เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
ดูทั้งหมด

ต้นทุนแบตเตอรี่ ‘อีวี’ ราคาพุ่ง ค่ายรถ ‘จีน’ เสี่ยงเจ็บหนัก

17 เม.ย. 2565 | 17:36น.

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือ “อีวี” ในประเทศจีน ที่ถือว่าเป็นตลาดอีวีใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือดของผู้ผลิตหลายค่ายและมาตรการอุดหนุนของรัฐบาลจีน

แต่ขณะนี้ผู้ผลิตอีวีในจีนต่างปรับขึ้นราคาขายกันถ้วนหน้า เป็นผลมาจากต้นทุนแบตเตอรี่ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งค่ายรถยนต์จีนระดับกลางและระดับเล็กกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า ผู้ผลิตรถอีวีในจีนกว่า 20 รายต่างปรับขึ้นราคาขายรถอีวี ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถอีวียักษ์ใหญ่อย่าง “เทสลา” (Tesla) ที่ทยอยปรับขึ้นราคาขายรถอีวี Model 3 และ Model Y ที่ผลิตและจำหน่ายในจีน หลายครั้งตั้งแต่ปลายปี 2021 จนถึงขณะนี้

รวมถึงผู้ผลิตอีวีสัญชาติจีนอย่าง “บีวายดี” (BYD) ก็ปรับขึ้นราคารถอีวีรุ่นหลักในซีรีส์ไดนาสตี้ 2 ครั้งในเดือน ก.พ.และ มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ “เสี่ยวเผิง” (Xpeng) ก็ปรับขึ้นราคารถอีวีราว 10,100-20,000 หยวน/คัน

ด้านผู้ผลิตรถอีวีระดับกลางและระดับเล็กอย่าง “ลี ออโต้” ก็ปรับราคาขายรถอีวีรุ่น “Li One” เพิ่มอีก 11,800 หยวน เป็น 349,800 หยวน เช่นเดียวกับ “เอสเอไอซี-จีเอ็ม-วู่หลิง” ที่ปรับราคาอีวีรุ่นฮงกวง มินิและรุ่นอื่น ๆ ราว 10%

ขณะที่ซีเอ็นบีซีรายงานว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์” ผู้ผลิตอีวียักษ์ใหญ่จีน ได้ประกาศยุติการขายรถอีวีแบรนด์ “โอร่า” (Ora) 2 รุ่น คือ แบล็คแคต และไวท์แคต เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรุ่นแบล็คแคตที่เสี่ยงจะสร้างความเสียหายให้บริษัทมากถึง 10,000 หยวน/คัน 
หากยังคงจำหน่ายในราคาเดิม

อย่างไรก็ดี “ตง หยูตง” ซีอีโอของแบรนด์โอร่า ได้ออกแถลงการณ์เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า “รถรุ่นแบล็คแคตและไวท์แคตเพียงแต่หยุดรับคำสั่งซื้อ แต่ยังไม่หยุดการผลิต ผมเชื่อว่าปัญหาที่แบรนด์โอร่าพบเป็นความเสี่ยงเดียวกับที่อุตสาหกรรมทั้งหมดต้องเผชิญ”

ทั้งนี้ รถอีวีทั้งสองรุ่นเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายแก่บริษัทมหาศาล โดยมียอดจองถึง 173,000 คันนับตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งสถานการณ์ขาดแคลนชิปและแบตเตอรี่ในขณะนี้ ทำให้โอร่ายังเหลือรถที่ต้องส่งมอบอีกราว 20,000 คัน ซึ่งบริษัทจะเร่งดำเนินการส่งมอบให้เร็วที่สุด

ต้นทุน “แบตเตอรี่” คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของต้นทุนการผลิตรถอีวีแต่ละคัน ขณะที่ “ซีเอทีแอล” (CATL) ผู้ผลิตแบตเตอรี่อีวีรายใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับค่ายรถจีนหลายราย ได้ปรับขึ้นราคาแบตเตอรี่แล้วถึง 2 ครั้งนับตั้งแต่ปลายปี 2021

เนื่องจากราคาของส่วนประกอบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่อย่าง “ลิเทียมคาร์บอเนต” มีราคาซื้อขายพุ่งสูงขึ้นถึง 500,000 หยวน/ตันในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพุ่งสูงกว่าในปี 2021 ถึงราว 6 เท่า รวมถึงราคา “นิกเกิล” ที่เป็นอีกส่วนประกอบสำคัญก็มีราคาสูงและผันผวนอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ผลิตจะมีการปรับขึ้นราคารถอีวี แต่ความต้องการรถอีวีในจีนยังคงแข็งแกร่ง โดยยอดขายรถยนต์ “พลังงานใหม่” ซึ่งรวมถึงรถอีวีในจีน ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2022 เพิ่มขึ้นราว 153.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์ส่วนบุคคลจีน

“เจสัน โลว์” นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย “คานาลิส” ระบุว่า “ราคาขายรถอีวีที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความต้องการของผู้บริโภคไม่มากนัก เนื่องจากผู้ที่ตัดสินใจซื้อรถไปแล้ว หากไม่ยินยอมเสียเงินในราคาสูงขึ้น ก็จะเปลี่ยนรุ่นหรือแบรนด์เพื่อให้ได้รถที่สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่”

ดังนั้น ผู้ผลิตอีวีรายย่อยจึงเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าค่ายรถรายใหญ่ “บิลล์ รุสโซ” ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน ออโตโมบิลิตี้ ลิมิเต็ด ระบุว่า “แบรนด์ระดับกลางและระดับเริ่มต้น จะเผชิญหน้ากับความท้าทายในการส่งต่อต้นทุนไปยังผู้บริโภคมากกว่า ผู้ผลิตกลุ่มนี้จึงอาจเลือกที่จะยอมรับกำไรที่ลดลง หรือระงับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางรุ่น”

ขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่ยังคงสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ ด้วยซัพพลายเชนแบตเตอรี่ที่แข็งแกร่ง อย่าง “บีวายดี” ที่สามารถผลิตแบตเตอรี่ได้เอง ขณะที่เทสลาก็มีโรงงาน “จิกะแฟกตอรี่” ในเซี่ยงไฮ้ และยังมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอันดีกับผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่อย่างซีเอทีแอล

“ซิน กั๋วบิน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของจีน ระบุว่า “จะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังต่อการกระทำที่ขัดขวางการแข่งขันทางการค้า เช่น การซื้อขายเก็งกำไร เพื่อผลักดันให้ราคาวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม”

ขณะที่คนในอุตสาหกรรมยังมีมุมมองที่แตกต่าง เพราะบางส่วนมองว่าอาจใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน ที่ราคาของลิเทียมและนิกเกิลจะคลี่คลาย แต่บางฝ่ายมองว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี กว่าที่ปัญหาราคาของลิเทียมและนิกเกิลจะกลับมามีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ การกลับมาแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 ในหลายเมืองของจีนขณะนี้ โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ ยังส่งผลให้โรงงานผลิตรถอีวีหลายแห่งต้องหยุดชะงักในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตอีวีจีนที่ลดลง นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ค่ายรถอีวีในจีนยังคงต้องเผชิญจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน รถยนต์อีวี