ธ.ไทยพาณิชย์ส่องสินเชื่ออสังหาปีจอ จับจุดดิจิทัลเจาะเจนวาย-อินไซต์ลูกค้า
“ปีหน้าสินเชื่อบ้านจะยังแข่งขันกันดุเดือด” นี่เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ในปี 2561 ของ “จามรี เกษตระกูล” รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บนเวทีสัมมนา “ส่องอสังหาฯ 2018” จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา
โดยเธอ กล่าวว่า ปีหน้ายังเห็นภาพที่บางธนาคารยังให้สินเชื่อบ้านในอัตราดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่กว่า 2% ได้ เพียงแต่จะให้เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือลูกค้าโครงการที่แบงก์จับมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์)
“ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลงไปติดดินแล้ว คงลงไปมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะมีต้นทุนเงินที่ต้องดูแล ในส่วนของเราเน้นไปที่การบริการ และร่วมมือกับพันธมิตรให้ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันสินเชื่อใหม่ของเรายังมีการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ดีกว่าภาพรวมตลาดที่่ติดลบ 10-15% อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็มีภาพที่ดีว่า ปีหน้าสินเชื่ออสังหาฯจะดีขึ้นไม่ติดลบแล้ว”
เธอให้เหตุผลว่า ปัจจัยที่ทำให้สินเชื่อบ้านปีหน้ากลับมาเติบโตดีขึ้น มาจากบรรยากาศทางการตลาดที่ดีขึ้น รวมถึงการลงทุนที่ชัดเจนขึ้น เช่น โครงการรถไฟฟ้าที่เริ่มเห็นมากขึ้น ขณะเดียวกันแรงซื้อที่อั้นจากปีนี้จะไปเห็นในปีหน้า โดยคาดว่าภาพรวมสินเชื่อใหม่ในตลาดโต 1.5 เท่าของ GDP หรือโตได้ 4-6%

ในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ “จามรี” บอกว่า เนื่องจากแบงก์อยู่ในช่วงปรับองค์กร (transforms) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับทุกส่วน ซึ่งธนาคารมีข้อมูลอยู่มาก เป็นบิ๊กดาต้า จึงได้ตั้งบริษัท SCB Abacus ขึ้นมาศึกษาพฤติกรรมและใช้ข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การให้บริการที่ดีขึ้น และตอบสนองความต้องการลูกค้าได้มากขึ้น โดยมุ่งตอบโจทย์ทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้าทั่วไป และดีเวลอปเปอร์
“เราต้องหา pain point (จุดที่สร้างความยากลำบาก) ของลูกค้าให้เจอ ตอนนี้กำลังศึกษาทำอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ลูกค้าเมื่อขอสินเชื่อเข้ามาแล้ว เขาไม่รู้ว่าอยู่ขั้นตอนไหน อนุมัติหรือไม่ เราก็จะทำ
แทร็กกิ้ง (การติดตาม) บอกลูกค้าว่า อยู่ขั้นตอนไหน ซึ่งจะตอบโจทย์ดีเวลอปเปอร์ด้วย เราพยายามทำให้ทุกอย่างอัตโนมัติเร็วขึ้น”
นอกจากนี้ “จามรี” ยังบอกว่า เนื่องจากสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อระยะยาว 20-30 ปี ดังนั้น ธนาคารจึงต้องสร้างความผูกพัน (engagement) กับลูกค้าในหลายด้าน โดยจะต้องเจาะลึกข้อมูลลูกค้าในเชิงไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคในเชิงลึกขึ้น (insight)
“อย่างลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิต จะมีฐานข้อมูลว่าเขาทำกิจกรรมอะไรบ้าง หรือคนต่างเจนเนอเรชั่น (gen) พฤติกรรมที่ต่างกัน ก็สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ เช่น กลุ่นเจน Y อายุ 22-37 ปี จะสนใจซื้อคอนโดฯ เจน X ที่อายุ 38-57 ปี จะสนใจซื้อบ้านเดี่ยว”
“จามรี” กล่าวว่า กลุ่มเจนวายที่มีระดับรายได้เฉลี่ย 30,000-45,000 บาทต่อเดือน จะเป็นกลุ่มที่แบงก์ไทยพาณิชย์มองว่า เป็นกลุ่มที่ตอบรับดิจิทัลมากที่สุด มีการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก ดังนั้นหากธนาคารจะทำโปรโมชั่น ก็ต้องทำผ่านช่องทางเหล่านี้ปีหน้าคงได้เห็นภาพการชิงตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ที่ดุเดือด โดยทุกแบงก์ต่างก็งัดเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็น “อาวุธ” ด้วยกันทั้งสิ้น