Skip to content

“เบนซ์” ผลักดันอุตฯรถยนต์ไทยสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

21 ธ.ค. 2564 | 13:56น.
“เบนซ์” ผลักดันอุตฯรถยนต์ไทยสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
คอลัมน์ ออโตเวิลด์ไวด์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนโลกให้สะอาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายระดับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี และกลยุทธ์ในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวทั่วโลกภายในทศวรรษนี้

เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่น EQS รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรก พร้อมแผนการประกอบรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทยภายใต้มาตรฐานการทำงานระดับโลก เพื่อเตรียมพร้อมจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศในปี 2565 รวมถึงแผนการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินงานของโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบต่อยอดจากความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ระดับลักเซอรี่ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายเซ็กเมนต์ที่สุด เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก้าวไปในทิศทางเดียวกันกับเทรนด์ยานยนต์โลก

นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตามนโยบายระดับโลกของบริษัทแม่ เราพร้อมเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวภายในทศวรรษนี้ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ปราศจากมลพิษ โดยเรากำลังเปลี่ยนจากกลยุทธ์ “ไฟฟ้านำ” (electric first) เป็น “ไฟฟ้าเท่านั้น” (electric only) ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป รถยนต์ใหม่ที่จะเปิดตัวจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

โดยลูกค้าสามารถเลือกรถยนต์ไฟฟ้าได้จากทุกโมเดลที่เรามี ภายใต้โครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ 3 แบบ ได้แก่ MB.EA, AMG.EA และ VAN.EA นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย และจะสอดคล้องไปกับแผนบรรเทาสภาวะอากาศระยะยาวของรัฐบาลไทยที่ต้องการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในปี 2593 และ 2608 ตามลำดับ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เลือกให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 7 ที่ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่และโรงงานประกอบรถยนต์ที่เรามีทั่วโลก เพราะเรามั่นใจในศักยภาพของตลาด และเล็งเห็นความสำคัญของการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมไปถึงการที่เรามีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐในการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งการพัฒนาแรงงานไทยก็เป็นแรงงานที่มีฝีมือ การตั้งโรงงานประกอบรถยนต์และผลิตแบตเตอรี่ในไทยด้วยมาตรฐานการผลิต และการทดสอบแบตเตอรี่ในระดับสูงสุด ทั้งยั้งเป็นการตอบรับเทรนด์ e-Mobility ของโลก

โดยเมื่อปี 2559 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฉลองความสำเร็จของการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทยครบ 100,000 คัน และยังได้ริเริ่มให้มีโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายใต้การดูแลของบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TESM) ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่ได้รับอนุญาตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์แต่เพียงผู้เดียว

โดยโรงงานแห่งนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการผลิตแบตเตอรี่ ทั้งสำหรับรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริดรุ่นต่าง ๆ อาทิ รุ่น C-Class, E-Class และ GLC รวมถึงรุ่น S 580 e ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์รุ่น EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะมีการประกอบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมขับเคลื่อนยานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและมลพิษต่ำโดยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ด้วยเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมของประเทศ โดยไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงแค่การขายรถยนต์แต่เพียงอย่างเดียว

แต่ยังมองถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทยด้วยการลงทุนผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ในประเทศ สนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและส่งมอบโอกาสทางด้านความรู้ความเชี่ยวชาญให้กับแรงงานชาวไทย ซึ่งสามารถนำไปวิจัยต่อยอดให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไปได้

ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากนโยบายและมาตรการที่เอื้อหนุนจูงใจให้เกิดการลงทุนในประเทศ ทั้งในแง่ของการสนับสนุนผู้ผลิตยานยนต์สมัยใหม่ การกระตุ้นความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า การวางแผนขยายจำนวนสถานีชาร์จ รวมถึงการสร้างโครงข่ายสนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต และการวางแผนดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เบนซ์