“พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
“คมนาคม”เดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เร่งก่อสร้างระยะที่ 1 กรุงเทพ-โคราช เปิดปี 2573 ลุยเปิดประมูลระยะที่ 2 ธ.ค.นี้ กว่า 3 แสนล้าน แบ่ง 8 สัญญา เชื่อมไทย-ลาว-จีน หนุนการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจภูมิภาค
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีตนเป็นประธาน ได้ติดตามความก้าวหน้า เร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-หนองคาย ทั้งระยะที่ 1 และการเตรียมความพร้อมระยะที่ 2 รวมถึงการเชื่อมโยงระบบรถไฟระหว่างไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เป็นโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต
“กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการติดตามความก้าวหน้า แก้ไขอุปสรรคของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน เพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกรุงเทพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดนและการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างกรุงเทพกับเมืองหลักในภูมิภาค ลดข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลา ตลอดจนสนับสนุนการเคลื่อนย้ายประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันยังจะช่วยกระจายการลงทุนออกจากพื้นที่ส่วนกลาง กระตุ้นการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และบริการในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง
โดยที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กม. มีสถานี 6 แห่ง วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท โดยงานโยธาทั้ง 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ส่งผลให้ภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้า 55.27%
“งานที่มีความก้าวหน้าใกล้แล้วเสร็จ ได้แก่ งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ตามสัญญา 3-2 รวมถึงงานช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด ตามสัญญา 3-4 ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว อยู่ระหว่างการเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถลงนามสัญญาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้โดยเร็ว”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า จากความคืบหน้าดังกล่าว กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมาในปี 2573 ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแล้ว เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดและเมืองสำคัญตามแนวเส้นทาง
นอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแล้ว พื้นที่โดยรอบสถานียังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การบริการ ที่อยู่อาศัย และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ และการดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่พื้นที่ ซึ่งถือเป็นผลเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้ติดตามการเตรียมความพร้อมของโครงการระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. มีสถานี 5 แห่ง วงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR และราคากลางสำหรับงานก่อสร้าง และงานควบคุมงาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านการเวนคืนที่ดิน
“มีแผนประกาศประกวดราคางานโยธา 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 ตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 แล้วเสร็จปี 2574 เมื่อโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ ทำให้โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯไปถึงจังหวัดหนองคายได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงยกระดับการเดินทางระหว่างภูมิภาค ยังเพิ่มศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้การเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมดยงประเทศไทยกับลาวและจีนตลอดจนส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภูมิภาค” นายพิพัฒน์กล่าว
