“ไมเนอร์”ทุ่มลงทุน5ปี 5หมื่นล้าน ตั้งงบM&A กว้านซื้อดีลยักษ์เสริมพอร์ต

วิลเลี่ยม ไฮเน็ค

“ไมเนอร์” เดินหน้าบุกธุรกิจไม่หยุด แผนลงทุน 5 ปี 5 หมื่นล้าน พร้อมตั้งงบฯพิเศษสำหรับดีล M&A หลังปิดดีลยักษ์ซื้อ NH Hotel Group 4 หมื่นล้านดันการเติบโต 

นายวิลเลี่ยม ไฮเน็ค ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในแผนกลยุทธ์ 5 ปี ภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ, ธุรกิจจัดจำหน่าย, ธุรกิจร้านอาหาร โดยตั้งเป้ารายได้ให้เติบโตกว่า 15-20% ต่อปี ผ่านกลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การเติบโตธุรกิจผ่านเครือข่ายแบรนด์ 2.การเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพของทรัพย์สิน และ 3.การลงทุนและเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจให้สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด บริษัทตั้งงบฯลงทุนและขยายธุรกิจ 4-5 หมื่นล้าน สำหรับกลยุทธ์ 5 ปีจากนี้ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรมได้มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันประกอบด้วยโรงแรมจำนวนกว่า 565 แห่ง มีห้องพักจำนวน 20,385 ห้อง โดยแบ่งเป็นโรงแรมที่บริษัทลงทุนเอง และรับจ้างบริหาร สำหรับการลงทุนในต่างประเทศที่ผ่านมา

ล่าสุดได้ทุ่มงบฯ 4 หมื่นล้านบาท สำหรับลงทุนกลุ่มโรงแรม NH Hotel Group ในประเทศสเปน โดยถือหุ้น 45% และไตรมาส 4 จะมีบทสรุปอีกครั้งสำหรับการลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นนี้

“4-5 หมื่นล้านเป็นงบฯปกติที่เราตั้งไว้ลงทุนต่อเนื่อง แต่ถ้าโอกาสดี ดีลดี ๆ เราก็จะมีงบฯพิเศษขึ้นมา อย่างเช่นดีลโรงแรมในสเปนครั้งนี้ ซึ่งการลงทุนธุรกิจโรงแรมในยุโรปในครั้งนี้ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อขยายรายได้ในกลุ่มโรงแรมให้เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งในด้านของพอร์ตโฟลิโอ (portfolio) ของโรงแรม”

รวมทั้งภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารในปีนี้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีทางเลือกในการใช้บริการธุรกิจร้านอาหารอย่างหลากหลาย คาดว่าในไตรมาส 4 จะมีสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น เทศกาลต่าง ๆ ระหว่างการท่องเที่ยว จะทำให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น

ปัจจุบัน “ไมเนอร์ กรุ๊ป” มีธุรกิจร้านอาหารถึง 9 แบรนด์ รวมทั้งหมด 2,085 สาขา นอกจากนี้ยังมีธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิตสินค้า ทั้งแบรนด์แฟชั่นและแบรนด์เครื่องใช้ในบ้านและครัวเรือน สร้างรายได้รวมในไตรมาสแรกของปี 1,130 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2560 ถือว่าเติบโตช้ากว่าเดิม บริษัทจึงต้องมองหาโอกาสในการขยายการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ อาทิ อเนลโล่ บานาน่า รีพับบลิค บอสสินี่รูคส์ บราเธอร์ส เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดโตมาจากกลุ่มธุรกิจโรงแรม 55% ธุรกิจจัดจำหน่าย 7% และธุรกิจร้านอาหาร 38% เนื่องจากการลงทุนขยายสาขาใหม่ของทั้ง 3 ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

Previous articleไม่ใช่เพลย์กราวด์ของเด็กสมองใส! ประธานดีป้าชี้ “บอร์ดบริหาร” ต้องรู้ดิจิทัลลึกซึ้งก่อนลงทุน
Next article“อาลีบาบา” เตรียมตั้งบริษัทด้านชิพในกวางโจว ตั้งเป้าเปิดตัวชิพ AI ตัวแรกครึ่งหลังปี 2019