เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนเลิกตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนเลิกตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
Real Estate ‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
Uncategorized สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
Business สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
Tech ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
‘Spider-man: Brand New Day’ รายได้ทะลุ  3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age
Business ‘Spider-man: Brand New Day’ รายได้ทะลุ 3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age
ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,550 บาท
Pfizer เร่งพัฒนา ยาลดความอ้วน ‘berobenatide’ เทียบชั้น tirzepatide
Business Pfizer เร่งพัฒนา ยาลดความอ้วน ‘berobenatide’ เทียบชั้น tirzepatide
ดูทั้งหมด

“พ.ร.บ.กสทช.” ใหม่ ไฟเขียว “กสทช.” ดูแลดาวเทียม-ไม่ต้องประมูลคลื่น

19 เม.ย. 2562 | 14:22น.

พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) สายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค เปิดเผยถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 ว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 มีเนื้อหาของกฎหมาย แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 อาทิ การอนุญาตและกำกับดูแลกิจการดาวเทียม โดย กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ดำเนินการให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งสิทธิ์ในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติชาติ ขณะเดียวกัน มีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตและเงื่อนไขการอนุญาต การสละสิทธิในกรณีที่การรักษาสิทธิดังกล่าวก่อให้เกิดภาระแก่รัฐเป็นประโยชน์ที่จะได้รับ รวมทั้งมีอำนาจในการอนุญาตและกำกับการประกอบกิจการโดยใช้ของสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (แลนดิ้ง ไลท์)

นอกจากนี้ ได้กำหนดเพิ่มเติมให้ กสทช. เป็นหน่วยงานอำนวยการของรัฐที่มีอำนาจบริหารกิจการสื่อสารระหว่างประเทศกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ตามที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กสทช. เช่น องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ที่ยังมีปัญหาการตีความที่คลุมเครือและไม่ชัดเจนว่า กสทช. เป็นหน่วยงานอำนวยการของรัฐในกิจการสื่อสารระหว่างประเทศเฉพาะด้านการบริหารคลื่นความถี่เท่านั้นไม่รวมถึงด้านอื่นๆ ทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป

ทั้งนี้ ยังกำหนดสัดส่วนให้มีการใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ในการจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต้องจัดให้มีการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชนรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 25% ของความสามารถในการส่งสัญญาณที่จะอนุญาตในแต่ละครั้ง ซึ่งเดิมไม่มีการกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำ และให้อำนาจการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งของ กสทช. จากการลงมติของวุฒิสภา เป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงยกเลิกมาตรา 20 วงเล็บ 6 และกำหนดให้ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาหรือส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขในส่วนอื่นนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ กสทช. จัดเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อใช้ในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้รับแจ้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉิน สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยพิกัดตำแหน่งหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งหรือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินโดยไม่มีความผิด ทั้งนี้ เฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉินหรือเพื่อตรวจสอบผู้กระทำความผิด

สำหรับบทลงโทษกรณีมีผู้ใช้หรือเรียกเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติโดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีพฤติกรรมก่อกวน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาแก้ไขปรับปรุงเป็นความผิดทางอาญาโดยต้องระวางโทษปรับ 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ เดิมปรับทางปกครองไม่เกิน 10,000 บาท

ทั้งนี้ ยังเพิ่มเติมอำนาจ กสทช. ในการออกประกาศอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เปิดกว้าง การใช้งานได้ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่สามารถใช้คลื่นประกอบการได้ อย่างไรก็ดี ในระยะแรกบทบัญญัตินี้ยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่า กสทช.จะมีความพร้อมที่จะดำเนินการ และให้เสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดให้นำบทบัญญัตินั้นมาใช้บังคับ โดยในระหว่างที่ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกา กสทช. จะต้องจัดทำแผนการดำเนินการและกำหนดกรอบระยะเวลาที่แน่นอนในการตราพระราชกฤษฎีกา และให้มีการรายงานผลการเตรียมความพร้อมให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาทราบทุก 6 เดือนและเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบด้วย

“กสทช. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนและหลักเกณฑ์การอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมและการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ เพื่อทำหน้าที่ 1.จัดทำแผนการบริหารสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม 2.ออกประกาศหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตและเงื่อนไขการอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และ 3.หลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ โดยมีการประชุมแล้ว 3 ครั้ง คาดว่า ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2562 จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. และเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะได้ จากนั้นนำเรื่องประกาศในราชกิจจานุเบกษต่อไป” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ กฎหมายยังได้กำหนดเพิ่มเติมให้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนแก่กันไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก กสทช. ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่ กสทช. อนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แล้ว ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมที่ใช้คลื่นความถี่นั้นของผู้โอนสิ้นสุดลง และให้ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้รับโอนตามลักษณะ ประเภท และขอบเขตของใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมของผู้โอนดังกล่าว

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ดาวเทียม