เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
เช็กสเปก – ราคา แว่นเอไอ Ray-Ban META เปิดขายทางการในไทย
Tech เช็กสเปก – ราคา แว่นเอไอ Ray-Ban META เปิดขายทางการในไทย
SCG CBM ทดลองใช้หน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ รับเป้า Net Zero 2050
SD SCG CBM ทดลองใช้หน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ รับเป้า Net Zero 2050
อนุทิน ชี้ต้องดูกฎหมาย ปมคุมงบ ‘ไทยพีบีเอส’ หลังมีเสียงไม่เห็นด้วย
Politics อนุทิน ชี้ต้องดูกฎหมาย ปมคุมงบ ‘ไทยพีบีเอส’ หลังมีเสียงไม่เห็นด้วย
แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค. วันนวมินทรมหาราช
SD แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค. วันนวมินทรมหาราช
จิตแพทย์แนะทำอย่างไร ในวันที่ความสำเร็จของลูกถูกตั้งคำถาม
Biz Movement จิตแพทย์แนะทำอย่างไร ในวันที่ความสำเร็จของลูกถูกตั้งคำถาม
สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร
SD Talk สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร
Pi เปิดตัว DR03 ใหม่ ลุย 13 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เริ่มเทรด 15 ต.ค.นี้
Finance Pi เปิดตัว DR03 ใหม่ ลุย 13 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เริ่มเทรด 15 ต.ค.นี้
เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
Politics เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
Finance IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
ดูทั้งหมด

ค้านลดภาษีกากถั่วเหลือง ดับแผนโรงงานอาหารสัตว์

09 เม.ย. 2565 | 15:58น.

สมาคมโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง “ออกโรงต้าน” โรงงานอาหารสัตว์ ขอลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 2% เป็น 0% ชี้ลดภาษี เพื่อช่วยกลุ่มโรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่เพียงกลุ่มเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองกว่า 19,056 ครัวเรือน

ทุบซ้ำโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง 4 โรงสุดท้ายของประเทศ ลามถึงอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป พ้อรัฐยอมกัดฟันตรึงราคาขายน้ำมันถั่วเหลืองทั้ง ๆ ที่ต้นทุนนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองพุ่งเฉียด 70%

วิกฤตต้นทุนธัญพืชในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นในปีที่ผ่านมาจากปัญหาสภาพอากาศแล้งในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ทั้งในสหรัฐ บราซิล และอาร์เจนตินา ประกอบกับเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นประเทศผู้ผลิตธัญพืช ข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาธัญพืชปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกันทางสมาคมโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยก็ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลขอให้มีมาตรการช่วย “ลดต้นทุน” การนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ โดย 1 ในข้อเสนอได้แก่ การปรับลดอัตราภาษีนำเข้า “กากถั่วเหลือง” จาก 2% เป็น 0%

โดยพยายามชี้ให้เห็นว่า หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ก็จะกระทบกับการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งจะตามมาด้วยการขอปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์ และนั่นมีผลทำให้ราคาเนื้อสัตว์ในตลาดจะถีบตัวสูงขึ้นจากราคาในปัจจุบันแน่นอน

แต่ในอีกด้านหนึ่งการปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการ “ปกป้อง” เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการนำเข้ากากถั่วเหลืองนอกประเทศจากกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และผู้ค้ากากถั่วเหลืองนำเข้า ในการเร่งนำเข้ากากถั่วเหลืองที่จะมีผลต่อราคาขายกากถั่วภายในประเทศและจะส่งผลกระทบไปถึงโรงงานผลิตน้ำมันถั่วเหลือง ตลอดจนเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองมากกว่า 19,000 ครอบครัว

เต้นขอคงภาษีนำเข้า 2%

ล่าสุด นายคุณา วิทยฐานกรณ์ นายกสมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมได้ทำหนังสือถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565

เพื่อขอให้พิจารณา “คงอัตรา” ภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% ไว้ต่อไป และขอให้รัฐบาลพิจารณาถึงผลดีและผลเสียในการลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองอย่างครบถ้วนและรอบด้าน

โดยในหนังสือฉบับดังกล่าว สมาคมได้ให้ความเห็นสำคัญที่ว่า การปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 2% เป็น 0% จะส่งผลดีต่อราคาเนื้อสัตว์คิดเป็น 10-20 สตางค์เท่านั้น เพราะจะทำให้ “ต้นทุน” กากถั่วเหลืองนำเข้า (ปกตินำเข้าปีละ 2.8-3.2 ล้านตัน) เพียง 1,100 ล้านบาท และถือว่าเป็นการช่วยผู้ประกอบการอาหารสัตว์รายใหญ่เพียงกลุ่มเดียว

ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจะมีถึง 5 กลุ่ม นอกจากผู้ประกอบการโรงงานผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองแล้ว ทางผู้บริโภคและอุตสาหกรรมที่ใช้ถั่วเหลือง-น้ำมันถั่วเหลือง อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตอาหาร, อุตสาหกรรมผลิตทูน่า, อาหารไก่ปรุงสุก, อุตสาหกรรมน้ำพริก, อุตสาหกรรมสี หรือแม้แต่ผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

เนื่องจาก “ต้นทุน” ถั่วเหลือง-น้ำมันถั่วเหลืองจะสูงขึ้น หรืออาจจะต้องมองการนำเข้าจากแหล่งอื่นเพิ่มเพื่อลดผลกระทบ

แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ จากก่อนหน้านี้ที่ประเทศไทยมีผู้ปลูกถั่วเหลืองถึง 88,203 ครัวเรือน เมื่อครั้งที่รัฐบาลยังกำหนดมีอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองไว้ที่ 4% แต่เมื่อภาษีนำเข้าถูกลดลงมาเรื่อย ๆ เหลือแค่ 2% “เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองก็หายไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียง 19,056 ครัวเรือนเท่านั้น”

ดังนั้นหากรัฐบาลตัดสินใจลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองลงเป็น 0% สมาคมเชื่อว่าต่อไปจะไม่มีเกษตรกรปลูกถั่วเหลืองเหลืออยู่ ซึ่งเท่ากับจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร (food security) ของประเทศไทยทันที

และยังไม่นับรวมกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยจำนวนกว่า 3.1 ล้านราย ที่จะได้รับผลกระทบแน่นอนจากความได้เปรียบจากการแข่งขันของผู้ผลิตปศุสัตว์รายใหญ่ (ที่เป็นทั้งผู้เลี้ยงปศุสัตว์-ผู้ผลิตอาหารสัตว์-ผู้จัดจำหน่ายแบบครบวงจร)

“ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลือง หรือโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งจัดเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำ เดิมเคยมีผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันก็ลดลงมาเหลือเพียง 4 โรงงานแล้ว

“ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า โรงงานผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลือง มีข้อผูกพันจะต้องซื้อเมล็ดถั่วเหลืองจากในประเทศ 75% ของผลผลิตทั้งหมด หรือประมาณ 40,000 ตัน จึงจะสามารถนำเข้าวัตถุดิบเมล็ดถั่วเหลืองจากต่างประเทศได้ปีละ 2-3 ล้านตัน (เพื่อมาหีบเป็นน้ำมันถั่วเหลือง และได้ผลพลอยได้เป็นกากถั่วเหลืองขายให้กับกลุ่มโรงงานอาหารสัตว์)

“ก่อนหน้านี้โรงงานสกัดเองก็เผชิญกับราคาถั่วเหลืองนำเข้าก็ปรับสูงขึ้นไปถึง กก.ละ 24-25 บาท จากที่เคยอยู่ที่ 14 บาท ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่โรงสกัดมีรายได้มาจากการขายกากถั่วเหลืองเป็นหลัก (ถั่วเหลืองที่นำเข้า 100% หีบแล้วจะเหลือกาก 77% เป็นน้ำมันถั่วเหลือง 18%)” นายคุณากล่าว

กากถั่วในประเทศไม่ขาดแคลน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโรงงานผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ในการ “ตรึงราคา” จำหน่ายน้ำมันถั่วเหลืองอยู่ที่ขวดละ 60 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ “ต่ำกว่า” ราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่ตลาดต่างประเทศขายกันอยู่ที่ขวดละ 90-107 บาท (เวียดนามขวดละ 94.43 บาท-มาเลเซีย 92.76 บาท-กัมพูชา/ฟิลิปปินส์ขวดละ 107 บาท)

และน้ำมันถั่วเหลืองยังมีราคา “ต่ำกว่า” ราคาขายน้ำมันปาล์มขวดที่ขายที่ 62-65 บาท อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอีกด้วย

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะพิจารณาลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองลงอีกก็เท่ากับขีดความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้ก็จะลดลง และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันถั่วเหลืองทันที

นอกจากนี้ การปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองลงเหลือ 0% ยังทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากการนำเข้ากากถั่วเหลืองประมาณ 1,100 ล้านบาท คาดการณ์จากตัวเลขนำเข้าปี 2564 ที่ 2.75 ล้านตัน ราคา CIF กากถั่วเหลือง กก.ละ 20.20-20.40 บาท

และไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลอาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น จากการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง และภาคประชาชนในลำดับต่อไปด้วย

พร้อมกันนี้ สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าวได้ให้คำยืนยันว่า ปริมาณกากถั่วเหลืองที่ผลิตได้ภายในประเทศมีปริมาณเพียงพอที่จะขายให้กับโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ แล้วยังมีปริมาณกากถั่วเหลืองที่เหลือถึงขั้นสามารถส่งออกได้ด้วย

ขณะที่ราคาจำหน่ายกากถั่วเหลืองให้กลุ่มโรงงานอาหารสัตว์ก็มีราคา “แทบจะไม่แตกต่างจากราคาวัตถุดิบนำเข้าอยู่แล้ว”

ถั่วเหลืองถูกกว่าน้ำมันปาล์ม

ด้านนายเพชร หวั่งหลี เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว กล่าวว่า ปัจจุบันราคาเมล็ดถั่วเหลืองตลาดล่วงหน้าชิคาโก CBOT ปรับสูงขึ้นมา 30% จากช่วงปลายปีที่แล้ว แนวโน้มราคาวัตถุดิบเมล็ดถั่วเหลืองครึ่งปีแรกคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากสัดส่วนสต๊อกเมล็ดถั่วเหลืองต่อการใช้ของโลก ฤดูกาล 2021/2022 ได้ลดลงอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี

รวมทั้งความไม่แน่นอนของสถานการณ์ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) ในภาพรวม

โดยแหล่งปลูกถั่วเหลืองสำคัญของโลก ทั้งสหรัฐ-บราซิล-อาร์เจนตินา คาดการณ์จะมีผลผลิตลดลง เช่น บราซิล เดิมคาดว่าจะมีผลผลิต 140-150 ล้านตัน แต่จากสภาพอากาศปัจจุบันทำให้ผลผลิตออกมาประมาณ 120 ล้านตัน “เท่ากับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”

ขณะที่การเพาะปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐ ปกติจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. แต่เนื่องจากเป็นปีที่เกิดปรากฏการณ์ลานิญาติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยแล้งและทำให้ผลผลิตถั่วเหลืองเสียหาย ประกอบกับผลผลิตถั่วเหลืองในบราซิล-อาร์เจนตินา เมื่อช่วงต้นปีก็ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งเช่นกัน

นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังมีผลต่อราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง โดยทางผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองแม้จะเจอปัญหาค่าขนส่งแพงขึ้น วัตถุดิบสูงขึ้น แต่ก็พยายามผลิตสินค้าออกสู่ตลาด และยืนยันว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน

และราคาก็ยังสามารถซื้อได้ “ที่ผ่านมาสมาคมตรึงราคาน้ำมันถั่วเหลืองเพื่อช่วยเหลือประชาชน

หากเทียบราคาน้ำมันถั่วเหลืองของไทยกับประเทศใกล้เคียงถือว่าไทยขายถูกมาก ตอนนี้น้ำมันถั่วเหลืองถูกกว่าน้ำมันปาล์มอีก ทำให้ไม่ว่าจะผลิตอย่างไรก็แทบจะไม่เพียงพอ เพราะโดยปกติตลาดจะบริโภคน้ำมันปาล์มสัดส่วน 70% น้ำมันถั่วเหลือง 20% น้ำมันอื่นๆ กาโนล่า ทานตะวัน 10%” นายเพชรกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาหารสัตว์