เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
World จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
Tech เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
Business เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
Business KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
Finance น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
Automotive วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
Finance ‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ครึ่งปีหลัง ต่างชาติเข้าประเทศพุ่ง 160% แรงหนุนปลดล็อกเงื่อนไขเที่ยวไทย

02 ก.ค. 2565 | 10:24น.
ท่องเที่ยว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ปลดล็อกเงื่อนไขต่างชาติเที่ยวไทย ปัจจัยหนุนสำคัญของการท่องเที่ยวช่วงครึ่งหลังของปี 2565 มีลุ้นดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยได้มากกว่าคาด ประเมินครึ่งปีหลังต่างชาติเที่ยวไทยอีกราว 5 ล้านคน เติบโต 160% รวมทั้งปี 7.2 ล้านคน สร้างรายได้ 4.05 แสนล้านบาท

วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า การปลดล็อกเงื่อนไขต่างชาติเที่ยวไทยจะเป็นแรงหนุนที่สำคัญให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ และเป็นก้าวสำคัญในการช่วยให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ปัจจัยแวดล้อมตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโควิด ปัญหาระหว่างรัสเซียและยูเครน ปัญหาราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยยังทำได้จำกัด

ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวยังคงต้องทำงานหนักและเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ อาทิ การทำตลาดคงจะต้องมีหลากหลายขึ้น เช่น การเตรียมหาตลาดนักท่องเที่ยวอื่นเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงจากนักท่องเที่ยวยุโรปที่อาจจะชะลอลตัวลงในช่วงที่เหลือของปี หรืออาจจะปรับแพ็คเกจที่พักเป็นรูปแบบแพ็คเกจอยู่ยาวเจาะกลุ่มชาวยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง

สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการดึงกลุ่มชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย เป็นต้น ขณะที่ธุรกิจเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ประกอบการยังต้องระมัดระวังในการลงทุนและการทำตลาดโดยเฉพาะการทำแพ็คเกจด้านราคา

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2565 ทางการไทยทยอยผ่อนคลายเงื่อนไขการเปิดรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ และได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวต่างชาติ จากข้อมูล Destination Insights with Google (หลังประเทศไทยกลับมาเปิดโครงการ Test & Go ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565) พบว่า ประเทศไทยติด 1 ใน 20 อันดับแรกของการค้นหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของโลก

โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน หลังจากที่ทางการยกเลิกเงื่อนไขการกักตัวในกลุ่มชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดไม่ครบหรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนนั้น พบว่า ในเดือนมิถุนายน ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากเดือนก่อน ทำให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมีจำนวนกว่า 2.0 ล้านคน

ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 การยกเลิกการลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass และยกเลิกการทำประกันสำหรับชาวต่างชาติเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการท่องเที่ยวของไทย หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิดที่ยาวนาน

กระนั้นก็ดี การเปิดประเทศครั้งนี้ นับว่ามีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จะเป็นฤดูการท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยค่อนข้างมาก และหากทางการสามารถควบคุมสถานการณ์โดยไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 ในวงกว้างอีกได้ จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ในระยะถัดไป

จากปัจจัยบวกดังกล่าว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปีนี้น่าจะมากกว่าที่คาด แต่ด้วยตลาดยังมีปัจจัจท้าทายซึ่งทำให้การฟื้นตัวยังจำกัด

ภายใต้สมมมติฐานการคาดการณ์นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมีมุมมองที่ระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากสถานการณ์โควิดที่อาจมีผลต่อมาตรการต่างๆ ของทางการแล้ว ความเสี่ยงจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ

ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ทำให้ภาระรายจ่ายในชีวิตประจำวันปรับตัวสูงขึ้นตาม จึงอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางยังต่างประเทศของนักท่องเที่ยวได้ในช่วงที่เหลือของปี

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 นี้ น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 5.0 ล้านคน เติบโต 160.0% จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ส่งผลทำให้ทั้งปี 2565 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยน่าจะมีจำนวน 7.2 ล้านคน (จากเดิมที่คาดว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปีจะมีจำนวน 4.0 ล้านคน) สร้างรายได้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.05 แสนล้านบาท

นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2565 ขณะที่ทั้งปี 2565 นักท่องเที่ยวจากประเทศอินเดียคาดว่าจะมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1
โดยการปรับประมาณการของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในครั้งนี้ ให้น้ำหนักในส่วนของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ทั้งปี 2565 นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะมีสัดส่วน 45% ของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากอาเซียน อาทิ นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน (การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนยังทำได้จำกัด เนื่องจากการดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของทางการจีน)

นอกจากนี้ ตลาดที่สำคัญที่กลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นหลังจากที่ทางการไทยผ่อนคลายเงื่อนไขต่าง ๆ ลง ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียใต้ โดยการฟื้นตัวหลักมาจากนักท่องเที่ยวอินเดีย และคาดว่าทั้งปี 2565 นี้ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 1.0 ล้านคน (จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2565 นักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศแล้วกว่า 1.22 แสนคน และเฉพาะในเดือนพฤษภาคม มีจำนวนกว่า 7.83 หมื่นคน)

เนื่องจากการยกเลิกการลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass และประกันสุขภาพช่วยหนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวกขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวทำตลาดได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

สำหรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปมีความท้าทายมากขึ้น ด้วยสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่มีท่าทีที่จะคลี่คลาย มาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซีย ทำให้การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจากรัสเซียและยุโรปตะวันออกในช่วงที่เหลือของปีคงจะได้รับผลกระทบ

ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นในภูมิภาคยุโรปก็คงต้องติดตามสถานการณ์สงครามพลังงานที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและประเทศในยุโรปอย่างใกล้ชิด หากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันจนกระทบการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็น่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวยุโรปเที่ยวไทย โดยเฉพาะจากประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร และสแกนดิเนเวีย เป็นต้น

ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น น่าจะยังฟื้นตัวได้ดี โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากตลาดนักท่องเที่ยวหลักอย่างอิสราเอลแล้ว ยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภายหลังที่ทางการไทยและซาอุฯได้ปรับความสัมพันธ์ และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ครม.ได้อนุมัติหลักการสำหรับชาวซาอุฯที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา และสามารถอยู่ในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน น่าจะช่วยกระตุ้นชาวซาอุฯเดินทางเที่ยวไทยมากขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคโอเชียเนีย ได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นชาติที่มีการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ