Skip to content

ศบค.เผยไทยขึ้นอันดับ 9 ติดโควิดมากสุดในโลก ในรอบ 1 วัน

05 เม.ย. 2565 | 15:43น.
ศบค.เผยไทยขึ้นอันดับ 9 ติดโควิดมากสุดในโลก ในรอบ 1 วัน

ศบค.เผยไทยขยับขึ้นอันดับ 9 ของโลกติดโควิดมากสุด กทม. ติดเชื้อใหม่-ตายมากสุด เสียชีวิตรายใหม่ 91 ราย พบ 85 ราย ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็ม 3  

วันที่ 5 เมษายน 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน พบทั่วโลกติดเชื้อสะสมรวม 492,781,338 ราย รักษาหายแล้วสะสม 427,792,583 ราย มีอาการรุนแรง 55,400 ราย และเสียชีวิตสะสม 6,179,143 ราย โดย 10 อันดับประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อสูงสุด มีดังนี้

  1. เกาหลีใต้ 1,998,352 ราย
  2. เยอรมนี 1,303,954 ราย
  3. ฝรั่งเศส 966,472 ราย
  4. เวียดนาม 495,255 ราย
  5. อิตาลี 480,022 ราย
  6. สหราชอาณาจักร 405,724 ราย
  7. ออสเตรเลีย 401,207 ราย
  8. ญี่ปุ่น 324,367 ราย
  9. ไทย 182,767 ราย 
  10. สหรัฐอเมริกา 182,752 ราย

ไทยยังเหยียบ 2 หมื่น ตายพุ่ง 91 ราย

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยประจำวันที่ 5 เม.ย. 2565 พบผู้เชื้อรายใหม่ 21,088 ราย แบ่งเป็นติดในประเทศ 20,971 ราย (จากระบบเฝ้าระวังและบริการ 20,710 ราย และค้นหาเชิงรุกในชุมชน 261) จากต่างประเทศ 93 ราย และจากเรือนจำ-ที่ต้องขัง 24 ราย โดยรวมมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 1,534,140 ราย

ส่วนยอดหายป่วยอยู่ที่ 27,519 ราย ยอดสะสมรวม 1,313,333 ราย ขณะที่ยอดรักษาตัวปัจจุบันอยู่ที่ 250,145 ราย (รักษาตัวในโรงพยาบาล 64,048 ราย และโรงพยาบาลสนามและอื่น ๆ 186,097 ราย) ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,862 ราย (ใส่เครื่องช่วยหายใจ 781 ราย)

ด้านยอดฉีดวัคซีนฉีดไปแล้ว 130,199,584 โดส ข้อมูลระบุว่า

  • เข็มที่ 1 มียอดฉีดเพิ่ม 13,480 ราย ยอดรวม (ระหว่าง 20 ก.พ. 2565 – 4 เม.ย. 2565) 55,705,522 ราย
  • เข็มที่ 2 มียอดฉีดเพิ่ม 8,757 ราย ยอดรวม 50,396,678 ราย
  • เข็มที่ 3 มียอดฉีดเพิ่ม 37,369 ราย ยอดรวม 24,097,384 ราย

ขณะที่ยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 91 ราย สะสมรวม 3,905 คน หากนับรวมตั้งแต่ปี 2563 ยอดจะอยู่ที่ 25,603 ราย

เสียชีวิต 85 ราย ยังไม่ได้เข็ม 3

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาดูจากกราฟ (ด้านล่าง) ผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยปอดอักเสบ และผู้เสียชีวิต พบว่าทั้ง 3 กลุ่ม ยังเป็นไปในทิศทางขาขึ้นแทบทั้งหมด โดย 14 วันที่ผ่านมา (23 มี.ค. 2565 – 4 เม.ย. 2565) ผู้ป่วยติดเชื้อจาก 23,935 ราย ทะยานเป็น 25,627 ราย, ปอดอักเสบ จาก 1,496 ราย เพิ่มขึ้นที่ 1,862 ราย จำนวนนี้มียอดผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย และอัตราเพิ่มขึ้นเช่นกัน จาก 562 ราย เป็น 781 ราย ด้านตัวเลขผู้เสียชีวิต แม้จะมีขึ้น ๆ ลง ๆ บ้าง แต่ถือว่ายังอยู่ช่วงขาขึ้น จาก 80 ราย เพิ่มเป็น 91 ราย

ผู้เสียชีวิตรายใหม่ ทั้ง 91 ราย พบว่า เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 จำนวน 85 ราย และเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 85 ราย

กทม. ติดเชื้อ-เสียชีวิตมากสุด

ส่วนจังหวัดที่มีอัตราติดเชื้อมากที่สุด 10 อันดับ นับตั้งแต่ ม.ค. 2565 – 4 เม.ย. 2565 ได้แก่ กรุงเทพฯ ติดเชื้อเพิ่ม 3,286 ราย สะสม 211,515 ราย ชลบุรี ติดเชื้อเพิ่ม 1,076 ราย สะสม 83,870 ราย สมุทรปราการ ติดเชื้อเพิ่ม 884 ราย สะสม 77,281 ราย นครศรีธรรมราช ติดเชื้อเพิ่ม 679 ราย สะสม 62,651 ราย นนทบุรี ติดเชื้อเพิ่ม 925 ราย สะสม 52,960 ราย

สมุทรสาคร ติดเชื้อเพิ่ม 629 ราย สะสม 42,122 ราย ภูเก็ต ติดเชื้อเพิ่ม 203 ราย สะสม39,061 ราย นครราชสีมา ติดเชื้อเพิ่ม 444 ราย สะสม 33,608 ราย นครปฐม ติดเชื้อเพิ่ม 583 ราย สะสม 31,892 รายปทุมธานี ติดเชื้อเพิ่ม 354 สะสม 31,290 ราย

ขณะที่การเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันทั้ง 91 ราย มีรายละเอียดดังนี้

  • จำแนกตามเพศ ชาย 46 ราย หญิง 45 ราย
  • จำแนกตามสัญชาติ ไทย 90 ราย เมียนมา 1 ราย
  • จำแนกตามอายุ อายุเกิน 60 ปี 67 ราย อายุต่ำกว่า 60 ปี 24 ราย
  • ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 60 ปี ทั้ง 24 ราย เสียชีวิตเพราะมีโรคเรื้อรัง 18 ราย และไม่มีโรคเรื้อรัง 6 ราย
  • จำแนกตามกลุ่มจังหวัด พบว่าภาคกลางมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 22 ราย, อันดับที่ 2 ภาคอีสาน 19 ราย, อันดับที่ 3 ภาคใต้ 15 ราย และอันดับ 4 ภาคเหนือ 14 ราย
  • จำแนกเป็นจังหวัด กรุงเทพฯ มากที่สุด 22 ราย น้อยที่สุด 1 รายมี 16 จังหวัด ได้แก่หนองบัวลำภู, สุรินทร์, เลย, ตาก, ลำปาง, เชียงราย, เชียงใหม่, พะเยา, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, ตรัง, สตูล, ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส, สระบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, เพชรบุรี และสุพรรณบุรี
  • ทั้ง 91 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตจากปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ โรคไต 21 ราย, โรคหัวใจ 14 ราย, โรคหลอดเลือดสมอง, ติดเตียง 10 ราย, โรคอ้วน 8 ราย และโรคมะเร็งต่าง ๆ 6 ราย
  • นอกจากนั้น ติดเชื้อจากคนรู้จักมากที่สุด 24 ราย รองลงมาครอบครัว 15 ราย และพื้นที่เสี่ยง 5 ราย

กทม. ปอดอักเสบ มากสุด

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่รักษาตัวในโรงพยาบาล จากข้อมูลระบุจังหวัดที่มียอดผู้ป่วยสูงสุด 10 อันดับ ดังนี้

  1. กรุงเทพฯ 217 ราย
  2. สมุทรปราการ 75 ราย
  3. นครราชสีมา 71 ราย
  4. กาญจนบุรี 67 ราย
  5. สงขลา 64 ราย
  6. นนทบุรี 52 ราย
  7. เชียงราย 50 ราย
  8. สุราษฎร์ธานี 49 ราย
  9. นครศรีธรรมราช 48 ราย
  10. บุรีรัมย์ 46 ราย

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1-4 เม.ย. 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 179 ราย จำแนกการพบผู้ติดเชื้อ ดังนี้ Test and Go 153 ราย, Sandbox 20 ราย และ Quarantine 6 ราย

อังกฤษ เข้าไทยมากสุด

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานประเทศต้นทางที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เดินทางเข้าไทยประจำวันที่ 5 เม.ย. 2565 ด้วย โดยพบผู้เดินทางรวม 93 ราย ดังนี้

  1. สหราชอาณาจักร 26 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  2. กัมพูชา 12 ราย คนไทยทั้งหมด
  3. ซาอุดีอาระเบีย 9 ราย คนไทย 8 ราย ต่างชาติ 1 ราย
  4. เยอรมนี 7 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  5. ออสเตรเลีย 5 ราย คนไทย 2 ราย ต่างชาติ 3 ราย
  6. ฟินแลนด์ 4 ราย คนไทยทั้งหมด
  7. สวีเดน 3 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  8. สิงคโปร์ 3 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  9. เบลเยียม 3 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  10. เดนมาร์ก 3 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  11. เกาหลีใต้ 3 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  12. มาเลเซีย 3 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  13. สวิตเซอร์แลนด์ 2 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  14. ฝรั่งเศส 2 ราย ต่างชาติทั้งหมด
  15. สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นคนไทย
  16. โรมาเนีย 1 คน เป็นต่างชาติ
  17. เนเธอร์แลนด์ 1 คน เป็นต่างชาติ
  18. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 คน เป็นต่างชาติ
  19. อินเดีย 1 คน เป็นต่างชาติ
  20. ออสเตรีย 1 คน เป็นต่างชาติ
  21. อิตาลี 1 คน เป็นต่างชาติ
  22. ญี่ปุ่น 1 คน เป็นต่างชาติ

เข็ม 1 ฉีดเกิน 80% เข็ม 3 ยังต่ำครึ่งของประชากร

ส่วนสถานการณ์ฉีดวัคซีนประจำวัน ข้อมูลวันที่ 4 เม.ย. 2565 เวลา 18.00 น. ระบุว่า

  • มีผู้ฉีดรวม 59,606 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 ฉีดแล้ว 13,480 ราย, เข็มที่ 2 ฉีดแล้ว 8,757 ราย และเข็มที่ 3 ฉีดแล้ว 37,369 ราย
  • ยอดรวมการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 2565 – 4 เม.ย. 2565 อยู่ที่ 130,199,584 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 สะสม 55,705,522 ราย, เข็มที่ 2 สะสม 50,396,678 ราย และเข็มที่ 3 สะสม  24,097,384 ราย
  • จากฐานประชากรไทย 69,556,204 ราย เข็มที่ 1 ฉีดแล้ว 80.1% ของประชากร, เข็มที่ 2 ฉีดแล้ว 72.5% ของประชากร และเข็มที่ 3 ฉีดแล้ว 34.6% ของประชากร

ส่วนการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายหลัก 2 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และเด็กอายุ 5-11 ปี ข้อมูลมีดังนี้

  • ผู้สูงอายุ 60 ปี จำนวน 12,704,545 ราย  เข็มที่ 1 ฉีดแล้ว 10,644,372 โดส (83.8%) เข็มที่ 2 ฉีดแล้ว 10,083,899 โดส (79.4%) และเข็มที่ 3 ฉีดแล้ว 4,721,436 โดส (37.2%)
  • เด็ก 5-11 ปี จำนวน 5,150,082 ราย เข็มที่ 1 ฉีดแล้ว 2,351,969 ราย (45.7%) และเข็มที่ 2 ฉีดแล้ว 66,801 ราย (1.3%)