เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค.เปิดชื่อ 54 ประเทศรวมไทย ติดโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน”

07 ธ.ค. 2564 | 14:49น.
ตรวจ แนอรก-19

ตรวจ แนอรก-19

ศบค.เผยพบโควิดสายพันธุ์โอไมครอนระบาดแล้ว 54 ประเทศ/พื้นที่ ส่วนเปิดประเทศมา 36 วัน ต่างชาติเข้าไทยกว่า 1.7 แสนราย พบติดเชื้อโควิด 218 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ (7 ธ.ค.) กทม.มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ประจำวันว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 3,525 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,119,903 ราย หายป่วยแล้ว 2,033,948 ราย และเสียชีวิตวันนี้เพิ่ม 31 คน รวมเสียชีวิตสะสม 20,903 ราย

ขณะที่ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่จำนวน 66,395 ราย อยู่ใน รพ. 32,525 ราย รพ.สนามและอื่น ๆ 33,870 ราย ในจำนวนนี้มีอาการหนัก 1,253 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 328 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,148,766 ราย หายป่วยแล้ว 2,061,374 ราย เสียชีวิตสะสม 20,997 ราย

ฉีดวัคซีนสะสมทะลุ 95.6 ล้านโดส

ขณะที่ยอดตรวจ ATK จากกรมควบคุมโรค วันที่ 7 ธ.ค.มีจำนวน 20,509 ราย รวมยอดตรวจสะสมวันที่ 20 ส.ค.-7 ธ.ค. 64 มีจำนวน 5,310,324 ราย ส่วนยอดผลบวก ATK ติดเชื้อเข้าข่ายวันที่ 7 ธ.ค. 64 มีจำนวน 735 ราย รวมยอดผลบวกสะสม 20 ส.ค.-7ธ.ค.64 มีจำนวน 268,743 ราย

สำหรับผู้มาขอรับวัคซีน ข้อมูล ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 85,617 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 53,747 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 38,950 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-6 ธันวาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 95,616,058 โดส

  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 49,308,940 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 42,527,505 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 3,779,613 ราย

ยอดเสียชีวิต กทม.ลดเหลือ 1 ราย

10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุดวันนี้ อันดับ 1.ยังเป็นกรุงเทพมหานคร จำนวน 810 ราย ซึ่งตัวเลขยังทรง ๆ ตัวและไม่ลดลง อันดับ 2.นครศรีธรรมราช จำนวน 271 ราย ถัดมาเป็นชลบุรี 162 ราย สงขลา 159 ราย สุราษฎร์ธานี 153 ราย ปัตตานี 110 ราย ส่วนอีก 4 จังหวัดที่เหลืออยู่ต่ำกว่าระดับ 100 ราย ได้แก่ เชียงใหม่ 95 ราย นครสวรรค์ 95 ราย สมุทรปราการ 93 ราย และตรัง 80 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิต 31 ราย ในวันนี้เป็นชาย 20 ราย หญิง 11 ราย และยังอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว 30 ราย หรือคิดเป็น 97%

โดยพบว่าอยู่ใน กทม. 1 ราย ที่เหลือเป็นผู้เสียชีวิตที่นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี รวม 7 ราย เชียงใหม่ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ รวม 7 ราย ภาคใต้ที่พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง ปัตตานี สงขลา และสตูลรวม 9 ราย และที่ชลบุรี เพชรบุรี จันทบุรี ปราจีนบุรี สระบุรี และสุพรรณบุรี รวม 7 ราย

 

เปิดประเทศ ต่างชาติเข้าไทย 1.7 แสนราย ติดโควิด 218 คน

ขณะที่มีผู้เดินทางมาจากต่างประเทศรวม 10 ราย โดยมาจากรัสเซีย 2 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย ศรีลังกา 1 ราย กาตาร์ 1 ราย เยอรมนี 3 ราย คองโก 1 ราย และสวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย ผลตรวจพบเชื้อ และมีทั้งมีอาการและไม่มีอาการ และเข้าพักในระบบ Test & Go และแซนด์บอกซ์ ทั้งในภูเก็ต กทม. และพังงา รวมทั้งที่พักโรงแรม AQ ใน กทม.และชลบุรี

ส่วนผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยาน ตั้งแต่วันที่ 1-6 ธันวาคม 2564 มีผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรรวมสะสม 40,474 ราย พบติดเชื้อโควิด 47 ราย คิดเป็นสัดส่วนอัตราการติดเชื้อ 0.12%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากรวมผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในเดือนพฤศจิกายน (1-30 พ.ย.) หลังเปิดประเทศที่มีผู้เดินทางเข้ามา 133,061 ราย มีผู้ติดเชื้อรวม 171 ราย เท่ากับว่าหลังเปิดประเทศ 36 วัน (1 พ.ย.-6 ธ.ค. 2564) มีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยแล้วรวม 173,535 ราย (133,061+40,474) และมีผู้ติดเชื้อโควิดรวม 218 ราย (171+47) (ตามตาราง)

ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 266,692,781 ราย อาการรุนแรง 87,046 ราย รักษาหายแล้ว 240,233,972 ราย และเสียชีวิต 5,277,595 ราย

สำหรับอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1.ยังเป็นสหรัฐอเมริกา จำนวน 50,148,680 ราย 2.อินเดีย จำนวน 34,648,086 ราย 3.บราซิล จำนวน 22,147,476 ราย 4.สหราชอาณาจักร จำนวน 10,515,239 ราย 5.รัสเซีย จำนวน 9,833,749 ราย สำหรับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,148,766 ราย

ทั่วโลกติดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนแล้ว 54 ประเทศ

ศบค.ยังรายงานความคืบหน้าของการพบโควิดสายพันธุ์โอไมครอนว่า ทั่วโลกพบแล้ว 54 ประเทศ/พื้นที่ โดยมาจากทวีปแอฟริกา 4 ประเทศหลัก ได้แก่ แอฟริกาใต้ บอตสวานา ซิมบับเว และสาธารณรัฐแซมเบีย

มาจากการติดเชื้อในประเทศ 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยียม สหราชอาณาจักร แคนาดา โครเอเชีย เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอซ์แลนด์ อินเดีย อิสราเอล นามิเบีย นอร์เวย์ โปรตุเกส และสเปน

และจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมีจำนวน 35 ประเทศ/พื้นที่ โดยประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 33 ของประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ /มาจากพื้นที่อื่น (รายชื่อประเทศตามตาราง)

ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีรายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนแล้ว อย่างน้อย 16 รัฐ หรือคิดเป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศ ส่วนที่อังกฤษพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่ม 86 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดอยู่ที่ 246 ราย จากตัวเลข 160 รายก่อนหน้า เท่ากับว่าอังกฤษพบผู้ติดเชื้อไวรัสโอไมครอนเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในวันเดียว

ส่วนที่ญี่ปุ่น ผลสำรวจโดยหนังสือพิมพ์โยมิอุริของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ประชาชน 89% สนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลที่สั่งระงับไม่ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ จากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.