เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ดูทั้งหมด

ผยง แนะไทยฉวยโอกาสเศรษฐกิจฟื้น เกาะกระแส เมกะเทรนด์โลก

23 ก.พ. 2565 | 16:14น.

ธนาคารกรุงไทย มองเศรษฐกิจไทยปี 2565 ก้าวเข้าสู่การฟื้นตัวชัดเจน คาดเติบโต 3-4.5% แนะใช้โอกาสหา “Growth Driver” ตัวใหม่ ชู “ดิจิทัล-เมกะเทรนด์โลก” ปรับตัวสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ เน้นการเติบโตเท่าเทียมและยั่งยืน พร้อมกางโรดแมปสมาคมธนาคารไทย 3 ปี ภายใต้ 4 ธีมหลัก

“การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ-เป็นผู้นำให้บริการทางการเงินในภูมิภาค-การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน-การให้ความสำคัญด้านทรัพยากรมนุษย์”

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวในงานสัมมนา “2022 NEXT ECONOMIC CHAPTER : NEW CHALLENGES AND OPPORTUNITIES เศรษฐกิจไทยปี 2565 ความท้าทายและโอกาสใหม่” ภายในหัวข้อ “กลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรปี 2565 ฝ่าวิกฤต สู่โอกาสใหม่ที่ยั่งยืน” ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2565 เข้าสู่เส้นทางฟื้นตัวชัดเจนหลังจากเจอมรสุมมาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ผยง ศรีวณิช

โดยคณะกรรมการภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวที่ระดับ 3-4.5% อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวเป็นแบบไม่ทั่วถึงและไม่เท่าเทียม หรือเรียกว่า K Shaped เศรษฐกิจมีความเปราะบางสูง กำลังซื้อครัวเรือนถูกกดดันด้วยภาระหนี้ที่สูง

“ปีนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องเร่งใช้โอกาสจาก Growth Driver ใหม่ๆ และกระแสเมกะเทรนด์ของโลกเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งบนแนวคิดของการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยเทคโนโลยีสมัยใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจ และกระแส Net zero emission จะเป็น Agenda สำคัญที่ไทยจะต้องตื่นตัวและนำมาเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนตามกรอบแนวคิด ESG”

ขณะที่ เมกะเทรนด์ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการเงินในการปรับตัวสู่ Next Economy ของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิสรัปชั่น จะทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ที่มีศักยภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมการเงินมากขึ้น ซึ่งจากรายงานจะพบว่าไทยมีบริษัทฟินทคเพิ่มขึ้นจาก 177 บริษัท ในปี 2560 มาอยู่ที่ 268 บริษัทในปี 2564

สอดคล้องกับสถาบันการเงินที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจของตัวเอง สะท้อนจากการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโมบายแบงกิ้งในปี 2564 ที่มีปริมาณธุรกรรมสูงถึง 1.5 หมื่นล้านรายการ ซึ่งเติบโตจากปี 2560 ที่อยู่ 1,300 ล้านรายการ ขณะที่ธุรกรรมผ่านพร้อมเพย์มีจำนวน 9,400 ล้านรายการ เติบโตเพิ่มขึ้น 10 เท่าจากปี 2560

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วย่อมมากับความเสี่ยง โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการโจรกรรมข้อมูลในปี 2568 สูงถึง 10.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มจากปี 2558 ที่อยู่ราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเกิดปัญหาเสถียรภาพของระบบ การเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน หรือโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีไม่เพียงพอ และปัญหาช่องทางของกฎกติกาที่ไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว

โดยจะเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น “ภูมิทัศน์ของภาคการเงินไทย” ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ เพื่อส่งเสริมให้สถาบันการเงินและภาคการเงินไทยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลภายใต้ 3 Open ได้แก่ Open Competition, Open Infrastructure, และ Open Data โดยจะมีการเปิดกว้างด้านการแข่งขันที่มากขึ้น และการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยงและมีความเท่าเทียมผู้เล่นหน้าเดิมและหน้าใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้ เน้นการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่โลกการเงินใหม่อย่างยั่งยืนทั้งภาคการเงินและครัวเรือน รวมถึงการกำกับที่รักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและดูแลความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเงิน โดยการทบทวนกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระหรือต้นทุนการกำกับดูแลของผู้ให้บริการทั้งรายเดิมและรายใหม่ และเอื้อให้ผู้บริการสามารถปรับตัวได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายผยงกล่าวต่อไปว่า ภายใต้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น และความท้าทายจากบริบทใหม่ใน New Normal เพื่อปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และให้สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ท่ามกลางความเปราะบางจากผลกระทบของโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินของภาคธุรกิจ

โดยสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์และวางกรอบเป้าหมาย Roadmap ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ด้วยการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาคและประเทศใน 4 ธีมด้วยกัน

คือ 1.การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีการร่วมมือกับธปท. ธนาคารสมาชิกในการพัฒนามาตรการหลายด้าน และล่าสุด “ภูมิทัศน์ภาคการเงินไทย” สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง Virtual Bank การขยายขอบเขตให้น็อนแบงก์สามารถทำธุรกิจได้มากขึ้น การลดปริมาณการใช้เงินสดและเช็ค หรือล่าสุด การเชื่อมโยงข้อมูลผ่านบริการ d-Statement ที่คาดว่าภายในครึ่งปีแรกจะมีธนาคารให้บริการ 11 แห่ง

และ 2.การเป็นผู้นำการให้บริการทางการเงินในภูมิภาค CLMV และ AEC+3 โดยการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจและประชาชนทำกิจกรรมการค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง โดยจะเห็นว่าเศรษฐกิจในประเทศ CLMV มีประชากรมากถึง 170 ล้านคน มูลค่าเศรษฐกิจ 4.8 แสนล้านดอลลาร์ และมีการคาดการณ์ว่าจีดีพีจะขยายตัวเฉลี่ย 4-7% โดยสมาคมและธปท.สนับสนุนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลระหว่างประเทศ เช่น การโอนเงินแบบเรียลไทม์ผ่าน QR Code หรือการขยายการรับโอนเงินผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ รวมถึงธปท.สนับสนุนการใช้สกุลเงินดิจิทัล หรือ CBDC ที่จะมีการทดลองในวงจำกัดภาคประชาชนปลายปีนี้

3.การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยการดำเนินงานภายในของธนาคารเอง และผลักดันการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนให้คำนึงถึง ESG และเปลี่ยนผ่านไปสู่ Green Economy ซึ่งได้ร่วมกับธปท.เร่งพัฒนาและนำแนวปฏิบัติด้านการธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) ใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงจัดทำ ESG Declaration ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น 90% ต่อจีดีพี จากผลกระทบโควิด-19

และ 4.การให้ความสำคัญด้านทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมบุคลากรการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จึงได้เร่งในการ Up & Re-Skill พนักงานที่ปัจจุบันมีในระบบธนาคารพาณิชย์กว่า 1.3 แสนคน ให้มีความรู้ด้านดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้ผ่านสถาบันธนาคารไทยให้กับบุคลากรในภาคการเงินการธนาคาร

“ท่ามกลางการฟื้นตัวจากโควิด-19 และบริบทโลกที่เปลี่ยนไป สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกพร้อมส่งเสริมและเป็นกลไกสนับสนุนภาคเศรษฐกิจไทย แต่ยังจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับจิ๊กซอว์ชิ้นอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคประชาชน เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงของระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย”