เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เกษตรกรบูมเลี้ยง “โคเนื้อ” ป้อนส่งออก-จีนตลาดใหญ่

15 มี.ค. 2561 | 20:51น.

บูมเลี้ยงโคเนื้อ รุกส่งออก เผยตลาดจีน-เวียดนาม อนาคตสดใส คาดแต่ละปีเงินสะพัด 6-7 หมื่นล้าน กรมปศุสัตว์ โดดหนุนเต็มสูบ จัดสัมมนากระตุ้น ดัน “พัทลุง” ศูนย์กลางโคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน เฟ้นคุณภาพป้อนตลาด สหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย มุ่งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลเพิ่มมูลค่าโกยเงินนอก

นายกิตติ กุบแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโคเนื้อเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ในประเทศ โดยมีโคเนื้อประมาณ 4.87 ล้านตัว เงินหมุนเวียนกว่า 60,000-70,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดในประเทศ มีความต้องการบริโภคสูงถึง 1.2 ล้านตัวต่อปี แต่ผลิตได้เฉลี่ยปีละ 1 ล้านตัว ส่วนการส่งออกมีประมาณ 150,000 ตัว/ปี

ตลาดหลักคือจีนและเวียดนาม โดยผ่านพ่อค้าคนกลางใน สปป.ลาว ขณะเดียวกันภาครัฐเตรียมผลักดันการส่งออกให้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น เช่น เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ ได้จัดสัมมนา “การประชุมเครือข่ายโคเนื้อระดับชาติ เพื่อการผลิตเชิงคุณภาพ” เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคเนื้อ ทั้งกลุ่มเกษตรกรณ์ วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ที่เพาะเลี้ยงแม่พันธุ์ กลุ่มผู้เลี้ยง เพื่อร่วมมือ วิเคราะห์ วางแผนทางการตลาดร่วมกัน โดยมีภาคเอกชนเป็นผู้เจรจากับต่างประเทศ และมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน

นายสุรชัย เปี่ยมคล้า ผู้จัดการสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จ.นครปฐม ในฐานะเลขาฯ สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันจีนยังเป็นตลาดที่มีอนาคตมากสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อไทย แม้ที่ผ่านมายอดการส่งออกไปจีน รวมถึงเวียดนามอาจจะชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากปัญหาโรคปากเท้าเปื่อยและการใช้สารเร่งเนื้อแดง และการที่ภาครัฐ

ควรเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมด้วยมาตรการต่าง ๆ จะช่วยให้การเลี้ยงมีคุณภาพมากขึ้น และสามารถส่งออกได้มากขึ้น

“สำหรับตลาดในประเทศ ปัจจุบันราคาโคเนื้ออยู่ที่ 80-90 บาท/กิโลกรัม จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ประมาณ 100 บาท ประกอบกับกำลังซื้อภายในประเทศลดลง จากปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ไทยยังมีการนำเข้าเนื้อโคจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกา และมีราคาถูกกว่าทำให้คนหันไปบริโภคเนื้อนำเข้ามากกว่า”

ฮอตฮิต – ปัจจุบันโคเนื้อเป็นที่ต้องการบริโภคอย่างมาก ซึ่งมีความต้องการสูงถึง 1.2ล้านตัว/ปี แต่ภาพรวมทั้งประเทศสามารถผลิตได้เพียง 1 ล้านตัว/ปีเท่านั้น ทำให้หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งการเพิ่มปริมาณโคเนื้อให้มากขึ้น เพื่อรองรับตลาดทั้งภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม

 

นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร ประธานกรรมการ สหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ที่ผ่านมา สหกรณ์ฯได้ทำสัญญากับตัวแทนจำหน่ายเพื่อส่งออกโคเนื้อไปยังประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จัดส่งไปได้ประมาณ 40 ตัวต่อสัปดาห์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการส่งออกเนื้อแปรรูป

ขณะเดียวกัน สหกรณ์ฯ ยังได้เริ่มดำเนินโครงการ ธนาคารโคกระบือ มา 2-3 เดือนแล้ว โดยตั้งเป้าว่า คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการจะมีแม่พันธุ์โคเนื้อประมาณ 150,000 ตัว จากปัจจุบันโคทั้งจังหวัด 60,000 ตัว และตั้งเป้าส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 15,000 ตัว/ปี ภายใน 5 ปี ตลาดเป้าหมาย คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ส่วนปีแรกนี้คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาประมาณ 50-60 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นอีก 50% ในปีที่ 2 คาด 5 ปี จะมีเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

ด้านนายณรงค์ สุทธิสังข์ ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ต้องการจะพัฒนาให้พัทลุงเป็นเมืองปศุสัตว์ เพื่อรวบรวมโคเนื้อของภาคใต้ แปรรูป และส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันนำโคจากภาคกลางส่งผ่านภาคใต้ไปยังประเทศมาเลเซียกว่า 200,000 ตัว/ปี ในอนาคตจะตั้งพัทลุงเป็นศูนย์กลาง เพื่อรวบรวมโคจากภาคใต้สำหรับส่งออก

“ปีนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงทุ่มงบประมาณ 35 ล้านบาท เพื่อการปรับปรุงโรงเชือดและแปรรูป รวมถึงเพื่อการปรับปรุงพันธุ์โคแจกจ่ายโคพันธุ์ผสมศรีวิชัย-ชาร์โรเล่ส์ให้เกษตรกร ปีละ 4,000 ตัว ผ่านโครงการธนาคารโคกระบือ”

นายฤชัย วงศ์สุวัฒน์ อุปนายกสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคไทยพื้นเมือง (สคท.) และอดีตประธานกรรมการ สหกรณ์โคเนื้อพัทลุง ให้ข้อมูลว่า นอกจากนี้พัทลุงยังมีการแปรรูปโคเนื้อเป็นผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับโปรดักต์ โดยที่ราคาอาจเพิ่มขึ้นเป็น 400-500 บาท/กก.เพื่อเจาะตลาดพรีเมี่ยม เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น บีฟโลน ฯลฯ และมีการออกบูทงานตามต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อให้ได้ขนาดกุรบาน หรือขนาดสำหรับทำพิธีกุรบานหลังช่วงเดือนรอมฎอน หรือการถือศีลอดของศาสนาอิสลาม ซึ่งจะทำให้โคมีราคาขึ้นไปถึง 27,000-35,000 บาท/ต่อตัว โดยตลาดในมาเลเซียมีความต้องการสูง

นายกชกร วัชราไทย ผู้จัดการลุงเชาวน์ ฟาร์ม เปิดเผยว่า ตลาดโคเนื้อมีชีวิตในประเทศจีนถือเป็นตลาดใหญ่ของเกษตรกรไทย ที่ผ่านมา การส่งออกไปจีน ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกผ่านประเทศเมียนมา สปป. ส่งออกผ่านลาวไปยังเวียดนามและส่งเข้าไปจีน เนื่องจากที่ผ่านมา ไทย-จีน ยังไม่มีข้อกำหนดหรือข้อตกลงในการซื้อขาย รวมถึงการป้องกันโรคสัตว์ที่ชัดเจน

“การส่งออกโคเนื้อของเกษตรกรไทย ส่วนใหญ่เน้นขายถูกและไม่มีการควบคุมคุณภาพ ซึ่งช่วงหลัง ๆ มานี้ ทางการจีนค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องสารเร่งเนื้อแดง ทำให้การส่งออกของไทยมีตัวเลขที่ลดลง”

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ก็ได้เข้ามามีบทบาท และหาทางออกในเรื่องนี้ผ่านโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโคบูรพา สนับสนุนการเลี้ยงตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้ได้โคที่มีคุณภาพ ไม่มีสารเร่งเนื้อแดง และเกษตรกรควรมีการรวมตัวกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ซึ่งก็จะทำให้การส่งออกสามารถดีขึ้นและมีราคาสูงขึ้น