“สงขลา” เล็งดึงเรือครุยส์สิงคโปร์ 4 พันคนแวะเที่ยว-ช็อป

สงขลาเกาะหนู

หอการค้าสงขลาผนึกหอการค้าไทย ชง อบจ.สงขลา อัดงบฯ 300 ล้านบาท สร้าง “จุดแวะพักเรือสำราญเกาะหนู” ดึงนักท่องเที่ยว 4 พันคนบนเรือสำราญจากสิงคโปร์ล่องไปญี่ปุ่น แวะเที่ยว จ.สงขลา ก่อนไปภูเก็ต-สมุย หวังกระจายรายได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท

นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หอการค้าจังหวัดสงขลามีโครงการท่องเที่ยวทางน้ำด้วยเรือสำราญ หรือเรือครุยส์ (Cruised) ผลจากการศึกษาของคณะทำงานการท่องเที่ยวคุณภาพสูงหอการค้าไทยว่า ประเทศไทยมีความพร้อมจุดแวะพักทางน้ำจำนวนหลายแห่งด้วยกัน

โดยเฉพาะ จ.สงขลา ทะเลอ่าวไทยมีความเหมาะสมที่จะยกระดับพัฒนาการลงทุนท่าเรือจุดแวะพัก (Home Port) หรือ (Port of Call) ที่เกาะหนู ซึ่งทะเลอ่าวไทยมีระดับน้ำลึก 10-12 เมตร สามารถ สร้างทุ่นจิ๊กซอว์ลอยน้ำให้เรือสำราญจอดพัก แล้วนำเรือท่องเที่ยวจากบนฝั่งวิ่งไปรับนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญมาขึ้นบก ที่แหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา เพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ใน จ.สงขลา จำนวน 1 วัน แล้วกลับเข้าไปพักบนเรือสำราญได้

ตอนนี้ทุกสัปดาห์จะมีเรือสำราญของประเทศสิงคโปร์ ตามโปรแกรมการท่องเที่ยวปกติจะวิ่งผ่านเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ต่อมาจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย จากนั้นจะวิ่งต่อไปยังประเทศเกาหลี และประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ ทั้งนี้ ปกติเรือสำราญจะแวะท่องเที่ยวในอ่าวไทยประมาณ 1 สัปดาห์ โดยแวะพักที่ จ.ภูเก็ต ประมาณ 4 วัน ที่เหลืออีก 3 วัน จะแวะพักจุดอื่น ๆ เช่น เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

“ทางจังหวัดสงขลาจึงเล็งเห็นว่า หากลงทุนสร้างท่าเรือแวะพักเกาะหนู ทะเลอ่าวไทย และนักท่องเที่ยวขึ้นมาบนฝั่ง จ.สงขลา จะกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาได้อย่างมาก เพราะเรือสำราญสิงคโปร์ 1 ลำ มีนักท่องเที่ยวประมาณ 4,000 คนต่อเที่ยว

คาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวจะมีกำลังซื้อประมาณ 2,000 บาทต่อคน หรือประมาณ 8 ล้านบาทต่อเที่ยว เรือวิ่ง 4 เที่ยวต่อเดือน จะมีรายได้ประมาณ 32 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 1,600 ล้านบาทต่อปี หากลงทุนทำจุดจอดแวะพักจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปี” นายทรงพลกล่าว

นายทรงพลกล่าวต่อไปว่า โครงการท่องเที่ยวทางน้ำดังกล่าวนี้ ทางหอการค้าจังหวัดสงขลาได้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา (กรอ.จังหวัดสงขลา) ซึ่งมีนายสมนึก พรมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน ในที่ประชุมมีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนหลายองค์กรเข้าร่วม

ซึ่งหลายฝ่ายเห็นด้วยและให้การสนับสนุน พร้อมช่วยกันผลักดันโครงการดังกล่าวให้เดินหน้าเป็นรูปธรรมต่อไป เพราะเป็นการท่องเที่ยวมิติใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ เข้าสู่จังหวัดสงขลา และประเทศไทยโดยภาพรวมได้

ทางหอการค้าจังหวัดสงขลากับหอการค้าไทยจะร่วมกันผลักดัน โดยในเร็ว ๆ นี้ทางหอการค้าจังหวัดสงขลาจะเดินทางเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) เพื่อให้ช่วยสนับสนุนและลงทุนทางด้านงบประมาณ

ซึ่งจากการประมาณการเบื้องต้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ในการสร้างท่าเรือ ด่านศุลกากร และอาคารตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยว และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

นายทรงพลกล่าวต่อไปว่า สำหรับทางด้านการทำตลาด ทางหอการค้าจังหวัดสงขลากับหอการค้าไทยจะเชิญชวนบรรดาสายเดินเรือจากต่างประเทศเข้ามาดูงาน และร่วมลงนามทำสัญญากันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อกัน

สำหรับการนำเที่ยวภายในจังหวัดสงขลา เมื่อนักท่องเที่ยวลงจากเรือสำราญขึ้นมาบนบกก็จะมีการนำเที่ยวตามแพ็กเกจ เช่น เมืองเก่า เมืองโบราณ ทางสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ วัด วิถีชุมชน อาหาร ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองสงขลา เช่น ปลากะพง 3 น้ำจากทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาถือเป็นลุ่มน้ำแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีระบบทะเลสาบแบบลากูน (Lagoon) ขนาดใหญ่เป็นแอ่งรองรับน้ำจืด


และยังสามารถเดินทางมาช็อปปิ้งยังเมืองหาดใหญ่ เมืองเศรษฐกิจการค้าทางภาคใต้ จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ขึ้นอีกหลายแขนงตามมา และจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งไม่ต่างกับการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย สวีเดน ฯลฯ ซึ่ง จ.สงขลาที่มีศักยภาพไม่ต่างกัน