภาครัฐ กระทรวงการคลัง และ สศค.ต้องเข้าใจ และหาทางแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเป็นเรื่อง ๆ หรือแบบผักชีโรยหน้า โดย 5 สิ่งที่ควรทำ ได้แก่

1.การแก้ปัญหาคนตกงานให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อีกครั้งอย่างมั่นคง โดยระบุ การแจกเงินไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่การจะยิงนก เมื่อกระสุนออกไป 1 นัดต้องได้นกกลับมา 2 ตัว ไม่ใช่ 1 ตัว พร้อมแนะให้มีการแบ่งโซนสีความรุนแรงของปัญหา ให้โอกาสท้องถิ่นเป็นผู้ออกมาตรการ มีการเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ควรฟื้นบทบาทของ “กองทุนหมู่บ้าน” ให้มีส่วนร่วมในการเสนอโครงการและการปล่อยสินเชื่อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อ

2.การแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือคนตัวเล็กกลับมาค้าขายได้เหมือนเดิมแบบนิวนอร์มอล ชี้นโยบายเสริมสภาพคล่องของกระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้ตาข่ายรูใหญ่ ทำให้คนตัวเล็กหลุดจากตาข่าย ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ บนเงื่อนไขที่ผ่อนปรนจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้นพบว่าแบงก์พาณิชย์มีกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งแบงก์พาณิชย์ควรเข้ามามีบทบาทช่วย แต่มีการอ้างกฎเกณฑ์ของ ธปท. จึงต้องย้อนไปดูที่ ธปท. ว่าการทำนโยบาย ทำบนเครื่องมือใหม่ ๆ ได้หรือไม่ ปรับนโยบายได้หรือไม่

“มองว่าที่ผ่านมา ธปท.ใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการทำนโยบายน้อยมาก ดังนั้น นโยบายการเงินต้องปรับใหม่และนอกกรอบมากกว่านี้ เราเห็นปัญหาชัดเจน เราต้องยอมรับความจริง ขณะที่รัฐบาลไม่เคยทำผิดวินัยการเงินการคลัง เพราะเมื่อก่อหนี้เพิ่มและสุ่มเสี่ยงเกินเพดานหนี้สาธารณะ ก็ขยับเพดานหนี้ขึ้นเรื่อยๆ การทำแบบนี้ทำให้ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังหมดประสิทธิภาพ การจะขยายหนี้ต้องมีแผนรองรับการลดหนี้ที่ชัดเจน”

3.การแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนภาคประชาชนให้ลดลงเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนั้นการออกมาตรการปรับโครงสร้าง ต้องมีมาตรการเสริมออกมาควบคู่ พร้อมแนะใช้ AO แก้ปัญหาความยากจนแบบรายคน ให้คำปรึกษาและติดตามผล ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบได้ผล และต้องร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่นและต้องใช้ทรัพยากรบุคคลทั้งหมดที่มีเข้าไปช่วยแก้ปัญหา

4.การแก้ปัญหาความยากจนซ้ำซาก ซึ่งวิกฤตโควิดนี้กระทบอย่างมากต่อกลุ่มคนจน พร้อมระบุว่า กระทรวงคลัง และ สศค. กำลังใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ผิดวัตถุประสงค์ ไม่ใช่การใส่เงินเข้าไปแล้วจบ ซึ่งปรัชญาหลักของบัตรนี้มีขึ้นเพื่อทำให้คนถือบัตรลดลง ช่วยเปลี่ยนจากคนจนเป็นคนชั้นกลาง

“การเพิ่มจำนวนบัตรมากขึ้น ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ หากในช่วง 3 ปีตั้งแต่มีบัตรเกิดขึ้นในปี’60 และคนจนยังไม่ลดลง ต้องกลับมาแก้ที่ สศค. ต้องปรับเพิ่มมาตรการหรือนโยบายในการเข้าไปช่วยเหลือให้คนถือบัตรหลุดจากการเป็นคนจน ฝาก สศค.ให้ปรับวิธีการ เพราะที่ทำตอนนี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของบัตร”

และ 5.การสร้างความสมดุลของรายได้ประเทศ โดยยังคงพึ่งพารายได้จากต่างประเทศ แต่ต้องสร้างความสมดุลหรือความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจจากภายในประเทศด้วย เช่น ด้านเกษตรอาหาร ด้านสุขภาพการแพทย์ ด้านการท่องเที่ยวที่ปรับมาเป็นการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ เป็นต้น

นอกจากนี้ อดีต ผอ.สศค. ยังได้เน้นย้ำเรื่องการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ โดยระบุว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเป็นปัญหาที่โครงสร้าง เพราะในช่วงเศรษฐกิจดี รัฐบาลก็จัดเก็บรายได้ได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ดังนั้น จึงไม่ควรบอกว่า เมื่อเศรษฐกิจดีแล้วจะทำให้การจัดเก็บภาษีมากขึ้น ซึ่งจำเป็นที่ต้องปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ