กระทรวงสาธารณสุข ย้ำกรณีป่วยโควิดไม่รุนแรง ให้รักษาโควิด HI-CI ตามสิทธิรักษาฟรี บัตรทอง-ประกันสังคม-สิทธิข้าราชการ พร้อมเปิดเกณฑ์อาการฉุกเฉินวิกฤต รักษาได้ทุกที่ 72 ชม.ตามโครงการยูเซป ส่วนเบิกประกันเอกชน สบส.เตรียมหนังสือ คปภ.ภายในสัปดาห์นี้
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า โครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต หรือยูเซป คือ วิกฤตฉุกเฉินที่สามารถเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลที่ไหน โดยหวังให้ได้ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินได้ที่มีอาการที่เป็นวิกฤต เช่น หายใจขัดข้อง แขนขาอ่อนแรง หอบเหนื่อยมาก หรือเส้นเลือดออกในสมอง โดยถ้ามีอาการวิกฤตฉุกเฉินสามารถรักษาได้ตามเกณฑ์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ตามสิทธิรักษาพยาบาลของแต่ละคน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้หากไปเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชน โดยที่ไม่ได้มีอาการเข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤต ต้องจ่ายค่ารักษาเอง

ปัจจุบันสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย 90% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นหลักหมื่นรายต่อวันก็จริง แต่ 90% มีอาการน้อย แต่เมื่อเทียบกับการติดเชื้อเดลต้าในจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเท่ากัน อัตราการป่วยหนักลดลง 7 เท่า ผู้ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจลดลง และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 10 เท่า
ดังนั้นจึงมีการพิจารณาปรับจาก UCEP มาเป็นระบบการรักษาตามสิทธิ โดยหากอาการไม่มากก็จะเข้ารักษาใน Home Issolation (HI) และ Commutity Issolation (CI ) ส่วนยูเซปจะสำรองให้คนไข้วิกฤตฉุกเฉิน เพราะปัจจุบันเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนักมี 3 หมื่นเตียงทั่วประเทศ ส่วนเตียงผู้ป่วยทั่วไปราว ๆ 1.3 แสนเตียง ซึ่งสามารถปรับมาเป็นเตียงที่ใช้รักษาผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนักได้
ด้าน นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวเสริมว่า การรักษาโควิดที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เลือกเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทำให้โรงพยาบาลดังกล่าว ไม่สามารถให้การรักษาโรคอื่นได้ ประกอบกับประชาชนเริ่มเข้าใจโรคโควิดมากขึ้น ดังนั้น เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงมีการประชุมคณะกรรมการเห็นชอบให้มีการปรับการรักษาโควิดจากฉุกเฉินมาเป็นการรักษาตามสิทธิ และเข้าสู่การพิจารณา EOC กระทรวงสาธารณสุขก็เห็นชอบเช่นกัน พร้อมหารือร่วมกัน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนบัตรทอง กองทุนประกันสังคม และกองทุนสวัสดิการข้าราชการ ถึงแนวทางการรักษา

โดยแบ่งเป็นรายละเอียดดังนี้ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ สามารถเข้ารับการรักษาได้ในโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่มีค่าใช้จ่าย ถัดมา คือ กองทุนบัตรทองสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งฟรี
ส่วนผู้ประกันตน ของสำนักงานประกันสังคมจะมีการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เพื่อหารือถึงการดูแลผู้ป่วย เนื่องจากว่ามีสถานพยาบาลเครือข่ายทั้งรัฐ และเอกชน ส่วนผู้ป่วยต่างด้าวก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่สถานพยาบาลของรัฐได้ ขณะที่การรักษาตัวใน HI สามารถโทรสายด่วน 1330 ได้ทันที ส่วนเครือข่ายประกันสังคมติดต่อ 1506 แต่ถ้าในกรุงเทพฯจะเน้นโทร 1330 โดยจะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการประสานงานเพื่อจัดการรักษาที่บ้าน แต่ถ้าหากพบอาการที่เข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 มีสิทธิรักษาทุกที่โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ส่วนกรณีที่ไม่ได้ไปรักษาพยาบาลตามสิทธิ แต่ต้องการเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน ต้องจ่ายเงินเอง
นายแพทย์ธเรศกล่าวต่อถึงกรณีปัญหาบริษัทประกันสุขภาพ ไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาที่บ้าน ซึ่งขณะนี้ สบส.จะทำหนังสือส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อยืนยันว่า ผู้ป่วยโควิดที่ดูแลตัวเองที่บ้านจัดอยู่ในระบบการดูแลผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลโดยจะอ้างเป็นเหตุไม่จ่ายค่าสินไหมไม่ได้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างพิจารณาเวลาเริ่มดำเนินการอีก