หุ้น ภาษี เงินบาท
บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส รายได้ไตรมาสแรก 3,967 ล้านบาท โต 20% จากกลยุทธ์นำเสนอสินค้าแบบ Total Packaging Solutions กำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มฟื้น วางกลยุทธ์ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายรับมือราคาพลังงานพุ่ง บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.125 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 พฤษภาคมนี้
วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์แพ็กเกจจิ้ง รายใหญ่ในไทยและภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทสามารถสร้างยอดขายไตรมาส 1/65 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขาย 3,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YOY และ 29% QOQ โดยเฉพาะยอดขายภายในประเทศที่เติบโตได้ดี

เนื่องจากการวางกลยุทธ์ผลักดันการขายสินค้าในรูปแบบ Total Packaging Solutions นำเสนอบรรจุภัณฑ์แก้วพร้อมบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ และยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่กลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้ภาพรวมการบริโภคภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว
ถึงแม้ว่าปัจจัยราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังเกิดความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรม บริษัทยังคงมีกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาอยู่ที่ 217 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 182 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทได้วางแผนรับมือบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต การจัดการต้นทุนวัตถุดิบโดยการปรับสูตรการผลิตและต่อรองราคากับคู่ค้า การเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง และการเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้าบางส่วนด้วยการคิดราคาวิธี Cost Plus Margin ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 50% ของลูกค้าทั้งหมด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทจึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2565 ในอัตรา 0.125 ต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 86.81 ล้านบาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 มิถุนายน 2565
ขณะที่แนวโน้มความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในปีนี้คาดว่าจะทยอยฟื้นตัว หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการ Test & Go แก่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภาคประชาชน
อย่างไรก็ตามต้องติดตามนโยบายของรัฐบาลหากปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน
“ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง หากเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน ยังคงยืดเยื้อ บริษัทมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการขึ้นเตาหลอมแก้วใหม่และแผนซ่อมบำรุง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน” นายศิลปรัตน์ กล่าว