เงินบาทอ่อนค่า หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/3) ที่ระดับ 33.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/3) ที่ระดับ 33.28/30 บาท ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน เนื่องจากความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังมีปัญหาต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 19 แล้ว
โดยในวันนี้กองกำลังทหารรัสเซียยังคงโหมบุกโจมตีเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศยูเครนอย่างหนักหน่วง และรัสเซียกำลังขยายการโจมตียูเครนกว้างขวางมากขึ้น ไปยังภาคตะวันตกติดกับโปแลนด์ โดยรัสเซียได้ระดมยิงจรวดถล่มค่ายทหารยูเครนในเมืองยาโรวิฟ ติดชายแดนโปแลนด์
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐกล่าวอีกครั้งว่า จะไม่ส่งกองกำลังอเมริกันเข้าร่วมรบในสงครามยูเครน เนื่องจากเกรงว่าความขัดแย้งจะลุกลามบานปลาย จนกลายเป็นชนวนเหตุของสงครามโลกได้ ส่งผลให้นักลงทุน กลับมาถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ และ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม.รังสิต แสดงความเห็นว่า ผลกระทบสงครามรัสเซียยูเครนทำให้พื้นที่การผลิตข้าวสาลีได้รับความเสียหาย และไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ รวมทั้งไม่สามารถส่งออก โดยรัสเซียกับยูเครนเป็นสองประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกข้าวสาลีประมาณ 25-30% ของมูลค่าการค้าข้าวสาลีทั่วโลก ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหยุดสงครามไม่ได้แต่จะสร้างปัญหา Stagflation ในหลายประเทศ
ด้านรัสเซียซึ่งเป็นฝ่ายถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนั้น คาดว่าอัตราการขยายตัวของจีดีพีปีนี้จะติดลบเป็นตัวเลขสองหลัก โดยสถาบันการเงินชั้นนำของโลกรวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่าจะติดลบราว 12-18% เนื่องจากการที่ระบบเศรษฐกิจรัสเซียถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจะทำให้กระทบต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการค้าการลงทุนระหว่างประเทศอย่างมาก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.35-33.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (14/3) ที่ระดับ 1.0924/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/3) ที่ระดับ 1.0965/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้รับปัจจัยเชิงลบ จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีในเดือน ก.พ. ปรับตัวขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2535 โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 5.1% เทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และหากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 0.9% สอดคล้องกับระดับคาดการณ์ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0901-1.0989 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0975/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/3) ที่ระดับ 117.57/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/3) ที่ระดับ 117.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 115.82-116.19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 115.89/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเยอรมนีจาก ZEW เดือนมีนาคม (15/3), ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐเดือน ก.พ. (16/3), ดัชนีค้าปลีกสหรัฐเดือน มี.ค. (17/3), อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด (17/3), ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐเดือน ก.พ. (18/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.7/-0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความ