Skip to content

ระยองจี้ SPRC แก้ผลกระทบน้ำมันรั่ว-เร่งฟื้นความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวกลับคืน

02 ก.พ. 2565 | 17:31น.
ระยองจี้ SPRC แก้ผลกระทบน้ำมันรั่ว-เร่งฟื้นความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวกลับคืน

ระยอง จี้ SPRC แก้ผลกระทบน้ำมันรั่ว-ร้องรัฐเร่งฟื้นความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวกลับคืน

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากจังหวัดระยองว่าวันนี้ (2 ก.พ.) ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนของจังหวัดระยอง ร่วมกันแถลงข่าวทวงถามความรับผิดชอบและมาตรการเยียวยาจาก บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC) กรณีน้ำมันดิบรั่วลงสู่ทะเลและชายฝั่ง โดยมีความต้องการให้เร่งแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด

นายสุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2565 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันรั่วค่อนข้างคลาดเคลื่อน จึงอยากให้ประชาชนสนใจสิ่งที่เร่งดำเนินการ รวมถึงผลกระทบที่เป็นภาพรวมที่เกิดขึ้นของจังหวัดมากกว่า ทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้า รีสอร์ต โรงแรม

โดยภาพของคราบที่หาดแม่รำพึงนั้นจะก้อนเล็กซึ่งแตกออกจากก้อนใหญ่ มีความแตกต่างจากน้ำมันที่รั่วในปี 2556 ซึ่งมีน้ำหนักและความเข้มข้นมากกว่า แต่ในปี 2565 นี้เป็นน้ำมันส่วนที่เบาที่สุด และแพร่กระจายอยู่ในวงที่น้อยกว่า เมื่อใช้น้ำยากระจายคราบน้ำมันก็จมลงทะเลจึงค่อยเจือจางลงด้วย และที่ลอยอยู่บนผิวจากการสำรวจด้วยสายตาบนผิวน้ำหมดสิ้นแล้ว

“เราประเมินแล้วว่าถ้าวันที่ 30 มกราคมเราเอาอยู่และมวลน้ำมันก้อนใหญ่ไม่เข้าเกาะเสม็ด ลมตะวันออกเฉียงใต้จะพัดเข้าอ่าวระยอง ฉะนั้นเป็นไปตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาและจิสด้า จึงสามารถบอกได้ว่าเกาะเสม็ดเที่ยวได้แล้ว ส่วนที่หลงเหลือเป็นเพียงคราบหรือผงสีดำ น้ำตาลแดง น้ำตาลส้ม หากใครพบเห็นให้แจ้ง 1650 กรมควบคุมมลพิษ หรือที่ศูนย์ดำรงธรรม”

ทั้งนี้ เวลาบ่าย 3 โมงเย็นได้มีการนัดรวมกันที่ชายทะเลหาดแม่รำพึงเพื่อเพื่อปูพรมดูคราบน้ำมันก่อน หากเรียบร้อยดีก็จะประกาศยุติการเก็บกู้ต่อไป โดยมีกองบัญชาการกองทัพเรือภาค 1 เป็นผู้บัญชาการทั้งหมด

นายพิธพร สมะลาภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้ทางโรงงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เร่งเยียวยาให้ประชาชนมีชีวิตอยู่รอดก่อนเป็นอันดับแรก ถัดมาอยากให้ทะเลระยองมีแผนฟื้นฟูอย่างเป็นรูปธรรม

นายกลวัชร สุวิมล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้า YEC จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า มีข้อเสนอถึงทางบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) SPRC อยู่ 3 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ 1.การเยียวยา 2.มาตรการการป้องกัน และ 3.ข้อเรียกร้อง

สำหรับการเยียวยาแบ่งออกเป็น 2 ข้อ คือ 1.อยากให้มีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยตรวจสอบคุณภาพอาหารทะเลอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อแจ้งให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทราบว่าอาหารทะเลจังหวัดระยอง ปลอดภัยหรือยัง รวมถึงสร้างเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการอาหารทะเลในจังหวัด

2.อยากให้มีการนำเสนอข่าวในทางบวกซึ่งจังหวัดระยองมีพื้นที่ทะเลกว่า 100 กิโลเมตร ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 10 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาทาองเที่ยวได้

ส่วนมาตรการการป้องกัน แบ่งออกเป็น 3 ข้อ คือ 1.ให้ทางบริษัทตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุ ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบการซ่อมบำรุงได้ ซึ่งตามกระบวนการจะมีระบุควรจะสอบภายในระยะกี่วัน กี่เดือนหรือกี่ปี และทางบริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้อย่างเคร่งครัดไหม และไม่ใช่เพียงบริษัท SPRC ที่อาจจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

2.อยากให้มีตรวจสอบ Manual เพราะถ้าหากบริษัทบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยนั้นแสดงให้เห็นว่า Manual ไม่มีประสิทธิภาพ 3.คืออยากให้มีการซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบทุก 2 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวระยอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางภาครัฐและเอกชนทำงานได้ดีมาก แต่ถ้าหากมีการเตรียมพร้อมและซ้อมแผนฉุกเฉินจะทำได้ดีมากกว่านี้

และข้อเรียกร้อง คือตั้งแต่มีการเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วยังไม่เคยเห็นทางบริษัทออกมาให้ความรับผิดชอบแต่อย่างใด

ด้านนางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กล่าวว่า ในภาพการท่องเที่ยวนับตั้งแต่โควิดนักท่องเที่ยวน้อยมาก พอมาเจอเหตุการณ์น้ำมันรั่วก็เหมือนประสบเคราะห์กรรมซ้ำซ้อน ทั้งที่จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ผู้คนค้นหาแหล่งท่องเที่ยวเยอะมากที่สุดของประเทศ แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวหายไปเลย เรียกได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่มั่นใจ ไม่เดินทางมาจังหวัดระยอง จึงอยากให้มีมาตรการเยียวยาทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เร็วที่สุด

“อยากจะให้คณะกรรมการเยียวยาพิจารณากลุ่มคนที่เดือดร้อนอย่างครอบคลุม ทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเล การทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมา และต้องมีมาตรการแก้ไขผลกระทบให้เข้มแข็งและดีกว่านี้ เพราะแม้จะกำจัดน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว แต่ผลกระทบที่ตามมาก็ไม่จบด้วย เนื่องจากเสียโอกาส แม้ 10 ปีจะเกิดเพียงครั้งเดียวก็ไม่คุ้มกับการสูญเสีย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันรั่ว