บล.กรุงศรีคาด SET วันนี้ปรับขึ้นแนวต้าน 1,685-1,690 จุดก่อนสลับอ่อนตัว
บล.กรุงศรีคาดหุ้นไทย (SET) วันนี้ปรับตัวขึ้นแนวต้าน 1,685-1,690 จุดก่อนสลับอ่อนตัว ยังได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า อย่างไรก็ตาม ระวังแรงขายจากความกังวลเฟด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี อยู่ที่ระดับ 5.5% จาก 4.9% ในเดือน พ.ย.
วันที่ 13 มกราคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ปรับตัวขึ้นแนวต้าน 1,685-1,690 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว โดยดัชนียังคงได้แรงหนุนกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงเม็ดเงิน (Fund flow) ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องตามความคาดหวังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีในปีนี้หลังคลายล็อกดาวน์ (lockdown) อย่างไรก็ตาม ควรระวังแรงขายจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังตัวเลข CPI สหรัฐเดือน ธ.ค. +7% เทียบปีก่อน (YOY)
สำหรับปัจจัยสำคัญวันนี้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี แต่เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้ว สหรัฐรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7% จาก 6.8% ในเดือน พ.ย. ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.5% จาก 4.9% ในเดือน พ.ย. แม้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐจะพุ่งสูง แต่เมื่อคืนตลาดไม่ได้กังวลกับปัจจัยนี้มากนักเนื่องจากมองว่าอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้วและเชื่อว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วไปกว่าที่เคยคาดไว้
ด้านน้ำมันดิบพุ่งแรงหลังสต๊อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นอีก 1.42 ดอลลาร์ (+1.8%) ปิดที่ระดับ 82.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 2 เดือน ตอบรับ EIA รายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.6 ล้านบาร์เรล และเริ่มมีนักวิเคราะห์ประเมินว่าหากกลุ่มโอเปก พลัส (OPEC+) ยังไม่เร่งเพิ่มปริมาณการผลิตอาจจะหนุนให้ราคาพุ่งแตะระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในช่วงกลางปี
ขณะที่กลุ่มธนาคาร (Bank) เตรียมประกาศงบฯไตรมาส 4/64 คาดกำไรสุทธิรวมทรงตัว QOQ แต่เพิ่มขึ้น 25% YOY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ต่ำลง โดยธนาคารกรุงเทพ (BBL) จะมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด YOY จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย (KBank) อาจอ่อนแอที่สุดในแง่ YOY เนื่องจากตั้งสำรองที่สูงขึ้นและธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (TTB) อาจมีกำไรอ่อนแอลง QOQ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการโอนหลักประกันเพิ่มในไตรมาส 4/64
บล.กรุงศรีแนะหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่
– PTTEP หรือบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ด้านแนวโน้มงบOไตรมาส 4/64 คาดมีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาท ทรงตัว QOQ แต่เพิ่มขึ้นแรงกว่า 263%YOY
– BANPU หรือบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 11.2 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 14 บาทต่อหุ้น แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/64 ยังเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากไตรมาส 3/64 อิงตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่สูงขึ้น และแนวโน้มไตรมาส 1/65 เติบโตต่อเนื่องหลังราคาถ่านหินพลิกกลับมาฟื้นตัว และล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับ 203 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับราคา ณ สิ้นปี 2564 ที่ 170 ดอลลาร์ต่อตัน