สธ. จ่อเพิ่ม 18 จังหวัดสีฟ้า แนะประชาชนเข้มมาตรการ หวั่นติดเชื้อพุ่ง 4 หมื่น
สธ. คาด 1-2 วัน ยอดฉีดวัคซีนทะลุ 80 ล้านโดส ชี้ ธ.ค. เตรียมเพิ่ม 18 จังหวัดสีฟ้าเพิ่ม พร้อมคาดการณ์สถานการณ์จำลองโควิด ย้ำมาตรการหย่อน ยอดติดเชื้อดีดกลับ 3-4 หมื่นคน/วัน
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยฉีดวัคซีนสะสมกว่า 78 ล้านโดสเป็นที่เรียบร้อย โดยวันนี้ (5 พ.ย.) ฉีดได้ราว 8.24 แสนโดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 43.4 ล้านโดส หรือคิดเป็น 60.3% เข็มที่ 2 จำนวน 32.7 ล้านโดส หรือคิดเป็น 45.4% และเข็มที่ 3 จำนวน 2.5 ล้านโดส หรือคิดเป็น 3.5%
หากแบ่งตามชนิดวัคซีนจะเป็นซิโนแวค 24.5 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 34.4 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 12.7 ล้านโดส และไฟเซอร์ 6.5 ล้านโดส โดยคาดว่าภายใน 1-2 วัน จะฉีดวัคซีนทะลุ 80 ล้านโดสได้อย่างแน่นอน


โควิดยังทรงตัว
ขณะที่การติดเชื้อล่าสุดพบผู้ป่วยใหม่ 8,148 ราย ผู้ป่วยอาการรุนแรง ปอดอักเสบ มีภาวะแทรกซ้อนลดลงเหลือ 2,118 ราย เช่นเดียวกับผู้ที่ใส่ท่อช่วยหายใจลดลงเหลือ 461 รายจาก 1,300 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 80 ราย
หากพิจารณาอัตราการเสียชีวิตจะพบว่า กทม. และ ปริมณฑล เสียชีวิตเฉลี่ย 10 ราย/วัน โดยมีแนวโน้มลดลง เช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ ส่วน 4 จังหวัดชายแดนใต้ เริ่มชะลอตัวลดลงช้า ๆ ตามแนวโน้มของประเทศ


โดยปัจจัยหลักมาจากประชาชนให้ความร่วมมือ มีการตรวจหาเชื้อจาก ATK มากขึ้น ตลอดจนการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ จังเชื่อได้ว่าในอีก 2-3 สัปดาห์ สถานการณ์จะดีขึ้น โดยเฉพาะ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ส่วน จ.สงขลา ลดลงแต่ยังไม่ชัดเจนนัก แต่ จ.ปัตตานี ยังต้องเอาใจช่วย
ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตัวเองสูงสุด (Universal Prevention) ควบคู่กับการใช้มาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง และมาตรการเชิงรุกผ่านการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด
ขณะที่ 6 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ระยอง จันทบุรี ตาก และขอนแก่น ที่มีการติดเชื้อมากขึ้น ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยบางจังหวัดเกิดจากการเคลื่อนตัวของแรงงาน และการเกิดคลัสเตอร์ตามโรงงานต่าง ๆ เบื้องต้น สธ. ได้ส่งวัคซีนไปเพื่อควบคุมการระบาดแล้ว ประเมินได้ว่าสถานการณ์จะเบาลงในอีก 2-3 สัปดาห์


จ่อเพิ่ม 18 จังหวัดสีฟ้า
นพ.โอภาส กล่าวต่อไปว่า สำหรับพื้นที่สีฟ้า หรือจังหวัดนำร่องการท่องเที่ยวทั้ง 17 จังหวัด ยังต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ครอบคลุมมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ หรืออยู่ที่ราว 80% ของจำนวนประชากรในพื้นที่
และจะส่งผลพื้นที่นำร่องดังกล่าว มีความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดอัตราการติดเชื้อ หรือกระทั่งติดเชื้ออาการก็จะไม่รุนแรง โดยต้องเน้นมากที่สุดในกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้วราว 77% ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดครอบคลุมแล้วกว่า 64%
“ในเดือนธันวาคม มีแผนจะเพิ่มจังหวัดอื่น ๆ อีกราว 17-18 จังหวัด เข้าเป็นพื้นที่สีฟ้า ซึ่งจะต้องเร่งฉีดวัคซีนกันต่อไป”

หวั่นยอดพุ่ง 4 หมื่นคน
นอกจากนี้ นพ.โอภาส ยังกล่าวถึงการคาดการณ์การติดเชื้อหลังเปิดประเทศ โดยระบุว่า หลังผ่อนคลายมาตรการการเดินทางผ่านการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มีคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ใน 3 ซีเนริโอ
โดยรูปแบบแรก หากมาตรการผ่อนคลาย ทำกิจกรรมโดยไม่เฝ้าระวัง หรือควบคุมกำกับใกล้ชิด ความร่วมมือลดลง ก็อาจเกิดระบาดเพิ่มขึ้น ซึ่งบางวันอาจพบผู้ติดเชื้อใหม่ถึง 3–4 หมื่นราย ที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ ที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมสูง และมีการติดเชื้อสูงถึงวันละ 3 หมื่นราย
ขณะที่รูปแบบที่ 2 คือ หากมีการร่วมมือกันดี และมาตรการต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จ จำนวนผู้ติดเชื้อจะคงที่อยู่ที่วันละ 5-6 พันราย ซึ่งปัจจุบันไทยยังอยู่ในซีเนริโอที่ 2 นี้
สำหรับรูปแบบที่ 3 คือ หากมาตรการดำเนินได้ปานกลาง ก็จะพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 1.2-1.3 หมื่นราย ส่วนการจำนวนผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ดังนั้น จึงต้องเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง และต้องรักษาสมดุลระหว่างการคงมาตรการไม่ให้เชื้อโควิดกระจายระดับสูงควบคู่กับการคำนึงถึงภาพรวมเศรษฐกิจ ตอลดจนการใช้ชีวิตของประชาชน