สมาคมเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐปูด หัวเว่ยได้รับเงินจากรัฐบาลจีน เข้าซื้อและสร้างโรงงานผลิตชิป โดยใช้ชื่ออื่น เป็นโรงงานเงาสำหรับสั่งซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบผลิตชิปจากสหรัฐ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายกีดกันทางการค้า-สงครามเทคโนโลยีชิปจีน-สหรัฐ
วันที่ 23 สิงหาคม 2566 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า สมาคมบริษัทชิปเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐ ได้ออกมาเตือนว่า Huawei Technologies Co. กำลังสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ลับทั่วประเทศจีน ซึ่งเป็นเครือข่ายการผลิต “เงา” เพื่อหลบซ่อนจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ และส่งเสริมความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีของประเทศจีน
Huawei เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมที่เป็นศูนย์กลางความขัดแย้งทางการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีน นำมาซึ่งการกีดกันองค์ความรู้และซัพพลายเชนในการผลิตชิปชั้นสูงซึ่งเป็นหัวใจของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะต่าง ๆ
รายงานระบุว่า หัวเว่ย Huawei ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลจีนประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในรายงานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในวอชิงตัน (Semiconductor Industry Association) ระบุว่า หัวเว่ยได้ซื้อโรงงานอย่างน้อย 2 แห่ง และกำลังสร้างโรงงานอีกอย่างน้อย 3 แห่ง
ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ กำหนดให้ Huawei อยู่ในรายชื่อนิติบุคคลในปี 2019 และห้ามไม่ให้ Huawei ทำงานร่วมกับบริษัทอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการคว่ำบาตรและกีดกันทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ดังนั้นหากหัวเว่ยกำลังสร้างและซื้อโรงงานภายใต้ชื่อของบริษัทอื่นโดยไม่เปิดเผยความเกี่ยวข้อง จะทำให้หัวเว่ยสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันเหล่านั้น โดยเฉพาะการหลบเลี่ยงเพื่อขอซื้ออุปกรณ์การผลิตชิปของอเมริกาและวัสดุอื่น ๆ ทางอ้อม ที่เคยถูกห้ามไม่ให้เกี่ยวข้อง
สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า กำลังติดตามสถานการณ์และพร้อมที่จะดำเนินการหากจำเป็นในการขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนหลาย 10 แห่ง นอกเหนือจากหัวเว่ย รวมถึงโรงงานอีก 2 แห่งที่สมาคมเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐ ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย “โรงงานเงา” ของหัวเว่ย ได้แก่ Fujian Jinhua Integrated Circuit Co. และ Pengxinwei IC Manufacturing Co. หรือ PXW
สมาคมเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐ เป็นการรวมกลุ่มของตัวแทนบริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานอยู่ในวอชิงตัน ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Intel Corp., Samsung Electronics Co. ของเกาหลีใต้ และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. สมาชิกของกลุ่มยังรวมถึงบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์การผลิตชิป เช่น Applied Materials Inc. และ ASML Holding NV ของเนเธอร์แลนด์
รายงานระบุว่า สมาชิกบางคนของกลุ่มบริษัทเหล่านี้ จะเผชิญกับการแข่งขันจากคู่แข่งของจีนหากพวกเขาประสบความสำเร็จในการสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ แต่สมาชิกสมาคม เช่น ASML และ Nvidia Corp. จะสูญเสียรายได้จากจีน เนื่องจากการควบคุมการส่งออกของอเมริกามีความเข้มงวดมากขึ้น สมาคมอาจพยายามเตือนสมาชิกให้ระมัดระวังในการทำงานกับบริษัทที่อาจมีความสัมพันธ์แอบแฝงกับหน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีดำเช่น Huawei
พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนได้ตำหนิรัฐบาลสหรัฐสำหรับข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีไปยังประเทศ โดยโต้แย้งว่าสหรัฐกำลังพยายามที่จะควบคุมการพัฒนาเศรษฐกิจของตน ปักกิ่งยังให้คำมั่นว่าจะพัฒนาทางเลือกในประเทศของตนเองสำหรับชิป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรในการผลิต และส่วนประกอบทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ทำให้จีนทุ่มเงินจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ
การลงทุนจากภาครัฐจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐและยุโรปมีความกังวลมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนใน “ชิปรุ่นเก่า” ซึ่งไม่ได้ถูกกีดกันหรือห้ามภายใต้กฎไบเดน ชิปดังกล่าวมีความสำคัญ และมีเพียงพอสำหรับการใช้งานทางทหารจำนวนมาก และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดสำคัญ ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า
ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนทางการเงินให้กับหัวเว่ยที่ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐก็ยิ่งน่ากังวล เพราะมันเกือบจะมากเท่ากับงบประมาณอุดหนุนตาม พ.ร.บ.ชิปและวิทยาศาสตร์ (Chip Act.) ของสหรัฐ (5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อจูงใจให้บริษัทยักษ์ย้ายฐานการวิจัยและผลิตชิปกลับเข้าสู่แผ่นดินใหญ่สหรัฐ
สมาคมเซมิคอนดักเตอร์ฯเรียกเงินดังกล่าวว่าเป็น “เงินทุนของรัฐ” แต่ไม่ได้ระบุว่า เป็นเงินช่วยเหลือ เงินกู้ หรือสิ่งจูงใจอื่น ๆ ยังไม่ชัดเจนว่าปัญหาในเศรษฐกิจของจีนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลหรือไม่
สมาคมยังระบุว่าโรงงานชิป 5 แห่งที่หัวเว่ย กำลังเข้าซื้อและลงทุนสนับสนุน จะอยู่ภายใต้ชื่อบริษัทอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่รอบ ๆ เมืองเสิ่นเจิ้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่หัวเว่ย
“หากโรงงานดำเนินการโดยไม่มีป้ายของ Huawei อาจเป็นเรื่องยากสำหรับซัพพลายเออร์ที่จะทราบว่าตนกำลังติดต่อกับใคร”