เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ส่องโรงไฟฟ้าชุมชนนครศรีฯ ดันราคา “หญ้าเนเปียร์” ไร่ละ 3.5 หมื่น

11 ธ.ค. 2564 | 17:27น.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน นำคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่ จ.นครศรีธรรมราช รับฟังความคิดเห็นบริษัท ปาล์มดีชุมชนกรีนพาวเวอร์ จำกัด

และบริษัท ปาล์มดีกรีนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็น 2 ใน 43 รายเข้าร่วมโครงการ และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโครงการ เพราะนอกจากจะร่วมผลิตเชื้อเพลิงตามวัสดุการเกษตร

เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงไฟฟ้าแล้ว ชุมชนจะได้รับส่วนแบ่งรายได้ ทั้งการจำหน่ายไฟฟ้าและจำหน่ายพืชพลังงานเพื่อเป็นเชื้อเพลิง เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ลดการย้ายถิ่นฐานแรงงานด้วย

ตั้งไข่โรงไฟฟ้าชุมชน

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) กล่าวว่ากรมเร่งสร้างการรับรู้ตามแผนส่งเสริมพลังงานทดแทน ภายหลังจากมีผู้ผ่านเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ 43 ราย จากผู้สมัคร 169 ราย

ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้ 149.5 เมกะวัตต์ โดยบริษัท ปาล์มดีชุมชนกรีนพาวเวอร์ จำกัด จะร่วมกับวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันพืชโตไวและเลี้ยงสัตว์ปาล์มดีศรีนคร ผลิตไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 2.85 เมกะวัตต์ โดยมีพืชโตเร็วเป็นเชื้อเพลิงหลัก และวัสดุเหลือใช้จากสวนปาล์มเป็นเชื้อเพลิงเสริม

ส่วนบริษัท ปาล์มดีกรีนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนผลิตปาล์มน้ำมันและปลูกหญ้าเนเปียร์ ผลิตไฟฟ้าแก๊สชีวภาพ ขนาด 3 เมกะวัตต์ ซึ่งการผลิตจะใช้หญ้าเนเปียร์ผสมกับน้ำเสีย 25% ในการหมักให้เกิดแก๊สชีวภาพ และใช้แก๊สเพื่อมาผลิตกระแสไฟฟ้า

นายอดิศักดิ์ ชูสุข ผู้อำนวยการกองวิจัย ค้นคว้าพลังงาน พพ. กล่าวเสริมว่า โรงไฟฟ้าชุมชนนี้มีกําหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ใน 21 ม.ค. 2568 หรือภายใน 36 เดือนนับจากวันลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หากบริษัทใดไม่สามารถดำเนินการได้จะถูกยกเลิกใบอนุญาต

หนุนใช้เนเปียร์แซมปาล์ม

นายวิกรม โกมลตรี ตัวแทนผู้ถือหุ้นบริษัท ปาล์มดีกรีนพาวเวอร์ กล่าวว่า บริษัทมีโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพบนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ โดยมีวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำมันและผลิตหญ้าเนเปียร์ปาล์มดีศรีนคร ที่มีสมาชิกกว่า 300 ราย มีความพร้อมปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าชุมชน ประมาณ 250 ไร่

ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับพื้นที่ เตรียมจะเช่าให้สมาชิกปลูกหญ้าเนเปียร์ปลูกแซมสวนปาล์มเพิ่ม โดยจะมีพื้นที่สำรองอีก 1,000 ไร่ ซึ่งเฉลี่ยหญ้าเนเปียร์จะให้ผลผลิต 70 ตันต่อไร่ต่อปี

ส่วนราคารับซื้อหญ้าเนเปียร์อยู่ที่ตันละ 300-500 บาท เท่ากับมีรายได้ไร่ละ 21,000-35,000 บาท จึงมั่นใจว่าจะมีหญ้าเนเปียร์เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าจากปัจจุบันที่ปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์เท่านั้น

สำหรับการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล 1 เมกะวัตต์ จะใช้หญ้าเนเปียร์ราว 30-50 ตันต่อวัน หากผลิตได้ 2.75 เมกะวัตต์ จะใช้หญ้าเนเปียร์ราว 100 ตัน ตั้งเป้า 300 วัน ก็จะใช้หญ้าเนเปียร์ 3 แสนตัน

ส่วนปาล์ม 1 โรงงานจะมีพื้นที่เพาะปลูก 1 แสนไร่ ดังนั้น พื้นที่เพาะปลูกหญ้าเนเปียร์ 100 ไร่ เต็มพื้นที่ต่อ 1 เมกะวัตต์ ถือว่าเพียงพอ ขณะที่ปาล์มให้ผลผลิต 3 ตันต่อไร่ แต่ปีนี้อยู่ที่ 5 ตันต่อไร่ต่อปี หากคิดราคาปาล์มขณะนี้ กก.ละ 6 บาท คิดเป็นเงิน 18,000 บาทต่อ 1 ไร่

“การสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้คนในชุมชน แน่นอนว่าทุกอย่างมีผลกระทบ อยู่ที่ว่าจะหาทางป้องกันอย่างไร มีความรับผิดชอบต่อชุมชนอย่างไร ในส่วนของพืชพลังงานคิดว่าผลกระทบ

เพราะมีการนำน้ำเสียและแก๊สมาปั่นไฟ ในขณะที่ชีวมวลต้องสร้างให้มีมาตรฐาน ทั้งควัน หรือกลิ่น พร้อมทั้งมีโรงงานต้นแบบ ชุมชนได้รับผลกระทบหรือไม่อย่างไร จะไม่คำนึงด้านราคาอย่างเดียว แต่จะคำนึงถึงระยะยาว ชุมชนให้มากที่สุด”

เริ่มขายไฟเชิงพาณิชย์ปี’65

ด้วยนโยบายรัฐบาลได้ให้โรงงานหาพลังงานเชื้อเพลิง สัดส่วน 20% ถือเป็นจุดแข็งสร้างโอกาสชุมชน เสริมให้โรงไฟฟ้าได้ตลอดอายุสัญญา 20 ปี

“ราคาเชื้อเพลิงในท้องตลาด 20% ที่เป็นทะลายปาล์มที่ส่งขายไปส่วนใหญ่ และนำไปส่งในภาคกลางจะเกิดต้นทุนค่าขนส่งมากกว่าค่าเชื้อเพลิงด้วยซ้ำ จึงมองไปถึงผลกระทบทั้งในเรื่องของค่าน้ำมันและสร้างมลพิษ

ส่วนราคาก็จะขึ้นอยู่กับราคาตลาด แต่ก็จะมีการประกันราคาให้ โรงไฟฟ้าเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะต้องอยู่ได้ และให้ราคาไม่น้อยกว่าที่อื่นแน่นอน”

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะผลิตไบโอแก๊สก่อนและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ปลายปี 2565 ส่วนโรงไฟฟ้าชีวมวลจะต้องดูรายละเอียดก่อนสร้างเพราะยังมีประชาพิจารณ์

รวมถึงเงินลงทุนเพื่อให้อยู่ในกรอบกำหนดของ พพ.ที่ไม่เกิน 36 เดือน ประเมินว่าจะคุ้มทุนใน 7 ปี จากการลงทุน 160-170 ล้านบาท

บริษัทมองว่าการให้วิสาหกิจชุมชนมีหุ้น 10% ซึ่งจะได้รับผลดียืนพื้นตรงนี้แน่นอน สามารถนำเงินไปต่อยอดและโรงไฟฟ้าจะต้องมีเงินจำนวนหนึ่งไปพัฒนาด้านการศึกษา

ด้านสาธารณูปโภค จึงได้ทำบันทึกข้อตกลงท้องถิ่นว่าใน 1 ปี จะมีเงิน 1 ล้านบาทต่อ 1 โรง มาพัฒนาได้หลายอย่างเกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างมาก

“ส่วนการจะเพิ่มบ่อชีวมวลอีก 1 บ่อ ต้องทำความเข้าใจให้ชาวบ้าน ก่อนจะทำต้องมีข้อมูลให้ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม ผลประโยชน์ชุมชนที่ได้ 1 ล้านบาทต่อปี จะจัดสรรเพื่อส่วนรวม ส่วนข้อเสนอภาครัฐ

เมื่อเราทำแล้วช่วยสิ่งแวดล้อมลดโลกร้อน เป็นสิ่งที่ได้กับชุมชนประเทศ ราคาที่ได้ไม่ควรจะมีการแข่งขัน โรงอื่นอาจจะให้ชุมชนแค่ 1 แสนบาทต่อปี แต่เราให้ 1 ล้านการันตี อาจจะไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชุมชนหรือไม่”

หนุนปลูกพืชเศรษฐกิจโตเร็วป้อน

นางสาวธนากานต์ สุพล ตัวแทนบริษัท ปาล์มดีชุมชนกรีนพาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ได้ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันพืชโตไวและเลี้ยงสัตว์ปาล์มดีศรีนคร เตรียมส่งเสริมสมาชิก 200 รายใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าปลูกพืชโตเร็ว

อาทิ ต้นกระถิน ต้นยูคาลิปตัส เพื่อผลิตไฟฟ้าชีวมวล ทั้งยังนำเศษปาล์ม ทะลายปาล์มซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในพื้นที่ไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเสริม

ด้าน นายมนัส รอดมินทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันและหญ้าเนเปียร์ ปาล์มดีศรีนคร กล่าวว่า พื้นที่ 90% ของชุมชนเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการทำเกษตรกรรม

ตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีของชาวบ้าน ทั้งการขายเนเปียร์ ทะลายปาล์ม เพื่อนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าให้มีความต่อเนื่อง และเมื่อมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น เกษตรกรไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีตลาดรองรับ

เมื่อชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง อยากเห็นลูกหลานเกษตรกรไปทำงานที่อื่นทยอยกลับมาสู่บ้านเกิดของตัวเอง

อีกทั้งจากการที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน หากจะนำปาล์มน้ำมันที่เป็นเชื้อเพลิงมาผลิตกระแสไฟฟ้าจะทำให้เกษตรกรอยู่ได้ และกระแสการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังจะมา ต้องเตรียมพร้อมผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่ม ซึ่งชาวสวนมีความพร้อมแล้ว

ขณะที่ นายวัชระพงค์ คงแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันพืชโตไวและเลี้ยงสัตว์ปาล์มดีศรีนคร กล่าวว่า ชาวบ้านได้เตรียมพื้นที่ไว้ 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นพื้นที่ปลูกไม้โตเร็วเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก

และให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูง มีความหนาแน่นของต้นไม้สูง และส่วนที่ 2 เป็นแผนรองรับเรื่องของต้นปาล์มกับทะลายปาล์ม เมื่อโรงไฟฟ้าก่อตั้งเสร็จเรียบร้อย คิดว่าวิสาหกิจชุมชนจะมีความพร้อมส่งวัตถุดิบ และจะมีรายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2562 ในสมัยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าสู่การพิจารณาของ กพช.เมื่อ 11 ก.ย. 2562 เห็นชอบกรอบการส่งเสริมให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชนถึง 1,933 เมกะวัตต์

ซึ่งกระทรวงพลังงานได้บรรจุในแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2561-2580 หรือ AEDP2018

แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ ส่งผลให้ กพช.เมื่อ 16 พ.ย. 2563 ปรับโครงการนี้เหลือเป็นเพียงโครงการนำร่อง 150 เมกะวัตต์เท่านั้น

ซึ่งต้องรอดูว่าหลังจากนี้ ปี 2565 เมื่อมีการขายไฟเข้าสู่ระบบ จะมีการสานต่อโรงไฟฟ้าชุมชนเฟส 2 หรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้า