ไทยเวิร์ลแวร์
บริษัท ไทยเวิลด์แวร์โพลีโพรดักส์ จำกัด ภายใต้กลุ่มศรีเทพไทย จับมือ Propak Asia 2021 เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “ศรีชวนล้าง” เชิญชวนคนรุ่นใหม่มาล้างขยะพลาสติกให้สะอาดก่อนส่งเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)
พร้อมจัดเสวนา “EPR ทำแล้วได้อะไร” โดยเปิดเวทีให้องค์กรจากภาคเอกชนแสดงความคิดเห็นในด้านการขยายความรับชอบของผู้ผลิต (EPR : extended producer responsibility) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมหาทางออกเรื่องการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน
“สรสินธุ ไตรจักรภพ” ประธานบริหารกลุ่มศรีเทพไทย ตัวแทนบริษัท ไทยเวิลด์แวร์โพลีโพรดักส์ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มศรีเทพไทยมีธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก รวมถึงบริษัทเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวสำหรับอาหารให้กับลูกค้าแบรนด์ต่าง ๆ
ซึ่งสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ด้วยมาตรการ work from home และการให้ความสำคัญด้านความสะอาด สุขอนามัยของอาหารเป็นหลัก จึงทำให้เกิดขยะพลาสติกจาก food delivery เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
“ทาง Propak Asia จึงเปิดเวทีโดยรวบรวมตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และคนรุ่นใหม่ ร่วมแสดงบทบาทของตัวเอง โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือส่งเสริมให้เกิดการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนจากภาครัฐ โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนภาคเอกชนจากแต่ละองค์กรอย่าง โอสถสภา สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย มาแลกเปลี่ยนนโยบายและทิศทางที่ภาคเอกชนสามารถขยายความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต”
“จากเดิมที่ธุรกิจเน้นพัฒนาสินค้าและบริการอาจต้องเพิ่มมิติในด้านการจัดการสินค้าหลังการบริโภคจนกลายเป็นขยะต่อไปในอนาคต เช่น การรับคืนขยะ เพื่อร่วมมือกันสร้างห่วงโซ่อุปทานสีเขียว ตั้งแต่ผู้ผลิตแบรนด์สินค้าส่งต่อไปยังผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”
“ธงชัย ศิริธร” อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า สำหรับ EPR คือหลักการที่ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปยังช่วงต่าง ๆ ของวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ เป็นแนวทางให้ผู้ผลิตคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ กระจายสินค้า การรับคืน การเก็บรวบรวม การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการบำบัด ซึ่งเป็นหลักการที่ดีมาก
“ฉะนั้น ผู้ผลิตรวมถึง stakeholder จะต้องศึกษารายละเอียดให้ดี แล้วบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะกำหนดแนวทางหรือนโยบายการบริหารจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการเอง ผมมองว่าภาครัฐควรส่งเสริมหรือสร้างมาตรการจูงใจบางอย่างที่จะทำให้ทุก ๆ ห่วงโซ่การผลิตได้เห็นความสำคัญกับการรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ของตนเองมากขึ้น เพื่อตอบสนองนโยบาย CE นำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรของโลกให้น้อยลง นำมาซึ่งความยั่งยืนสู่สังคมเราได้”
“นุกิจ ชลคุป” Chief Manufacturing Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ถ้าต่างคนต่างทำจะทำได้ยากมาก ฉะนั้นต้องร่วมด้วยช่วยกัน แล้วก็ต้องผนึกกำลังกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ จะมีบทบาทสำคัญในการทำงานกับชุมชน ทำงานกับเทศบาลในการจัดเก็บขยะ แทนที่จะนำไปฝังกลบ ให้นำกลับมาสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้เยอะที่สุด คือส่งเสริมให้ชุมชนมีการแยก ล้าง
“ส่วนในแง่ของ EPR ซึ่งคือหลักการความรับผิดชอบผู้ผลิต ผมมองว่าการมีส่วนร่วมสำคัญที่สุดเช่นเดียวกัน จะทำอะไรให้ดีต้องให้ stakeholder มาช่วยออกแบบ หลัก design thinking ดูว่า stakeholder ต้องการอะไร เราก็ผลิตตามนั้น ผมอยากให้การออกแบบ EPR อยู่ในรูปแบบนี้ มากกว่ารูปแบบภาษีที่สร้างแรงจูงใจแก่ผู้ผลิต”
“ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของโอสถสภา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบรรจุในขวดแก้วกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ ส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้น บริษัทเริ่มใช้พลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ และยังส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์แบบรีฟิล ซึ่งใช้พลาสติกในการผลิตน้อยกว่าแบบขวด”
สำหรับแคมเปญ “ศรีชวนล้าง” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wake Up ! Green Power เชิญชวนทุกคนมาล้างขยะพลาสติกสะอาด เพื่อนำกลับมาแปรรูปสร้างสิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์ โดยแคมเปญนี้เป็นโปรเจ็กต์พิเศษที่ไทยเวิลด์แวร์ฯ ทำร่วมกับ Idol Exchange และมูลนิธิกระจกเงา
โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างจิตสำนึกให้เด็กรุ่นใหม่หันมาใส่ใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยคาดการณ์เตรียมลงพื้นที่เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องการล้างขยะพลาสติกสะอาดที่โรงเรียนและกลุ่มชุมชนของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งหวังว่าเวทีนี้จะสามารถจุดประกายภาคเอกชนและคนรุ่นใหม่ให้ออกมาขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกไปด้วยกัน