เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
Business “การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
Business ‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
Real Estate ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
Economic วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
Tech เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
Finance หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
Finance เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
Finance คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
News ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

ทิสโก้เชียร์ซื้อหุ้น “เฮลธ์แคร์” สู้เศรษฐกิจถดถอย

05 ก.ค. 2565 | 15:34น.
ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์

ธนาคารทิสโก้ชี้สหรัฐฯ จ่อเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แนะโยกเงินจากหุ้นกลุ่มพลังงาน เข้าซื้อหุ้นธุรกิจไบโอเทคโนโลยี และดิจิตอลเฮลธ์แคร์ หลังพบช่วง 8 ปีข้างหน้า มีโอกาสขยายตัวสูงสุด 27.7% ต่อปี

วันที่ 5 กรกฎาคม 2565 นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตัวเลขดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลายดัชนีกำลังบ่งชี้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) สูงขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่สูงถึง 0.75% มากสุดตั้งแต่ปี 2537 ในการประชุมเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และส่งสัญญาณปรับดอกเบี้ยขึ้นต่อเนื่องอีก 1.75% สู่ระดับ 3.25 – 3.50% ณ สิ้นปีนี้ โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่เร็ว จะทำให้สภาวะการเงิน (Financial Conditions) ตึงตัวขึ้นมาก และส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดการเงินลดลง

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนได้ปรับตัวตัวลงแตะ 98.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556 ทำให้เริ่มเห็นภาคธุรกิจปรับลดแรงงานให้สอดคล้องความต้องการสินค้าในอนาคตที่เริ่มลดลง จึงยิ่งตอกย้ำโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยในระยะข้างหน้า โดย Bloomberg Economics คาดว่า เศรษฐกิจจะเกิด Recession ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นเป็น 98% จาก 30% ในช่วงก่อนการประชุม Fed เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

นายณัฐกฤติ กล่าวอีกว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยตามที่คาด กำไรต่อหุ้น (EPS) ของดัชนี S&P 500 อาจหดตัวถึง -25.5% โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่ผลประกอบการผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มพลังงานที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากอุปสงค์ที่หดตัว ทำให้ผลกำไรของกลุ่มนี้จึงลดลงมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งนี้ ข้อมูลจากบลูมเบิร์กพบว่า ค่าเฉลี่ยในช่วงวิกฤต 4 ครั้งหลังสุด ได้แก่ วิกฤตตฟองสบู่ดอทคอม หรือ “Dot-com Bubble” วิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ (Subprime Mortgage Crisis) วิกฤตน้ำมัน (Oil Crash) และ COVID-19 กำไรหุ้นกลุ่มพลังงานลดลงสูงถึง -75.5%

ขณะที่กลุ่มที่เติบโตสวนทางอย่างชัดเจน คือ กลุ่มเฮลธ์แคร์ (Healthcare) โดยข้อมูลในอดีตพบว่า ผลกำไรของกลุ่ม Healthcare ยังคงเติบโตได้ดี และในระยะยาวยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงกว่าภาพรวมของดัชนี S&P 500 โดยเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลจากบลูมเบิร์กพบว่า ในช่วง 30 ปีมานี้ บริษัทจดทะเบียน S&P 500 มีอัตราการเติบโตของกำไร 6.9% ต่อปี ในขณะที่อัตรากลุ่ม Healthcare มีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 10.2% ต่อปี

แผนภาพ: กำไรหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์เทียบกับกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานในรอบ 30 ปี
แผนภาพ : กำไรหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์เทียบกับกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานในรอบ 30 ปี (ที่มา : Bloomberg,ธนาคารทิสโก้)

โดยธุรกิจไบโอเทคโนโลยี และ Digital Healthcare มีความโดดเด่นอย่างมาก เห็นได้จากการที่ Grand View Research ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดของไบโอเทค (Biotechnology) ในช่วงปี 2565 – 2573 จะมีอัตราการเติบโต (CAGR) อยู่ที่ 13.9% และ Digital Healthcare จะมีอัตราการเติบโต (CAGR) อยู่ที่ 27.7% ต่อปี
ดังนั้น จากข้อมูลข้างต้นธนาคารทิสโก้จึงแนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นกลุ่มพลังงาน และหุ้นที่ผลประกอบการผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ และโยกเงินมาซื้อหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่กำไรมีโอกาสเติบโตดีแม้จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย อีกทั้งผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโตอีกมากจากกระแสเมกะเทรนด์สังคมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นทั่วโลก

อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ด้าน Healthcare เป็นหนึ่งในสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ ยาสามัญประจำบ้าน วัคซีนป้องกันโรค หรือยารักษาโรคร้ายแรง อย่างโรคมะเร็งที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี และนวัตกรรมทางการแพทย์ด้าน Biotechnology กับ Digital Healthcare ที่ก้าวหน้าในปัจจุบันก็ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้จะมีอำนาจต่อรองต่อผู้บริโภค หรือ Bargaining Power of Buyers ค่อนข้างสูง และผู้บริโภคไม่สามารถหยุดการเจ็บป่วยได้

ทั้งนี้ ศูนย์บริการเมดิแคร์และเมดิเคด (Centers for Medicare & Medicaid Services) ของสหรัฐฯ ยังคาดการณ์ว่าสัดส่วนการใช้จ่ายทางด้านเฮลธ์แคร์ของสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 19.6% ของ GDP ไปจนถึงปี 2573 และคาดว่าในปี 2571 การใช้จ่ายทางด้านเฮลธ์แคร์จะมีมูลค่าสูงถึง 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีการเติบโตและเกิดการควบรวมกิจการ (M&A) เพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะบริษัทที่มีขนาดกลาง-เล็ก ที่มีสิทธิบัตรยาที่ได้รับการอนุมัติจาก องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) เป็นที่หมายตาจากบริษัทยาขนาดใหญ่และเป็นส่วนพลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแบบก้าวกระโดด เช่น บริษัท Pfizer ผู้ผลิตยา Biotech ข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่พึ่งประกาศซื้อกิจการของบริษัท Biohaven ผู้คิดค้นนวัตกรรมยาที่ใช้ในการรักษาและป้องกันโรคไมเกรนอย่างยา Nurtec ODT ด้วยจำนวนเงินสดกว่า 11,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Biohaven พุ่งขึ้นถึง 70% ในวันที่มีการประกาศอนุมัติข้อตกลงดังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น