เจาะแคมเปญ เพื่อไทย 4 ภารกิจ ชิงเก้าอี้ ส.ก.
ขุมกำลังผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเพื่อไทย อาจกล่าวได้ว่า ถูกรีเซตใหม่เกือบทั้งหมด แม้ว่าหลายรายเป็นผู้เล่นหน้าเก่า แต่รีเซตความคิดใหม่ หลังจากเปลี่ยนคนคุมกำลัง กทม. มาเป็น “มาดามนครบาล” ใจถึง-พึ่งได้ “พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคเพื่อไทย
ในการเลือกตั้ง ส.ก.รอบนี้ เพื่อไทยปักหมุดแคมเปญ “เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งให้คนกรุงเทพฯ” เป็นร่มใหญ่ และโปรเจ็กต์ย่อยคือ “เพื่อไทยมหานคร”
“เพื่อไทยมหานคร เป็นนโยบายของพรรค ที่จะพัฒนาเมืองใหญ่ของทั้งประเทศ เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น ภูเก็ต เชื่อมโยงให้เกิดความเป็นรูปธรรมทั้งประเทศ เปิดตัวที่แรกคือ กรุงเทพฯ ก่อน ในอนาคตจะเปิดตัวจังหวัดหัวเมืองอื่น ๆ ต่อไป” พวงเพ็ชรกล่าว
หวังลบภาพความเจ็บช้ำในสนามเลือกตั้งเล็ก อย่างกรุงเทพฯ ที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย ที่ส่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงแข่งในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ได้เพียงแค่ “รองแชมป์” แพ้ให้กับ สมัคร สุนทรเวช
มาถึงยุคพรรคพลังประชาชน “ประภัสร์ จงสงวน” ก็พ่ายแพ้ให้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริบัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 5 ตุลาคม 2551
และพ่ายแพ้อีกครั้งในยุคพรรคเพื่อไทย ที่ส่ง “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” โดยแพ้แชมป์เก่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จากพรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่สนาม ส.ก. จากเดิมที่มี 61 คน พรรคเพื่อไทยก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยพรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างน้อยได้ 15 เสียง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ 45 เสียง และอิสระอีก 1 คน
มาถึงการเลือกตั้ง ส.ก. พร้อมกับผู้ว่าฯ กทม. 22 พฤษภาคมนี้ พรรคเพื่อไทยจึงวางแคมเปญ “เพื่อไทยมหานคร” ให้ ส.ก.เอาไปขาย แบบเคาะประตูบ้าน แบ่งเป็น 4 ภารกิจ
ภารกิจที่ 1 ระบบเศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง บริหารเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับ “คน” ไม่ใช่เม็ดเงินหรือตัวเลขจีดีพี และเติมเงินในกระเป๋า สร้างโอกาส ความฝันและความสุขของประชาชน
ภารกิจที่ 2 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลสุขภาพกาย-ใจ และกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อม ทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ทั้งคนกรุงเทพฯ และคนต่างจังหวัดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงและมีราคาถูกลง มีพื้นที่สาธารณะทั่วถึง จัดการปัญหาขยะล้นเมือง PM 2.5 อย่างเป็นระบบ การระบาดของโควิด-19 การดูแลสุขภาพของประชาชนต้องเพียงพอและครอบคลุม
อาทิ 30 บาท ถึงที่หมาย : ผลักดันให้กระทรวงคมนาคมบริหารจัดการรถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟลอยฟ้า หน่วยงานเดียว เพื่อการบริหารค่าโดยสารที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย
ภารกิจที่ 3 ทุนระเบียบราชการ ลดขั้นตอนไม่จำเป็น กฎหมายต้องไม่ขัดขวางการพัฒนา ทั้งนี้ จะต้องรื้อระบบราชการที่ขาดจิตสำนึกของการรับใช้ประชาชนและความโปร่งใส สร้างระบบที่ฉับไว เป็นมิตร ตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยี
ภารกิจที่ 4 สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา มีพื้นที่ให้ทุกอัตลักษณ์ได้ใช้ชีวิตตามครรลองประชาธิปไตย โดยมหานครต้องสร้างพื้นที่ให้ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อให้แสดงออกได้อย่างเต็มที่ ปลอดภัย ไม่แบ่งแยกและกีดกัน ตามวิถีประชาธิปไตย เยาวชนจะได้รับการสนับสนุนโดยที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กระจายความรู้ออกจากโรงเรียน เพิ่มโอกาสเข้าถึงความรู้ด้วยเทคโนโลยี
เพิ่มการเรียนภาษาที่ 2 อังกฤษ และจีน เพิ่มทักษะคอมพิวเตอร์และโปรแกรมมิ่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีทักษะความรู้ในโลกสมัยใหม่ โดย กทม.มีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณ จัดจ้างครู อุปกรณ์
ด้วยเหตุนี้ “เพื่อไทยมหานคร” ถูกปักหมุด เชื่อมโยงกับนโยบาย 9 ดี ของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ แต่ในอดีตเคยเป็น รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ไม่ประกาศออกสื่ออย่างเป็นทางการ
พรรคเพื่อไทยหวังลึก ๆ ว่าจะได้เสียงจากคน กทม. 20-30 เก้าอี้ใน ส.ก.
แม้พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งหัว (ผู้ว่าฯ กทม.) ส่งแต่หาง (ส.ก.) แต่ทั้งสองส่วนก็จะรวมกันในอนาคต หาก ส.ก.ได้ตามเป้า และผู้ว่าฯ คือคนที่พรรคเพื่อไทย “หมายปอง”