เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

อีอีซีเฟส 2 เข้าบอร์ดใหญ่ต้นปี’65 หวังเพิ่มจ้างงาน 2 หมื่นตำแหน่งต่อปี

22 ธ.ค. 2564 | 18:52น.

อนุกรรมการบริหารอีอีซีประกาศความคืบหน้า 4 โครงการโครงสร้างพื้นฐาน EEC เตรียมเสนอร่างแผนปฏิบัติการพัฒนา EEC เฟส 2 ปี 2566-2570 เข้าบอร์ดใหญ่ 7 ม.ค. ชี้เพิ่มจ้างงาน 2 หมื่นตำแหน่งต่อปี ลดค่าใช้จ่ายเดินทางปีละ 4 พันล้าน

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่ 7/2564 ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อเตรียมการสำหรับนำเสนอต่อการประชุมคณะกรรมการนโยบาย EEC ในวันที่ 7 มกราคม 2565 โดยมีทั้งหมด 4 เรื่อง ประกอบด้วย

1.ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 4 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) ที่อีอีซีได้ผลักดันการเซ็นสัญญาครบทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ โครงรถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีมูลค่าการลงทุน 654,921 ล้านบาท ภาคเอกชนลงทุน 416,080 ล้านบาท (64%) ภาครัฐลงทุน 238,841 ล้านบาท (36%) โดยภาคเอกชนจะให้ผลตอบแทนภาครัฐ 440,193 ล้านบาท และรัฐได้ผลตอบแทนสุุทธิ 210,352 ล้านบาท

โดยความคืบหน้าของ 4 โครงการนี้ ไม่ต้องใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ อีกทั้งยังใช้บริการบริษัทในประเทศไทย และแรงงานไทย

“รัฐบาลได้ผลตอบแทนสุทธิ 210,352 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดถือเป็น Benchmark แรกสำหรับการพัฒนา EEC ที่สามารถทำงานได้โดยไม่ได้ใช้ทรัพยากรของจังหวัดอื่น มาเป็นกำลังในการพัฒนา และสามารถที่จะบอกได้ว่า โครงการอื่น ๆ ในอนาคต หากสามารถปฏิบัติได้ด้วยวิธีนี้ ก็เป็นไปได้เหมือนกัน” นายคณิศกล่าว

2.ที่ประชุมรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ที่เขาวงจันทร์ จ.ระยอง ว่ามีการก่อสร้างและการดำเนินงานเสร็จสิ้นไปแล้ว 98% และที่ประชุม กบอ.ก็รับทราบความก้าวหน้า และจะใช้พื้นที่ดังกล่าว ทำเรื่องนวัตกรรมชีวภาพ  AUTOMATION นวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะ นวัตกรรมการบินกับอากาศ นวัตกรรมอาหาร โดยเฉพาะเรื่องอาหารและการเกษตร

รวมทั้งการก่อสร้างกลุ่มอาคาร โรงงานต้นแบบนวัตกรรมขั้นสูงต่าง ๆ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของ EECi ใกล้เสร็จสมบูรณ์ และคาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการ ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลานการจัดประชุมผู้นำเอเปก (APEC) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ และจะเป็นโอกาสได้นำผู้นำ APEC ไปเยี่ยมชม EECi เป็นจุดดึงดูดการลงทุน และแสดงให้ทุกคนเห็นว่า EEC ได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

3.ศูนย์การแพทย์จีโนมิกส์ โดยที่ประชุม กบอ.รับทราบความก้าวหน้าโครงการพัฒนาศูนย์บริการทดสอบการแพทย์จีโนมิกส์ ในพื้นที่อีอีซี เพื่อการยกระดับระบบสาธารณสุขให้คนไทยเข้าถึงการรักษาอย่างแม่นยำ หายป่วยง่าย สุขภาพดีถ้วนหน้า

ยกระดับให้ชุมชนเข้าถึงบริการสาธารณสุข และแผนการขับเคลื่อนการรักษาแบบการแพทย์แม่นยำ โดยเร่งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนศูนย์บริการจีโนมิกส์ในอีอีซี และบริการที่เกี่ยวข้อง

โดยปัจจุบันสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และ สกพอ.ได้ลงนามในสัญญาจ้าง และสัญญาเช่าที่บริการถอดรหัสพันธุกรรม กับกิจการร่วมค้าไทยโอมิกส์ เพื่อถอดรหัสพันธุกรรมประชาชน 50,000 ราย ในระยะเวลา 5 ปี และจัดเก็บเป็นข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยและเลือกการรักษาโรคที่ถูกต้อง เป็นต้นแบบในพื้นที่อีอีซี เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับการวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ รักษาได้ตรงอาการไม่ป่วยหนัก และมีสุขภาพดีทั่วหน้าต่อไปในอนาคต

“แผนการขับเคลื่อนการรักษาได้เร่งรัดให้เกิดการลงทุนศูนย์บริหารจีโนมิกส์แล้ว อยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา และได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่เรียบร้อยหมดแล้ว โดยจะถอดรหัสพันธุกรรมของประชาชน 5 หมื่นราย ในระยะเวลา 5 ปี จัดเก็บเป็นข้อมูลวินิจฉัย การเลือกรักษาอย่างถูกต้องเป็นต้นแบบของในพื้นที่ EEC สำหรับคนไทยทุกคนที่จะได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำ ได้รับการตรวจสอบที่ตรงกัน” นายคณิศกล่าวและว่า

ในอนาคตมีแผนจะทำ 2-3 เรื่อง คือ จะมีการพูดคุยกับนักลงทุน เพื่อทำเรื่องเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล โรงพยาบาล แล้วก็อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

4.เป็นเรื่องการเสนอแผนโครงสร้างพื้นฐานฉบับที่ 2 หลังทำแผนฉบับแรก ครอบคลุม 5 ปี ถึง ปี 2561-2565 เพราะฉะนั้นในปี 2566-2570 จึงมีแผนปฏิบัติการโครงสร้างในเขตพื้นที่ EEC ฉบับที่ 2 โดยจะสอดคล้องกับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ 20 ปี แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการให้จุดเน้น สำหรับการพัฒนาโครงสร้างฉบับพื้นฐาน ระยะที่ 2 ใน EEC

จุดเน้นข้างต้นได้ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานใน EEC ลักษณะของเชิงคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับระบบราง และระบบน้ำ เชื่อมต่อระบบรางกับสถานีรถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา เชื่อมกับเมืองใหม่ และแหล่งท่องเที่ยว โดยการใช้ระบบรางช่วยให้การคมนาคม ขนส่ง ที่เป็นการขนส่งสาธารณะพัฒนาไปได้ไกล

มีกรอบพัฒนา 5 เรื่อง

1) พัฒนาและส่งเสริมการขนส่งสินค้าระบบรางและทางน้ำเป็นระบบหลัก

2) ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

3) เชื่อมต่อโครงข่ายถนน ปรับปรุงช่วงถนนคอขวดแก้ปัญหาจราจรหลักในอีอีซี

4) พัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ นิคมอุตสาหกรรม เมืองที่จะพัฒนาในอนาคต

5) ใช้เทคโนโลยีและระบบอัจฉริยะจัดการจราจรและการขนส่ง

“ถ้าเราทำได้ จะเหมือนกับที่เราทำ 4 โครงการหลัก หรือว่าการทำแผนระยะแรกที่เราทำ ปรากฏว่ามันสามารถลดต้นทุนการเดินทางได้เยอะ ในขณะเดียวกันก็สร้างความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ที่จะสนับสนุนเรื่องการลงทุน และการพัฒนาพื้นที่ EEC ได้อย่างมาก” นายคณิศกล่าว

นอกจากนี้ ยังประเมินว่า แผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกปี 2566-2570 น่าจะมีการจ้างงานอีกกว่า 2 หมื่นตำแหน่งต่อปีและในปี 2571-2580 ประมาณ 12,000 ตำแหน่งต่อปี

ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ลดความสูญเสียจากความล่าช้าการเดินทางประมาณ 10.75 ล้านบาท/วัน หรือ 3,900 ล้าน/ปี ลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ 5% (ความสูญเสียลดลง 100 ล้านบาท/ปี) ยกระดับชีวิตด้วยระบบขนส่งที่ทันสมัย เชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อ เดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงระยอง ภายใน 1 ชั่วโมง

ลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการจราจร เพิ่มประสิทธิภาพถนนในพื้นที่ จากความเร็ว 65 กม./ชม. เป็น 70 กม./ชม. มีเส้นทางรถไฟทางคู่เพิ่มขึ้น 275 กม. ปรับปรุงการก่อสร้างถนนและขยายช่องทางมากถึง 25 เส้นทางภายในปี 2570 เป็นต้น

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีอีซี EEC