เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
เศรษฐกิจภูมิภาค สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
Business ‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
Economic คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
Uncategorized สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
Economic ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Tech คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
Biz Movement Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าการ ธปท. ปรับตัวรับเทรนด์ใหม่ ย้ำ ระบบชำระเงินเดิม ดีกว่า “คริปโต”

09 ก.พ. 2565 | 19:30น.

ผู้ว่าการ ธปท. ชี้บทบาทธนาคารกลางยึด “แก่น” ไม่ใช่ “กระแส” แต่พร้อมปรับตัวรับโลกใหม่-เทรนด์ “ดิจิทัล-ความยั่งยืน” ระบุการกำกับดูแลระบบการเงินต้องรักษาความสมดุล “นวัตกรรม-การดูแลความเสี่ยง” ย้ำระบบชำระเงินที่มีอยู่เดิมดีกว่า “คริปโต” ที่เป็นของใหม่

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของธนาคารกลาง มีบางอย่างที่เป็น “แก่น” อยู่ แม้ว่าจะมีกระแสความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเข้ามาก็ตาม โดยโจทย์ของประเทศไทยในอนาคต คงหนีไม่พ้น การที่ประเทศไทยอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของโลกใหม่ ไม่ติดอยู่กับโลกเก่า และอยากอยู่ในโลกใหม่อย่างสง่า มีบทบาทสำคัญ ซึ่งประเด็นแรก ในแง่ของ Future of Growth (อนาคตของการเติบโต) คือ จะทำแบบเดิมไม่ได้ ถ้าอยากโตและอยากอยู่อย่างมีบทบาทสำคัญในโลกใหม่

3 จุดเปลี่ยน “โลกเก่า”

ทั้งนี้ มี 3 ประเด็นที่เปลี่ยไป ซึ่งต้องคำนึง คือ 1.อดีตยุคทองของไทย ที่เศรษฐกิจโตได้ดีนั้น มาจากการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการผลิตเพื่อส่งออก แต่ยิ่งนานไป เครื่องยนต์นี้ จะยิ่งเหนื่อย ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสินค้าสำคัญของไทย ปัจจุบันเวียดนามเติบโตในหมวดนี้สูงกว่าไทยถึง 3 เท่า จากเดิมที่เคยตามหลังแบบไม่เห็นฝุ่น เช่นเดียวกับ FDI ที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามก็สูงกว่าไทย 3 เท่า

“พูดง่าย ๆ คือ เสน่ห์ของเราที่จะดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เพื่อผลิต เพื่อส่งออก ไม่เหมือนเดิม เพราะมีคู่แข่งใหม่ ๆ เช่น เวียดนาม เป็นต้น ในการที่จะพึ่งพาเครื่องยนต์ตัวนี้ ในการเติบโตในอนาคต จึงเป็นเรื่องลำบาก” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

2.บริษัทท็อป 10 ในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่อยู่ในโลกที่ไม่ใช่โลกใหม่ จะเป็นโลกที่อิงกับอุตสาหกรรมเดิม ๆ ไม่ว่าจะพลังงาน หรือ การเงิน ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิงกับสหรัฐอเมริกาที่บริษัทท็อป 10 จะเป็นบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะ 5 บริษัทอันดับแรก มีน้ำหนักเท่ากับ 20% ของ S&P500 สะท้อนให้เห็นว่า ความสำคัญที่นักลงทุนให้กับบริษัท จะมีน้ำหนักไปทางเทคโนโลยี หรือโลกใหม่

3.การโตแบบพึ่งหนี้ เพราะที่ผ่านมา การลงทุนของไทยไม่ค่อยฟื้น ทำให้ต้องพึ่งเรื่องการบริโภคเป็นตัวสำคัญ ขณะที่รายได้คนไม่ค่อยโต จึงต้องก่อหนี้ ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นจากกว่า 10 ปีก่อนที่อยู่ 45% มาแตะ 90% แล้ว

ธปท. ปรับตัวรับเทรนด์ใหม่

นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า บทบาทของภาคการเงิน บทบาทของธนาคารกลางในการสนับสนุนให้ประเทศไปข้างหน้าให้ได้นั้น แม้ว่ามองไปข้างหน้าจะมีหลายกระแส แต่กระแสหลักของอนาคต คงหนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล และ เรื่องความยั่งยืน หรือกรีน ที่มาอย่างต่อเนื่อง มาเร็ว แรง และจะอยู่ไปอีกนาน ซึ่งภาคการเงินจะต้องช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยการเปลี่ยนผ่านของภาคเศรษฐกิจแท้จริงไปสู่โลกใหม่ที่เน้น 2 เรื่องนี้มากขึ้น

“เป็นที่มาของการที่ ธปท. ได้ออกรายงานภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงินไทยเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเปเปอร์ตัวนี้มีบทบาทที่จะกำหนดทิศทางภาคการเงินไทย กับอนาคตของเรา” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

โดยที่เน้นหลักการสำคัญ ๆ คือ การรักษาความสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินต่าง ๆกับการดูแลเรื่องความเสี่ยง เรื่องเสถียรภาพต่าง ๆ ซึ่งเราจะพยายามยืดหยุ่นมากขึ้น โดยอะไรเสี่ยงมากก็จะกำกับเข้ม ๆ อะไรเสี่ยงน้อยก็กำกับค่อนข้างน้อย ส่วนอะไรที่ยังดูไม่ค่อยออก เป็นของใหม่ ประเมินความเสี่ยงลำบาก ก็จะใช้หลักการ “ราวกั้น” เพื่อจำกัดความเสี่ยง แล้วหากเวลาผ่านไป มีการเรียนรู้นวัตกรรมดังกล่าวมากขึ้น เห็นประโยชน์เทียบกับความเสี่ยงแล้ว ก็อาจจะขยายราวกั้น หรือถ้ามีความเสี่ยงมากขึ้น ก็ต้องขยายราวกั้น

กำกับโลกใหม่ “ยืดหยุ่น” มากขึ้น

“แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ก็จะเน้นยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้นวัตกรรมต่าง ๆเกิดขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เราคิดว่าสร้างประโยชน์สำหรับส่วนรวม ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เราจะเจอข้างหน้า จะมีหลายอย่างที่ประเมินลำบาก การกำหนดทิศทางไปข้างหน้า จะต้องแยกระหว่างของที่เป็นแก่น กับของที่เป็นกระแส เพราะกระแสมีมาเยอะ การที่เราเป็นธนาคารกลาง บางทีการจะทำอะไรไปตามกระแส ตามสีสัน ก็อาจจะไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่า ธปท. หรือธนาคารกลางอื่น ๆจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ที่ผ่านมา เรามีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง ในหลายมิติ” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ขณะที่ในเรื่องระบบการชำระเงิน มีโครงการที่ ธปท. จะเริ่มทดสอบนำร่องในไตรมาส 4 ปีนี้ คือ การใช้สกุลเงินดิจิทัลสำหรับประชาชนที่ออกโดยธนาคารกลาง (Retail CBDC) จะเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่จะใช้ Central bank digital currency

“CBDC ไม่ได้แค่เป็นโปรดักต์ แต่จะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เพื่อให้คนมาสร้างนวัตกรรมต่าง ๆบนนี้” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

ธนาคารกลางสื่อสารมากขึ้น

นอกจากนี้ ในเรื่องการสื่อสารก็จะมีมากขึ้น จากเดิมที่ธนาคารกลางทั่วโลกจะไม่ค่อยสื่อสาร จะทำอะไรค่อนข้างลึกลับ สร้างความขลัง ปัจจุบันนี้ก็เปลี่ยนไป สื่อสารมากขึ้น มีการอธิบายมากขึ้น อย่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพิ่งมาประกาศเรื่องขึ้นดอกเบี้ยตอนปี 1994 นี่เอง จากก่อนหน้านี้ ไม่ได้มีการประกาศ ไม่โปร่งใส แต่ปัจจุบันเน้นเรื่องความโปร่งใส อย่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีการประกาศล่วงหน้า ว่าจะประชุมเมื่อไหร่ ประชุมเสร็จก็มีออกรายงาน และพยายามพัฒนาการสื่อสารให้ดีขึ้นต่อเนื่อง” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

“รวมศูนย์ระบบชำระเงิน” เป็น “แก่น”

นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งปวงที่จำเป็นต้องทำ มีบางอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย เป็นแก่น นั่นคือ การมีระบบชำระเงินที่รวมศูนย์ มีภาครัฐเป็นผู้รักษาดูแลมูลค่าของเงิน ดูแลเสถียรภาพของระบบการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีเสียงสะท้อนว่า เรื่อง currency ต่าง ๆ ทำไมไม่ให้เอกชนทำ ต้องถามว่าอันนี้เป็นนวัตกรรม หรือเป็นของใหม่หรือไม่ ในการที่จะให้เอกชนมีการออก currency

“ในอดีตมียุคที่ในสหรัฐ ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีการออก currency ของตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่ตามมาก็คือ ล้มกัน เงินที่ออกมามูลค่าก็ลดลง ไม่เสถียร สถาบันการเงินก็ล้ม แล้วก็เป็นที่มาของการที่สหรัฐจัดตั้งธนาคารกลางขึ้นมา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก นี่ก็เป็นตัวอย่างของสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นมาเป็นกระแส แต่สุดท้ายก็ไม่เสถียร ไม่ตอบโจทย์ แล้วก็ต้องปรับเปลี่ยนไป จนกระทั่ง เรามาถึงของที่เป็นแก่น คือระบบการชำระเงินที่เป็นศูนย์กลาง มีเสถียรภาพ ลองนึกภาพถ้าระบบชำระเงินไม่รวมศูนย์ ปัญหาต่าง ๆ ก็อาจจะตามเข้ามา” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

ระบบเดิมดีกว่า “คริปโต”

ถ้าเทียบกับคริปโตเคอร์เรนซีที่เป็นนวัตกรรมทางการเงินอย่างหนึ่ง แต่อาจจะเป็นนวัตกรรมการเงินที่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ชัดเจนในเรื่องการชำระสินค้าและบริการ เพราะนวัตกรรมที่จะมาแทนของที่เป็นแก่น ก็ต้องทำอะไรที่ดีกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะถ้าจะมากระทบของที่เป็นแก่นที่ดีอยู่แล้ว

“ถามว่าระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ระบบการชำระเงิน โอเคไหม ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างโอเคเลย จำนวนคนใช้พร้อมเพย์ โมบายเพย์เมนต์ติดอันดับท็อป ๆ ของโลก เหตุผลก็คือ เพราะสะดวกและถูก เทียบกับคริปโต ที่มีค่าฟีในการเปลี่ยนแปลง และ เวลาการโอนก็จะขึ้นกับระบบ ดังนั้นของที่จะมาแทนกันก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ดีกว่าของเก่าที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ธปท. เรานิ่งเฉย เน้นอนุรักษ์นิยม แล้วก็ยึดติดกับของที่มีอยู่ แต่ถ้าอะไรที่ดีกว่าเดิม เราก็พร้อมที่จะเปลี่ยน และในเรื่องดิจิทัล ก็มีหลายอย่างที่ใน 2 ปีข้างหน้า เราก็พร้อมที่จะทำ เพราะเราเห็นว่านวัตกรรมพวกนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นรายย่อย หรือประชาชนทั่วไป รวมทั้งธุรกิจ” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

ครบรอบ 80 ปีแบงก์ชาติยังยึด “แก่น”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า ปีนี้เป็นปีที่ ธปท. ครบรอบ 80 ปี จะมีการจัดกิจกรรม จัดนิทรรศการต่าง ๆ เพื่อแสดงประวัติศาสตร์ของ ธปท. ในรอบ 80 ปีที่ผ่านมา โดยสิ่งที่สำคัญ ในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่จะฉลองครบรอบ 100 ปี ก็อยากจะมองกลับมาอย่างภูมิใจว่า ธปท. สามารถปรับเปลี่ยนไปได้ ท่ามกลางกระแสต่าง ๆ เพื่อที่จะยังเล่นบทบาทสำคัญในโลกใหม่ ไม่ได้ติดกับโลกเก่า และยังเป็นแก่นสำคัญในการช่วยให้ประเทศเจริญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คริปโตเคอร์เรนซี