เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

เฟซบุ๊กกับวิกฤตครั้งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

13 ก.พ. 2565 | 08:39น.
facebook
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ก่อนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2012 “เฟซบุ๊ก” เคยเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ วันนั้นรายได้ของบริษัทหล่นวูบ ขณะที่รายจ่ายพุ่งกระฉูดเพราะตามหลังคู่แข่งในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟน แต่บริษัทใช้เวลาแค่ 2 ปีกู้วิกฤตด้วยยอดขายที่พุ่งขึ้นถึง 72% หลังปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่เพื่อรองรับการให้บริการแบบ mobile-first อย่างเต็มตัว

นับจากนั้นเฟซบุ๊กไม่เคยเพลี่ยงพล้ำในเกมการแข่งขันอีกเลย ตรงกันข้ามบริษัทร่ำรวยขึ้นทุกวัน และทำให้ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ติดโผ top ten บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 2018

แต่สถิตินั้นกำลังถูกท้าทายด้วยปัญหาที่ถาโถมไม่หยุดหย่อน

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กหรือ Meta ช็อกนักลงทุนด้วยตัวเลขผู้ใช้ลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ให้บริการมา ส่งผลให้หุ้นร่วงถึง 26% พร้อมมูลค่าของบริษัทหายวับไปในพริบตาถึง 237 พันล้านเหรียญ นับเป็นวันที่บริษัทเสียหายวินาศสันตะโรที่สุดหลังนำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์

ที่ร่วงไปพร้อมราคาหุ้น คือ ตำแหน่งมหาเศรษฐีของมาร์กที่หล่นจากอันดับ 8 ไปที่อันดับ 12 เป็นครั้งแรกที่มาร์กหลุดโผ 10 คนที่มั่งคั่งที่สุดของโลกในรอบ 5 ปี

นอกจากปัญหาลูกค้าน้อยลงแล้ว บริษัทยังเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมายการแข่งขันที่อาจส่งผลต่อการประกอบธุรกิจในระยะยาว ปัญหาอื้อฉาวด้านภาพลักษณ์จากการแฉของพนักงาน ไปจนถึงปัญหาการสร้างรายได้ใหม่จากโลกเสมือนหรือ “เมตาเวิร์ส” ที่แม้ว่ามาร์กจะเชื่อมั่นว่า “เมตาเวิร์ส” จะเป็นตัวช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้เหมือนที่ “สมาร์ทโฟน” เคยทำได้มาแล้ว แต่ก็ยังไม่ทำให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์ซื้อไอเดียนี้เท่าไร

หนึ่งในคำวิจารณ์ คือ สถานการณ์ของ Meta วันนี้กับเฟซบุ๊กในวันก่อนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันที่เฟซบุ๊กตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ยุค mobile-first เต็มตัวนั้น ตลาดโมบายอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนกำลังเฟื่องฟู ทำให้มองเห็นโอกาสทำเงินได้ชัดเจน

แต่วันนี้โลกในฝันของมาร์กที่เขาเรียกว่า “เมตาเวิร์ส” ยังห่างไกลคำว่า “ชัดเจน” อยู่หลายขุม

ในปี 2012 ที่เฟซบุ๊กประกาศมุ่งหน้าเป็นบริการแบบ mobile-first นั้น ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังมาแรงด้วยยอดขายหลายร้อยล้านเครื่อง ก่อนขยับเป็นหลักพันล้านเครื่องในอีกไม่กี่ปี แต่แว่น VR (อุปกรณ์ที่เชื่อว่าเป็นบันไดขั้นแรกสู่โลกเมตาเวิร์ส) มียอดขายทั่วโลกเมื่อปีก่อนอยู่ที่ 9.4 ล้านชิ้นเท่านั้น

ขณะที่แผนก VR/AR ของเฟซบุ๊กผลาญเงินไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญในปี 2021 ยังไม่รวมค่าซื้อกิจการ Oculus (บริษัทเจ้าของแว่น VR) ในปี 2014 และค่าพัฒนาอุปกรณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“ราเชล โจนส์” นักวิเคราะห์จาก GlobalData มองว่า การที่เฟซบุ๊กทิ้งธุรกิจหลักเพื่อทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดให้กับการสร้างเมตาเวิร์สเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ฉลาดนัก แม้เมตาเวิร์สจะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเติบโต แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกสิบปีกว่าจะไปรูปเป็นร่าง

“แอนจีโล ซิโน” นักวิเคราะห์จาก CFRA Research ชี้ว่า แม้จะทุ่มเงินทำรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ แต่ไม่ได้ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอยู่ดี ในแง่ของฮาร์ดแวร์ก็สู้ Apple ไม่ได้ จะหันไปสู้ด้านซอฟต์แวร์ก็ยังห่างชั้นกับ roblox ครั้นจะหันไปเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักของเมตาเวิร์สในระยะแรกก็สู้ TikTok ไม่ได้อีก เพราะเฟซบุ๊กวันนี้โดนมองว่าเป็นแพลตฟอร์มของคนสูงวัย หรือเป็นช่องทางที่เด็กใช้ติดต่อกับญาติผู้ใหญ่เท่านั้น

การเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Apple ยังส่งผลต่อรายได้จากการโฆษณาของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ขนาดที่ประธานด้านการเงินของบริษัทยังยอมรับว่าอาจสูญเงินถึง 1 หมื่นล้านเหรียญในปีนี้

ที่น่ากังวลที่สุด คือ การที่บริษัทไม่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานรุ่นใหม่ได้ เพราะโดนคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง TikTok แย่งลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นไปเกือบหมด อีกทั้งการที่เฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ถึง 3 พันล้านบัญชี โอกาสในการเติบโตไปกว่านี้ก็ดูจะยาก หรือแพลตฟอร์มนี้อาจมาถึงทางตันแล้วก็เป็นได้

ความวิตกต่ออนาคตของแพลตฟอร์มเดิม และความไม่แน่นอนของแพลตฟอร์มใหม่อย่างเมตาเวิร์ส ทำให้บริษัทประเมินว่ารายได้อาจเติบโตในไตรมาสแรกปีนี้ในช่วง 3-11% เท่านั้น เทียบกับ 48% ในปีก่อน

ถึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะล้มละลายในทันใด เพราะผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด แต่ Meta ก็ยังมีรายได้ปีที่แล้วถึง 4 หมื่นล้านเหรียญ แต่ด้วยสารพัดปัญหาที่รุมเร้าและการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากผู้คุมกฎที่จ้องจะเชือดบิ๊กเทคเรื่องการผูกขาดอยู่ตลอดเวลา

รวมถึงแรงกดดันจากภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอที่เรียกร้องเรื่องความโปร่งใสและการรักษาข้อมูลของผู้บริโภค ทำให้สถานการณ์ในวันนี้มีความซับซ้อนและแตกต่างจากวิกฤตที่บริษัทเคยเผชิญในปี 2012

คำถามคือ เฟซบุ๊กหรือ Meta จะสามารถฝ่าวิกฤตเหมือนที่เคยทำได้เมื่อสิบปีก่อนอีกครั้งหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เฟซบุ๊ก เมตาเวิร์ส