Skip to content

แม็คโคร เปิดเกมใหม่ ดัน “maknet” อัพสปีดออมนิแชนเนล

24 เม.ย. 2565 | 08:35น.
แม็คโคร เปิดเกมใหม่ ดัน “maknet” อัพสปีดออมนิแชนเนล

ไม่ธรรมดาสำหรับจังหวะก้าวของ “สยามแม็คโคร” กับการเปิดตัว B2B แพลตฟอร์มในชื่อ “maknet” ในฐานะศูนย์กลางตลาดค้าส่งออนไลน์ พร้อมกับเป้าหมายในการเป็น New S-curve เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทและผู้ประกอบการไทย

ทั้งในมุมของผู้ซื้อ ได้แก่บรรดาร้านอาหารต่าง ๆ และผู้ขายซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ โดยคาดว่าสัดส่วนยอดขายจากช่องทาง ออมนิแชนเนล (Omni Channel) จะเพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 30% ภายใน 3 ปี

“ริคาร์โด้ เบารอตโต้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หน่วยธุรกิจแม็คโครประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่าพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการหันไปสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ยอดขายผ่านช่องทาง Omni Channel ของแม็คโครเติบโตขึ้นเกือบเท่าตัวด้วยเช่นกัน

ประกอบกับภาพรวมธุรกิจโฮเรก้า HORECA-กลุ่มธุรกิจที่ประกอบไปด้วยธุรกิจโรงแรม-Hotel ร้านอาหาร-Restaurant, กาแฟและธุรกิจจัดเลี้ยง-Cafe and Catering มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเปิดตัวแพลตฟอร์มศูนย์กลางค้าส่งออนไลน์ “maknet”

ริคาร์โด้ เบารอตโต้

New S-curve ตอบโจทย์ลูกค้า

“โปรเจ็กต์นี้เริ่มขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการที่ต้องอยู่กับโควิดทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก ซึ่งชัดเจนว่าออนไลน์มาแน่ ๆ และเราเองต้องการตอบโจทย์ผู้ประกอบการทั้งที่เป็นเจ้าของสินค้าต่าง ๆ ที่ต้องการพื้นที่ในการขายของ และผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้า เช่น ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ เบเกอรี่ เป็นต้น ก็จะได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าที่หลากหลายและมีคุณภาพเพิ่มขึ้น

เพราะช่องทางออนไลน์ไม่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ทั้งยังจะเป็น New S-curve สร้างการเติบโตให้กับแม็คโครได้ในอนาคต ที่นอกจากจะเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ยังเติมเต็มความต้องการของลูกค้าเดิมได้ดีขึ้นด้วย”

ปัจจุบันบนแพลตฟอร์ม “maknet” มีสินค้าและบริการมากกว่า 30,000 รายการ ทั้งเป็นสินค้าที่ขายอยู่ในแม็คโครเดิม, ผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำ และเอสเอ็มอีรายใหม่ ๆ ครอบคลุมในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งกลุ่มอาหารสด, อาหารแห้ง, อุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 100,000 รายการ รวมถึงมีสิทธิพิเศษและบริการอื่น ๆ สำหรับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“การเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้เราสามารถใส่เซอร์วิสใหม่ ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มเติมได้ตลอด แตกต่างจากในสาขาแม็คโครที่พื้นที่จำกัด maknet จึงมีความหลากหลายและอัพทูเดตตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอยู่บนฟิซิคอลสโตร์อีกต่อไป ซึ่งในแง่ฐานลูกค้าในสิ้นปีน่าจะมีกว่า 50,000 ราย และเพิ่มเป็น 500,000 ราย ใน 3 ปี เราเป็นแพลตฟอร์ม B2B สำหรับธุรกิจจึงจะไม่ได้ลงไปแข่งในตลาด B2C”

“ริคาร์โด้” ย้ำว่า การเปิดตัว maknet ถือเป็นการเริ่มต้น มีเส้นทางนี้อีกยาวไกลที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้เข้ามาทดลองใช้และฟีดแบ็ก เพื่อที่ทีมงานจะได้นำมาปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น

จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล

นำเสนอ End to End Solution

ด้าน “จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจดิจิทัล บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เสริมว่า กว่าจะได้ชื่อ maknet ใช้เวลาเลือกจากชื่อเป็นร้อย ๆ มาจากคำว่าแม็คโครกับเน็ตเวิร์ก สะท้อนถึงจุดยืนในการสร้างเน็ตเวิร์กให้ผู้ซื้อกับผู้ขายมาเจอกัน ซึ่งไม่ได้เฉพาะสินค้า

แต่ยังมีบริการต่าง ๆ ในรูปแบบ End to End Solution เช่น การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว และบริการให้คำปรึกษา เริ่มตั้งแต่คนที่คิดจะสร้างธุรกิจไปจนถึงเจ้าของกิจการที่ต้องการขยายธุรกิจ เรียกได้ว่ามา maknet ครบจบในที่เดียว

สำหรับผู้ขาย “maknet” เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ไม่ใช่เฉพาะกับซัพพลายเออร์รายใหญ่ ๆ แต่ยังเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงตลาดเข้ามาขายบนแพลตฟอร์มได้ โดยมีทีมงานคอยดูแลด้านเทรนนิ่งและเซอร์วิสต่าง ๆ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจบนออนไลน์ได้อย่างราบรื่น

“ก่อนหน้านี้เรามีแอปพลิเคชั่นแม็คโครคลิก อันนั้นเน้นการสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ เป็นกลุ่มลูกค้าแม็คโครอยู่แล้ว อาจไม่อยากไปที่สาขาแต่อยากได้ของจากแม็คโคร ก็เข้าแม็คโครคลิก ช็อปเมื่อไรก็ได้ ในส่วนแม็กเน็ท จะเป็น End to End Solution สำหรับผู้ประกอบการ

แต่ผู้บริโภคทั่วไปก็เข้ามาใช้ได้ เพียงแต่ในแพ็กมีของเป็นจำนวนมาก เพราะโฟกัสผู้ประกอบการเป็นหลัก แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการระดับไหนก็เข้าใช้บริการได้ เรามีบริการให้คำปรึกษา ตั้งแต่เรื่องการตกแต่งร้านค้า การหาสินค้า”

สำหรับ “ผู้ซื้อ” เน้น 3 เรื่อง คือ “ซื้อง่าย-ของครบ และบริการดี”

“ด้านบริการ นอกจากเรื่องการส่งสินค้าที่ให้เลือกเวลาส่งได้เองตามความสะดวกแล้ว เรายังจะต้องตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะต้องการอะไร เราเน้นว่าลูกค้าอยากได้อะไรก็จะไปหามาให้ สเต็ปถัดไปในแง่การบริการจะมีบริการให้คำปรึกษา และการจัดคอร์สเทรนนิ่งต่าง ๆ รวมถึงบริการด้านการเงิน เช่น การให้เงินกู้ ทั้งหมดจะได้เห็นในปีนี้”

ทัชชญา ธนาชัยหิรัญ

มุมมองจากประสบการณ์

“ทัชชญา ธนาชัยหิรัญ” ทายาท เจ้าของร้านบะหมี่คนแซ่ลี เล่าว่า ที่ผ่านมาซื้อสินค้าจากหลายที่ ทั้งไปถึงสาขาของแม็คโคร, ไปซื้อที่ตลาด รวมถึงการสั่งจากตัวแทนผู้ผลิตสินค้าหลายราย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล, น้ำปลา และบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ

แต่เนื่องจากที่ร้านไม่ได้มีพื้นที่สต๊อกของจำนวนมากทำให้ในบางสัปดาห์ประสบปัญหาของบางอย่างหมดจึงต้องเดินทางไปซื้อ ซึ่งเสียเวลาเดินทาง แต่ปัจจุบันสั่งจากแพลตฟอร์ม maknet เพิ่มความสะดวกได้มาก หากสั่งก่อนเที่ยงคืนก็เลือกเวลาให้มาส่งได้ตั้งแต่รอบแรกในตอน 7 โมงเช้าของอีกวันได้เลย

“ทั้งในกรณีที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็มีใบรับรองภาษีมูลค่าเพิ่มให้เอาไปหักภาษีได้ด้วยจึงสะดวกมาก ที่ร้านโดยเฉลี่ยจะสั่งอาทิตย์ละประมาณ 3 ครั้ง แต่ละสาขาจะมีช่วงเวลาพีกต่างกัน เช่น บางแห่งเที่ยงคนเข้าเยอะ เราก็จะเลือกเวลาส่งได้ว่าให้มาส่งช่วงเช้า หรือช่วงบ่าย ๆ ไปเลย

จากการที่เข้าไปทดลองใช้พบว่าใช้ง่ายมาก เหมือนซื้อมือถือมาเครื่องนึงก็ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องอ่านคู่มือ ตั้งแต่เลือกสินค้า หยิบใส่ตะกร้า และจ่ายเงินก็เลือกได้ ทั้งผ่านบัตรเครดิต, อีแบงกิ้ง และคิวอาร์โค้ด”

โดยส่วนตัวใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีถือว่าค่อนข้างเร็วมาก อีกทั้งตัวระบบยังมีการจัดเก็บข้อมูลการใช้งานเดิมไว้ทำให้การสั่งซื้อครั้งต่อไปเร็วขึ้น แต่สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติม คือบางกลุ่มสินค้า เช่น บรรจุภัณฑ์ อยากให้มีตัวเลือกหลากหลายขึ้น

ดังที่ผู้บริหาร “แม็คโคร” ย้ำไว้แต่แรกว่า maknet เพิ่งเริ่มต้นจึงยังต้องพัฒนาอีกหลายสิ่งโดยรับฟังคำแนะนำจากผู้ใช้งาน หากจะก้าวไปเป็น B2B Marketplace อันดับหนึ่งของไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แม็คโคร