Skip to content

ผู้สมัคร ส.ส. สองพรรคใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มั่นใจชนะศึกเลือกตั้ง

12 เม.ย. 2566 | 17:28น.
ผู้สมัคร ส.ส. สองพรรคใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มั่นใจชนะศึกเลือกตั้ง

ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครศรีธรรมราช ชูนโยบาย “รับเบอร์ วัลเลย์” ขณะที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ชู “ลุงตู่” ต่างฝ่ายต่างมั่นใจได้รับเลือกตั้งทั้ง 10 เขต

วันที่ 12 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (10 เม.ย.66) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 7 นครศรีธรรมราช ได้กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่มี สส.มากที่สุดในภาคใต้ 12 พรรค ทำให้คึกคักเป็นพิเศษ จึงขอร่วมมือหาเสียงกันอย่างสร้างสรรค์

โดย กกต.ขอให้สุจริตเที่ยงธรรม ยืนยันว่า ปชป.ให้ความมั่นใจได้ว่าจะร่วมกับทุกพรรครณรงค์หาเสียงอย่างเที่ยงธรรมต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีพรรคใดหาเสี่ยงส่อไปในทางทุจริตเลือกตั้ง การหาเสียงตอนนี้เปลี่ยนไป ทุกพรรคมีความใกล้เคียงกัน ไม่มีพรรคไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ พรรคใหญ่ประชาชนติดตามอยู่ ส่วนพรรคเล็กเข้าถึงประชาชนยาก ตนมั่นใจว่าพรรค ปชป.เป็นสถานบันทางการเมือง ที่ชาวนครรธรรมราชมีความรู้สึกว่าเป็นพรรคของเขา

“การเลือกตั้งเราต้องต่อสู้กับตัวเอง เพื่อให้ประชาชนเข้ามาสนับสนุน ไม่ว่าจะเลือกตั้งครั้งไหนเราก็จะทำงานทางการเมืองอย่างเต็มที่ วางระบบการเลือกตั้งให้มีความชัดเจนโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สนับสนุนพรรค ปชป.ของ จ.นครศรีธรรมราช ทั้ง 10 เขต 10 คน จึงขอให้ประชาชนพิจารณาดูเองว่าพรรคไหน ผู้สมัครคนไหนมีความพร้อม โดยเฉพาะพรรค ปชป.มีความเป็นเอกภาพที่สุด รวมทั้งมีนโยบายทั้งระดับจังหวัด ระดับประเทศมีความชัดเจน ส่วนการเปิดเวทีปราศรัยสามารถเข้าถึงประชาชนเพื่อให้มีความมั่นใจมากขึ้น

สำหรับนโยบายรับเบอร์ วัลเลย์ เป็นนโยบายที่ สส.นครศรีธรรมราช เป็นผู้นำเสนอ เนื่องจากพื้นที่การยางอยู่ในจังหวัด และได้รับเป็นนโยบายของพรรคแล้ว พร้อมขับเคลื่อนให้ กยท.เห็นชอบนโยบายนี้ ซึ่งจะพัฒนาพื้นที่การยางในนครศรีธรรมราชทั้งระบบ เพิ่มมูลค่ายางพาราและปาล์มน้ำมัน พัฒนาให้มีอุตสาหกรรมสีเขียว ดำเนินการเกษตรแบบผสมผสาน มีศูนย์อบรม ศูนย์วิจัย และให้ จ.นครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางเรื่องยางพาราในภาคใต้

“นอกจากนี้ยังมีโลเจสติกทางบก ทำทางรถไฟเข้าพื้นที่การยาง ทำถนนสี่เลนเชื่อมระหว่างภูเก็ต-พังงา-กระบี่-นครศรีธรรมราช และส่งเสริมโลเจสติกทางอากาศเพื่อมาสนามบินนานาชาติ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งหมดนี้จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน มีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และหากมีโรงงานอุตสากรรมเข้ามาจะทำให้มีการจ้างงานอีกประมาณ 20,000 คน เป็นการสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 18 % ตนมั่นใจว่าถ้าพรรค ปชป.ได้เป็นรัฐบาลโครงการนี้จะเกิดขึ้นจริง และสามารถปฏิบัติได้จริงเพราะผ่านการศึกษา ผ่านความเห็นชอบจาก กยท.แล้ว” นายชินวรณ์ กล่าว

ขณะที่นายนนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ตนจะใช้การเดินเข้าถึงทุกครัวเรือนและชูพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นพระเอกในการหาเสียง ตนเป็นคนปากพนังส่วนลุงตู่เป็นคนหัวไทรถือว่าโชคดี และตนจะชูจุดขายว่าถ้า เลือกตนจะได้พลเอกประยุทธ์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

ทังนี้ กระแสการตอบรับดีมากเพราะพื้นที่เขต 3 นครฯ ประกอบด้วย อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร คนใน 2 อำเภอนี้จะรักลุงตู่มาก เพราะตอนเกิดพายุปาบึกลุงตู่ลงพื้นที่ปากพนังช่วยเหลือชาวบ้านอย่างทันท่วงที ประกอบกับยุคนี้ชาวบ้านอยากได้นายกรัฐมนตรีที่มีภาพความซื่อสัตย์ เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์ซึ่งเข้าทางลุงตู่ทุกอย่าง จึงทำให้เกิดอานิสงค์กับผู้สมัครของพรรคลุงตู่ด้วย

“ตัวลุงตู่นำผู้สมัครไปไกล ถือเป็นโชคดีของผู้สมัคร ส่วนผู้สมัครต้องเร่งสปีดตนเองเพื่อให้ทันลุงตู่ อีกอย่างอดีตตนเคยเป็นผู้ช่วย สส.วิทยา แก้วภราดรัย อดีต สส.หลายสมัยในพื้นที่ปากพนังและหัวไทร จึงรู้ว่าชาวบ้านต้องการให้แก้ไขอะไร อะไรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขบ้าง ถือว่าได้เปรียบมาก และตนมั่นใจว่ากระแสลุงตู่จะนำพาผู้สมัครให้ได้รับการเลือกตั้งอย่างแน่นอน” นายนนทิวรรธน์ กล่าว