10 ปีที่รอคอย สหรัฐ ปรับไทยพ้นสถานะ “PWL”
เมื่อคืนวันที่ 15 ธันวาคม 2560 เวลาประเทศไทย นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (United States Trade Representative : USTR) ประกาศปรับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) จากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List : PWL) เป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL) หลังจากที่จัดให้ไทยอยู่ในบัญชี PWL มาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2550-2560
การพิจารณาดังกล่าว ดำเนินการมาตั้งแต่สหรัฐฯประกาศทบทวนสถานะของไทยนอกรอบ (Out-of-Cycle Review : OCR) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 ผลการพิจารณาดังกล่าวทำให้ไทยขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับอีก 23 ประเทศ เช่น เวียดนาม กัมพูชา บราซิล สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา บาบาโดส โบลิเวียร์ บัลแกเรีย เม็กซิโก ปากีสถาน เป็นต้น
ปราบพื้นที่สีแดงลดลง 10 จุด
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับลดสถานะเป็นผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ทั้งยังตั้งคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทหารทั้งสามเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน กสทช. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น ทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ทางคณะได้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปราม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อออกตรวจตราจับกุมใน 5 ย่านการค้าสำคัญ คือ มาบุญครอง ตลาดนัดจตุจักร ตลาดโรงเกลือ (จ.สระแก้ว) หาดป่าตอง และหาดกะรน (จ.ภูเก็ต) ส่งผลให้ขณะนี้พื้นที่สีแดงที่มีการละเมิดอย่างอื้อฉาว ( notorious market) ลดจาก 12 เหลือ 2 พื้นที่ คือ มาบุญครอง และตลาดโรงเกลือนับจากเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
อีกทั้ง USTR เห็นความคืบหน้าในการพัฒนาประสิทธิภาพในการจดทะเบียนสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า ซึ่งไทยเพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบ และปรับปรุงขั้นตอนการจดทะเบียน ช่วยลดปริมาณงานค้างสะสมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้จดทะเบียนสิทธิบัตรได้เพิ่มขึ้นจาก 1,000 คำขอต่อปี เป็น 4,000 คำขอต่อปี
นอกจากนี้ ผลดีจากไทยเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริดว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศนับตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้เป็นระยะเวลา 1 เดือนเศษ มีผู้ยื่นคำขอผ่านระบบมาดริดแล้ว 11 ราย ถือเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการสามารถขอรับความคุ้มครองได้ในประเทศภาคีหลายประเทศตลอดจนการที่ไทยได้เสริมสร้างความโปร่งใส โดยเปิดให้มีการรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นประจำ ซึ่งช่วยคลายความกังวลของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องลงไปได้มาก
นักลงทุนมั่นใจสร้างนวัตกรรม
นายสนธิรัตน์เห็นว่า การแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศ และการที่ไทยได้รับการปรับสถานะให้ดีขึ้นจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของประเทศในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ไม่ใช่เพียงเฉพาะแต่นักลงทุนสหรัฐ (ซึ่งมีการลงทุนในไทย 15,000 ล้านเหรียญในปี 2559 หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.4% ของการลงทุนทั้งหมดที่มูลค่า 199,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตลอดจนส่งผลดีต่อการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิง และ content ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 56,000 ล้านบาทในปี 2558 และมีแนวโน้มเติบโต 2-3 เท่า
นอกจากนี้ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สหรัฐพิจารณาในการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ซึ่งสหรัฐให้แก่ประเทศคู่ค้าต่าง ๆ รวมถึงไทย ซึ่งขณะนี้โครงการ GSP กำลังจะหมดอายุลงในเดือนธันวาคมนี้ และไทยอยู่ระหว่างยื่นขอต่ออายุการให้ GSP เพื่อรักษาแต้มต่อในการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีการส่งออกโดยใช้สิทธิ GSP ไปยังสหรัฐ 3,098 ล้านเหรียญสหรัฐคิดเป็น 72.98% ของการส่งออกไปสหรัฐทั้งหมดที่มีมูลค่า 4,245 ล้านเหรียญสหรัฐ
เดินหน้าปลดไทยพ้น WL
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะผลักดันแผน “ปฏิรูป” ด้านทรัพย์สินทางปัญญา 4 ด้าน โดยมีเป้าหมายให้หลุดพ้นจากการจับตามองของสหรัฐ ประกอบด้วย 1) ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้มากที่สุด พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเลิกซื้อสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 2) ปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบออนไลน์ที่มีจำนวนมากขึ้น และแก้ไขในประเด็นเรื่องการถอดเว็บละเมิด (notice and takedown) กฎหมายสิทธิบัตร และแก้ไขเพื่อเข้าสู่การเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์
3) มุ่งยกระดับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งการพัฒนาและสร้างความเชี่ยวชาญให้กับผู้ตรวจสอบ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อลดปัญหาการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาคั่งค้าง (back lock) ตามระบบใหม่ เพื่อให้การจดทะเบียนระหว่างขาเข้าและขาออกสมดุลกันภายในปี 2562-2563 ซึ่งอาจ “ไม่จำเป็น” ต้องประกาศใช้มาตรา 44 ภายใต้รัฐธรรมนูญ และ 4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายไทยแลนด์ 4.0
MPA จี้คุมก๊อบปี้ออนไลน์
นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ผู้อำนวยการ Motion Picture Association (MPA) ประจำประเทศไทย ได้แสดงความยินดีกับรัฐบาลไทยซึ่งทำงานอย่างหนักมาโดยตลอดจนทำให้ภารกิจนี้สำเร็จได้ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ลงมาเป็นแม่ทัพในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ด้วยตนเอง หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานกันอย่างสอดประสานและจริงใจ โดยนำสรรพกำลัง สรรพกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องและมีการออกกฎหมายใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและสถานการณ์ปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลไม่ได้มองเพียงการรักษาสถานะ WL เท่านั้น แต่เป้าหมายแท้จริงคือ การผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่มีมาตรฐานในการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา ตามที่ไทยได้ประกาศไว้หลังจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าไทยจะให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของสมาชิก ขณะเดียวกันทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ก็จะได้รับการคุ้มครองด้วยเช่นกัน
การที่จะปกป้อง คุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาไทยและบรรดาสมาชิกสนธิสัญญา ต้องอาศัยรัฐมีเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่น เครื่องมือด้านกฎหมายที่ทันสมัยทันต่อเทคโนโลยีมาใช้เพื่อต่อกรกับกระบวนการการละเมิดในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการละเมิดทาง online ซึ่งต้องนำสรรพกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้ เพราะผู้ละเมิดมักทำเป็นกระบวนการ หาแหล่งการกระทำผิดยากมาก และเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่หลากหลายถักทอเป็นใยแมงมุม
ดังนั้น กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเดียวไม่พอ จำเป็นต้องอาศัยกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงิน กฎหมายสรรพากร ศุลกากร เพราะธุรกิจเหล่านี้ไม่ว่าจะมีต้น และปลายที่แหล่งไหนในโลก แต่ไม่มีประเทศใดในโลกได้รับภาษีจากผู้กระทำเหล่านั้นเลย
ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายต้องนำมาใช้อย่างจริงจังและต่อเนื่องต้องมีการดำเนินคดีกับผู้ละเมิดอย่างจริงจัง และต้องพยายามดำเนินการกับผู้บงการ หรือ masterminding มารับโทษให้ได้ และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษที่รุนแรงเพียงพอที่จะให้ผู้ละเมิดเกรงกลัวต่อตัวบทกฎหมาย ที่สำคัญเพื่อให้เกิดการเคารพสิทธิ และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนปฏิเสธสินค้าละเมิด การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องดำเนินการร่วมกัน