สธ.ห่วงหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิดพุ่งสูง เร่งฉีดวัคซีน-เฝ้าระวัง
อันตรายของการติดเชื้อโควิดในหญิงตั้งครรภ์
กระทรวงสาธารณสุขเร่งฉีดวัคซีนหญิงตั้งครรภ์ตามเป้า หลังมีแนวโน้มติดเชื้อสูงขึ้น พร้อมให้เฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด
วันที่ 8 มีนาคม 2565 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
เปิดเผยว่า จากข้อมูลการติดตามสถานการณ์กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และหลังคลอด ระหว่างเดือน 1 เมษายน 2564-5 มีนาคม 2565 ติดเชื้อ 7,210 ราย เสียชีวิต 110 ราย ขณะที่ทารกแรกเกิด คลอดแล้ว 4,013 ราย ติดเชื้อ 319 ราย เสียชีวิต 67 ราย จากข้อสังเกต ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 เป็นต้นมา หญิงตั้งครรภ์ มีแนวโน้มติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น จึงต้องเฝ้าระวังกันอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ จากผลสำรวจอนามัยโพล (ระหว่างวันที่ 1-7 มีนาคม) พบว่าหญิงตั้งครรภ์มีความกังวลต่อสถานการณ์โควิด แบ่งออกเป็น หญิงตั้งครรภ์ 22% กังวลมาก 48% กังวลปานกลาง และ 29% กังวลเล็กน้อย โดยมีเหตุผลหลัก ๆ คือสังคมการ์ดตกในการป้องกัน ตามด้วยสถานที่ต่าง ๆ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และประสิทธิภาพของวัคซีน
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายเร่งให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับวัคซีน 240,000 ราย แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 117,385 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 105,094 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 17,361 ราย
นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าวต่อถึงกรณีสตรีมีครรภ์ติดเชื้อ จะมีอาการคล้ายกับคนทั่วไป 70-80% ที่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรือถ้ามีอาการก็มีเพียงเล็กน้อย หรือหากมีอาการรุนแรง เรามีวิธีดูแล หากไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะครรภ์เสี่ยงสูง สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ โดยงดเยี่ยมระหว่างแยกกักตัว, รักษาระยะห่าง, แยกห้องนอนและของใช้ส่วนตัว และหลีกเลี่ยงการทานอาหารร่วมกัน และไม่แนะนำให้ทานยาฟาวิพิราเวียร์และฟ้าทะลายโจร แพทย์จะให้ยาที่ปลอดภัยภัยกว่า
สำหรับอาการที่ต้องเฝ้าระวัง ในกรณีที่กักตัวที่บ้าน ประกอบด้วย อาการท้องแข็งบ่อย มีน้ำใส ๆ ออกจากช่องคลอด และอาการครรภ์เป็นพิษ เช่น เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ต้องรีบแจ้งญาติให้พาไปที่โรงพยาบาล
ส่วนอาการที่ควรแจ้งแพทย์และเข้ารับการรักษาทันที คือ กลุ่มผู้ป่วยสีแดง ที่มีอาการรุนแรง ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที หลัก ๆ มาจากอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย หากเอกซเรย์จะพบปอดอักเสบรุนแรง และเกิดภาวะปอดบวม และแน่นหน้าอกตลอดเวลา แนะนำให้นอนตะแคงซ้ายเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี และพยายามขยับขาป้องกันลิ่มเลือด

