เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

“กวีบุ๊ค” อีบุ๊กสัญชาติไทย ธุรกิจที่เริ่มต้นจากข้อจำกัดและความรัก

29 ต.ค. 2564 | 19:34น.
‘กวีบุ๊ค’ อีบุ๊กสัญชาติไทย ธุรกิจที่เริ่มต้นจากข้อจำกัดและความรัก

‘กวีบุ๊ค’ อีบุ๊กสัญชาติไทย ธุรกิจที่เริ่มต้นจากข้อจำกัดและความรัก

ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาธุรกิจสิ่งพิมพ์น่าจะเป็นธุรกิจแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชั่น แม้จะพยายามปรับตัวอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับบรรดาสำนักพิมพ์,ผู้ผลิตหนังสือ หรือแม้แต่ร้านหนังสือเอง เพราะไม่ใช่แค่การปรับรูปแบบธุรกิจเดิมให้เป็น “ดิจิทัล” หรือเปลี่ยนจากหนังสือเล่มเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊ก (e-Book) เท่านั้น

หลายปีผ่านไปตลาดอีบุ๊กเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการบุกเบิกของบรรดาแพลตฟอร์มร้านหนังสือออนไลน์ทั้งหลาย หนึ่งในนั้นมี “กวีบุ๊ค” (Kawebook) ของบริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) สตาร์ตอัพสัญชาติไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ทั้งในแง่จุดเริ่มต้นธุรกิจที่มาจากความรักในการอ่านของผู้ก่อตั้ง ล่าสุดยังเพิ่งนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อไม่กี่วันก่อน (25 ต.ค. 2564)

‘กวีบุ๊ค’ อีบุ๊กสัญชาติไทย ธุรกิจที่เริ่มต้นจากข้อจำกัดและความรัก

จากความชอบสู่ธุรกิจ

“จรัญพัฒณ์ บุญยัง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) หรือ GLORY ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านวรรณกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลภายใต้ชื่อ “Kawebook” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ธุรกิจอีบุ๊กไม่ใช่แค่การยกคอนเทนต์กลุ่มหนังสือขึ้นมาบนออนไลน์ จึงไม่ใช่ว่าสำนักพิมพ์หรือผู้ผลิตหนังสือแบบเดิมจะปรับหนังสือเล่มเป็นดิจิทัลแล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนเดิม เพราะการขึ้นมาบนออนไลน์เหมือนจะเป็นอีกธุรกิจ

“แม้จะเป็นสินค้าที่ใกล้เคียงกันคือ หนังสือเหมือนกัน แต่ลักษณะการเป็นดิจิทัลกับรูปเล่มไม่เหมือนกัน ซึ่งเป้าหมายของบริษัทเราคือ การเปิดพื้นที่ให้สำนักพิมพ์และนักเขียนมาลงขายได้บนแพลตฟอร์มกวีบุ๊ค

แม้ว่าผู้อ่านจะรู้จักกวีบุ๊คว่ามีจุดเด่นในกลุ่มวรรณกรรมจีนและญี่ปุ่นแต่ในแง่ของจำนวนแล้วเรามีคอนเทนต์ของนักเขียนไทยจำนวนมากด้วยเช่นกัน”

“จรัญพัฒณ์” เล่าว่า ช่วงที่เขาเริ่มต้นธุรกิจประมาณปี 2559 อุตสาหกรรมหนังสือทั้งแมกาซีน นักเขียน นักแปล หรือแม้กระทั่งนักเขียนนิยายในออนไลน์เริ่มซบเซา นักเขียนออนไลน์บางคนก็เขียนไม่จบหรือเลิกไปบ้าง

แต่โดยส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ตั้งแต่สมัยเรียนจึงมีแนวคิดและเป้าหมายว่าจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังสือต่ออย่างไร ซึ่งในขณะนั้นก็เริ่มมีแพลตฟอร์มอีบุ๊กเปิดในไทยแล้ว เช่น อุ๊คบี และ Meb แต่ยังไม่มีแพลตฟอร์มไหนที่มีโมเดลธุรกิจที่นำเข้าวรรณกรรมจากต่างประเทศ และส่งออกวรรณกรรมไทยไปต่างประเทศ

เปลี่ยนข้อจำกัดเป็นโมเดลธุรกิจ

“จรัญพัฒณ์” บอกว่า ด้วยทุนในช่วงเริ่มต้นมีเพียง 4 ล้านบาท ซึ่งถือว่าจำกัดมาก ๆ ทำให้เขาต้องคิดหาโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น ๆ ซึ่งในขณะนั้นส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเปิดพื้นที่ให้นักเขียนและสำนักพิมพ์ต่าง ๆ มาวางขายผลงาน

“ผมคิดว่าถ้าเราเริ่มจากการทำเหมือนคนอื่นเราก็คงสู้เขาไม่ได้ จึงเริ่มต้นด้วยการไปหาคอนเทนต์ที่ต่างออกไป โดยนำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศ ข้อดีของการนำวรรณกรรมต่างประเทศเข้ามาคือ วรรณกรรมเรื่องนั้น ๆ ได้รับความนิยมอยู่แล้ว และเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักอ่าน ถ้าติดต่อนำเข้ามาได้บริษัทเองก็จะมีคอนเทนต์ของตัวเองถือเป็นจุดแข็งที่ต่างจากรายอื่น ๆ ในเวลานั้นได้”

โดยในช่วงเริ่มต้นราวปี 2560 บริษัทก็มีคอนเทนต์วรรณกรรมที่ได้ลิขสิทธิ์ของตัวเองแล้ว 20-30 เรื่อง

“จุดที่ทำให้สตาร์ตอัพไทยไม่ประสบความสำเร็จคือ ทุ่มกำลังทั้งหมดลงไปก่อน ถ้าขาดทุนก็หานักลงทุน หาทุนเข้ามาเติม เรียกว่ายอมขาดทุนก่อนเพื่อสร้างโอกาสในอนาคต แต่แนวคิดของเราต่างออกไปคือ การจำกัดความสูญเสียออกไป ก่อหนี้ให้น้อยที่สุดและมีกระแสเงินสดไว้ก่อน”

“จรัญพัฒณ์” ขยายความว่า ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด ขณะที่การจะมีคอนเทนต์ของตนเองได้จะต้องมีต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ และต้องจ้างนักแปล สมมุติถ้าจ้างนักแปลเดือนละ 30,000 บาท เท่ากับว่าเงินที่มีจะจ้างได้ไม่นาน สวนทางกับแพลตฟอร์มอีบุ๊กที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างตลาด สร้างฐานคนอ่านเป็นที่มาของโมเดลการแบ่งส่วนแบ่งรายได้กับนักเขียน/นักแปล “ทำให้การบริหารสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น เพราะมีรายได้เข้ามาก่อนแล้วจ่ายทีหลัง”

อ่านฟรีก่อน จ่ายทีหลัง

“จรัญพัฒณ์” กล่าวว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ทำให้เข้าใจพฤติกรรมนักอ่านจนสามารถนำมาแปลงเป็นโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักอ่านรุ่นใหม่ โดยแพลตฟอร์ม “กวีบุ๊ค”จะเปิดให้อ่านฟรีก่อนเพื่อให้นักอ่านได้ทดลองอ่านก่อน ถ้าถูกใจก็ค่อยจ่ายเงิน เฉลี่ยตอนละ 4 บาท

สำหรับโมเดลการจ่ายเงินของกวีบุ๊คเรียกว่า “กำลังใจ” เมื่อผู้อ่านถูกใจนิยายก็สามารถเติมเงินเพื่อสนับสนุนนักเขียนได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ (1 กำลังใจ เท่ากับ1 บาท)

ขณะที่นักเขียนก็มีรายได้โดยสามารถถอนเงินออกจากระบบได้ หรืออั้งเปา(1 อั้งเปา เท่ากับ 0.9 บาท) ภายในแพลตฟอร์มกวีบุ๊คมีหนังสือนิยายและการ์ตูนให้เลือกอ่านหลากหลายแบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น หมวดกำลังภายใน แฟนตาซี ย้อนยุค เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนอิสระที่เข้ามาเขียน (user generate content) ทำให้บนแพลตฟอร์มมีคอนเทนต์นิยายที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น ๆ ต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์คอมเมนต์ช่วยให้ผู้อ่านมีปฏิสัมพันธ์กับนักเขียนได้

ชิงเค้กอีบุ๊กไทย 5 พันล้าน

หากย้อนกลับไปปี 2560 อุตสาหกรรมอีบุ๊กในไทยไม่ได้เติบโตมากนัก อ้างอิงข้อมูลจาก The Global Entertainment & Media Outlook 2018-2020 พบว่าปี 2560 ตลาดอีบุ๊กทั่วโลกมีมูลค่า 763,491 ล้านบาทและคาดว่าในปี 2565 จะเพิ่มเป็น 1,077,811 ล้านบาท รายที่ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่ในโลกคือ Amazon Apple และ Google

ส่วนอุตสาหกรรมอีบุ๊กในไทยปี 2560 มีมูลค่าเพียง 2,960 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2565 จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 5,705 ล้านบาท มีปัจจัยหลักมาจากจำนวนคนใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นถึง 90.66 ล้านเลขหมาย มากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ประมาณ 69.88 ล้านคน

ถอดรายได้กวีบุ๊ค

“ตลาดอีบุ๊กในไทยมีโอกาสโตต่อเนื่อง แม้จะมีผู้เล่นหลายรายและแบรนด์กวีบุ๊คอาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเหมือนแพลตฟอร์มรุ่นพี่ ๆ แต่ในแง่ของกำไรแล้วถือว่าเป็นอันดับ 2 ในไทย”

สำหรับผลดำเนินการปี 2561 มีรายได้รวม 43.38 ล้านบาท มีกำไร 12 ล้านบาท ส่วนปี 2562 มีรายได้รวม 75.77 ล้านบาทโต 72% จากปีก่อนมีกำไร 14.05 ล้านบาทและปี 2563 มีรายได้รวม 79.80 ล้านบาทโต 6% จากปีก่อนมีกำไร 13.99 ล้านบาท

ส่วนช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-มิถุนายน 2564) มีรายได้รวม 45.95 ล้านบาทโต 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 7.40 ล้านบาท

ขยายแพลตฟอร์มเจาะผู้หญิง

ทิศทางธุรกิจจากนี้มีเป้าหมายที่จะส่งออกวรรณกรรมไทยไปยังประเทศอื่น ๆ เบื้องต้นจะเริ่มจากการขยายตลาดเข้าไปในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักก่อน เพื่อรองรับการขยายแพลตฟอร์ม อ่าน เขียน หนังสือออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ

อีกส่วนเตรียมจะเปิดตัวแพลตฟอร์ม Jinoval เพื่อขยายกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าผู้ชายอายุ 18-40 ปีเป็นหลัก โดยแพลตฟอร์มใหม่จะมีการพัฒนาฟีเจอร์ ที่โดนใจกลุ่มนักอ่านผู้หญิงมากขึ้น รวมถึงจะเพิ่มลิขสิทธิ์เรื่องแปลทั้งในกลุ่มวรรณกรรมจีน ญี่ปุ่น คาดว่าจากกลยุทธ์ที่วางไว้จะทำให้รายได้ปี 2565 โตขึ้น 20-40% จากปีนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีบุ๊ก