ก.ล.ต. คุมเข้มโอนคริปโต! เกิน 3 หมื่นต้องให้ข้อมูลเพิ่ม เริ่ม 27 ก.พ. 2570
ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ Travel Rule ยกระดับตรวจสอบเส้นทางโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ป้องกันฟอกเงิน-อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กำหนดผู้ประกอบธุรกิจเก็บข้อมูลผู้โอน-ผู้รับทุกธุรกรรม ขณะที่การโอนเกิน 30,000 บาท ต้องให้ข้อมูลคู่ธุรกรรมเพิ่มเติม มีผล 27 ก.พ. 2570
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์การบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีข้อมูลเพียงพอสำหรับตรวจสอบเส้นทางธุรกรรม และลดความเสี่ยงจากการถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
หลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ต้องรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมในการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกธุรกรรม รวมถึงตรวจสอบผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม และกรณีเกี่ยวข้องกับกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้ใช้งานดูแลและควบคุมด้วยตนเอง หรือ Self-Hosted Wallet จะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากกระเป๋าที่เปิดกับผู้ประกอบธุรกิจ จากเดิมที่ระบุเพียงที่อยู่กระเป๋าปลายทาง เมื่อ Travel Rule มีผลบังคับใช้ จะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับปลายทางเพิ่มเติม กรณีธุรกรรมมูลค่าไม่เกิน 30,000 บาท จะต้องให้ข้อมูลว่าโอนไปยังใคร ส่วนธุรกรรมที่มีมูลค่าเกิน 30,000 บาท นอกจากข้อมูลผู้รับแล้ว จะต้องระบุจังหวัดหรือเมืองและประเทศของผู้รับ และหากผู้รับเป็นนิติบุคคลจะต้องระบุเลขที่นิติบุคคลด้วย
ส่วนการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Self-Hosted Wallet หากธุรกรรมมีมูลค่าเกิน 30,000 บาท ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรืออำนาจควบคุมกระเป๋า เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานสามารถควบคุมหรือเข้าถึงกระเป๋าดังกล่าวได้จริง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจฝั่งส่งจะต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับไปพร้อมกับคำสั่งโอนให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจฝั่งรับ และต้องจัดเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกธุรกรรมไว้อย่างน้อย 5 ปี ในรูปแบบที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้
ทั้งนี้ Travel Rule เป็นหลักเกณฑ์สำหรับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่กระทบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนกระดานของผู้ประกอบธุรกิจ และไม่กระทบการโอนหรือถอนเงินบาท ขณะที่ธุรกรรมบางรายการอาจใช้เวลาตรวจสอบเพิ่มขึ้น หากมีมูลค่าสูง ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือเกี่ยวข้องกับกระเป๋าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
นางพรอนงค์กล่าวว่า Travel Rule จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ลดความเสี่ยงที่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงยกระดับมาตรการของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ Financial Action Task Force (FATF) และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศในระยะยาว
อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์ Travel Rule จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีเวลาเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบรับส่งข้อมูลและตรวจสอบธุรกรรม รวมถึงให้ผู้ใช้บริการมีเวลาศึกษาและเตรียมข้อมูลที่จำเป็นก่อนหลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้