Skip to content

“ธนิศร์ เจียรวนนท์” กางดาต้า HoReCa 2025 ชี้ “Cloud Kitchen-ชาบู” โตแรง 28% สวนเศรษฐกิจ

07 พ.ย. 2568 | 19:41น.
“ธนิศร์ เจียรวนนท์” กางดาต้า HoReCa 2025 ชี้ “Cloud Kitchen-ชาบู” โตแรง 28% สวนเศรษฐกิจ

“ธนิศร์ เจียรวนนท์” นำทัพ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ฉายภาพ “HoReCa 2025” ชูแนวคิด “Food Infinity” ตอกย้ำธุรกิจอาหารโตไม่สิ้นสุดสวนกระแสเศรษฐกิจเปราะบาง พร้อมเผย 3 เทรนด์ดาวรุ่ง “Cloud Kitchen-ชาบู-กาแฟ” โตแรง 25-28% ชี้พลังผู้ประกอบการ Gen ใหม่เพิ่ม 8% ขับเคลื่อนตลาด

เวที “HoReCa Trend Talk” ภายในงาน “makro HoReCa 2025” กำลังกลายเป็นจุดสนใจจากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอาหาร โรงแรม และคาเฟ่ทั่วประเทศ โดยภายในงานได้สะท้อนภาพอนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทยไว้อย่างชัดเจน

โดยมีนายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มาร่วมฉายภาพทิศทางธุรกิจอาหารปี 2025 ภายใต้แนวคิด “Food Infinity-ธุรกิจอาหารโตไม่สิ้นสุด” ตอกย้ำศักยภาพผู้ประกอบการไทยที่พร้อมปรับตัวท่ามกลางความท้าทาย

นายธนิศร์ เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง แต่ธุรกิจอาหารยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะตราบใดที่อาหารยังเป็นปัจจัยหลัก ธุรกิจอาหารจะไม่มีวันหยุดนิ่ง ซึ่งปัจจุบันแม็คโครมีสมาชิกร้านอาหาร โรงแรม และคาเฟ่ (HoReCa) ทั่วประเทศกว่า 550,000 ราย

โดยพบสัญญาณน่าสนใจคือ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่อายุ 18-22 ปี เพิ่มขึ้นกว่า 8% จากปีก่อน ซึ่งกลุ่มนี้กำลังกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของตลาด ด้วยความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น การเปิดร้านฟิวชันคาเฟ่ หรือร้านเดลิเวอรี 100% ที่สร้างยอดขายหลักแสนต่อเดือน

แม็คโคร

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Big Data ของแม็คโคร ยังชี้ให้เห็น 3 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งที่เติบโตเร็วที่สุด ได้แก่ กลุ่ม Casual Dining และ Cloud Kitchen ที่เน้นคอนเทนต์และช่องทางเดลิเวอรี เติบโตสูงสุดถึง 28% ตามมาด้วยกลุ่มร้านชาบูและหม้อไฟ ที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความคุ้มค่าหลากหลาย

และกลุ่มร้านกาแฟ Specialty Coffee และเบเกอรี่ ที่เน้นวัตถุดิบเฉพาะทางและดีไซน์ดึงดูดการแชร์ในโซเชียล ซึ่งทั้งสองกลุ่มหลังเติบโตเท่ากันที่ 25% สะท้อนชัดว่าผู้บริโภคยุคใหม่แสวงหาประสบการณ์และคุณค่าทางอารมณ์จากการรับประทานอาหารมากขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตนี้ แม็คโครได้พัฒนาแบรนด์สินค้าในเครือ aro และ savepak เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม พร้อมต่อยอดสินค้ากลุ่ม Ready to Eat, Cook และ Bake (RTE/RTC/RTB) เพื่อเป็นโซลูชันแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและรักษามาตรฐานรสชาติ

ขณะเดียวกันได้ยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล makro PRO ซึ่งมียอดสั่งซื้อจากกลุ่ม HoReCa เพิ่มขึ้นกว่า 27% เสริมทัพด้วยการขยายรถจัดส่งทั่วประเทศกว่า 3,600 คัน รองรับบริการด่วน 3 ชั่วโมง และเตรียมเปิดบริการจัดส่งช่วงเช้าตรู่ เพื่อให้ร้านอาหารได้รับวัตถุดิบสดใหม่ทันเวลา

รวมถึงยังมีแผนเดินหน้าโครงการ “แม็คโคร ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้” เพื่อช่วยผู้ประกอบการทุกขนาดให้กลับมายืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการจัดเวิร์กชอปพัฒนาเมนู และโปรโมชั่นสินค้าหลักที่ช่วยเพิ่มกำไรอีกด้วย

“ในโลกของธุรกิจอาหาร โอกาสอยู่รอบตัวทุกคน และแม็คโครจะยังคงมุ่งมั่นเป็น “โซลูชันพาร์ทเนอร์” ที่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด สอดคล้องกับแนวคิด “Food Infinity” ที่สะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจจะมีแรงกดดัน แต่ด้วยพลังของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากพันธมิตร ธุรกิจอาหารไทยจะยังคงเติบโตได้ไม่สิ้นสุด”