แพทองธาร โชว์เพื่อไทยเป็นรัฐบาล แก้เศรษฐกิจใน 6 เดือน เศรษฐา เชียร์สู้

แพทองธาร ชินวัตร

อุ๊งอิ๊ง นำทัพ ครอบครัวเพื่อไทย บุกเชียงราย ฉายภาพหากเป็นรัฐบาลจะรุกแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 6 เดือน ลั่น พร้อมรับศึกใหญ่ เปลี่ยนกติกาเลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่กลัว “เศรษฐา ทวีสิน” โผล่เชียร์

วันที่ 7 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย จัดงาน “ครอบครัวเพื่อไทย ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด” นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า ที่ท่าอากาศยานเชียงราย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อาทิ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ พร้อมด้วยประชาชนที่สวมเสื้อสีแดง “ครอบครัวเพื่อไทย” รอต้อนรับน.ส.แพทองธาร นายพานทองแท้ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย

ทันทีที่น.ส.แพทองธาร พร้อมคณะเดินทางมาถึง กองเชียร์ครอบครัวเพื่อไทย ได้ส่งเสียง “ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์’ ดังสนั่นกึกก้อง โดยมีประชาชนร่วมคล้องพวงมาลัยให้กับน.ส.แพทองธาร จากนั้นน.ส.แพทองธาร พร้อมคณะได้เดินทางไปที่ศูนย์ประชุมท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อร่วมปราศรัยในงานครอบครัวเพื่อไทย

น.ส.แพทองธารปราศรัยตอนหนึ่งว่า ถ้าลำบากก็ขอให้ประชาชนอดทนอีกนิด ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับมาดูแลพี่น้องประชาชนอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยไม่เคยลืมชาวเชียงราย ทั้งนี้ นายทักษิณตั้งใจอย่างมากว่า ถ้าได้มีโอกาสกลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษากัน ร่วมมือกัน ไม่ขัดแย้งกัน ไม่เป็นศัตรูต่อกัน เพราะประชาชนประสบปัญหาใหญ่ คือปัญหาเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต ดังนั้น สิ่งที่โฟกัสคือให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้า ให้ประชาชนพ้นความทุกข์ยาก

“การเลือกตั้งก็เหมือนกับการแข่งขันกีฬา ต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะเสมอ แต่เมื่อจบการแข่งขันลงต้องมีผู้เสียใจและผู้ดีใจ แต่หลังจากนั้น อยากให้ทุกคนกอดคอกัน เป็นเพื่อนกันได้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณนายยงยุทธ (ติยะไพรัช) ซึ่งเป็นน้องรักของคุณพ่อ และเป็นหลักให้ทางภาคเหนือที่ทำให้เราสามารถมีที่พึ่งพิงได้ และขอขอบคุณผู้แทนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเสมอ หลายท่านก้าวข้ามผ่านความขุ่นเคืองในใจของตัวเองเพื่อโฟกัสไปที่ประชาชนและประเทศชาติของเรา” น.ส.แพทองธารกล่าว

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า ศึกใหญ่ที่กำลังจะเข้ามาคือการเลือกตั้ง วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนกฎกติกาการเลือกตั้งไปกี่สิบครั้งก็ตาม พรรคเพื่อไทยพร้อมเสมอ เพราะมีคำตอบให้ประชาชนชาวเชียงรายและประชาชนทั้งประเทศ ต่อไปเชียงรายจะต้องรวมกันอย่างเข้มแข็งเพื่อนำนโยบายของพรรคเพื่อไทย บวกกับผู้แทนฯ มาพัฒนาเชียงรายและประเทศไทยของเราให้ทุกคนหายจน

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะทำงานเชิงรุก 6 เดือนแรก จะแก้ปัญหาภาพกว้าง ปัญหาเศรษฐกิจ โดยนโยบายจะพูดชัด ๆ หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภา โดยจะแก้ไขระบบราชการที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน โดยจะแก้ปัญหาให้ประชาชนพ้นหนี้ ให้เข้าถึงแหล่งทุนให้มากขึ้น เพิ่มช่องทางทำมาหากิน โดยเพิ่มช่องทางให้คนทุกรุ่นทุกวัยหารายได้ด้วยตัวเอง

โดยจะส่งรัฐมนตรีไปทำงานผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด โดยมีผู้แทนเชิญปราชญ์ชาวบ้านมา ตนเชื่อว่าไม่มีใครเข้าใจ จ.เชียงรายดีเท่ากับคนเชียงรายเอง ภายใน 1 ปีหลังพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ปัญหาภาพใหญ่ ๆ ทั้งหมดจะถูกแก้ปัญหา และลงรายละเอียดในการแก้ปัญหา สำหรับ จ.เชียงราย เป็นจังหวัดสำคัญที่ต้องแก้ไขและปลดล็อก

“ดิฉันไปเยี่ยมคุณพ่อที่ดูไบ 50 ปีก่อนไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เป็นประเทศที่มีทุกอย่าง เป็นประเทศที่คนอยากมาลงทุนมากที่สุด จ.เชียงรายยอมแพ้ไม่ได้ค่ะ เราจะเพิ่มโอกาสให้คนรุ่นใหม่ โลกดิจิทัลให้คนรุ่นใหม่ใช้ศักยภาพได้เต็มที่” น.ส.แพทองธารกล่าว

Advertisement

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยว่า เมื่อวานนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พาคณะไป จ.หนองคาย ประกาศล้มพรรคเพื่อไทย แต่ตนห่วงว่ากลัวพล.อ.ประวิตรจะล้มก่อน รวมทั้ง พล.อ.ประวิตรจะต้องใช้รถยก ทั้งนี้เสียดาย ประเทศไทยมีนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ 8 ปี ทำให้ประเทศไทยพังมา 8 ปี แทนที่สำนึกืแต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับตีหน้ามึน

“บอกไปยังพล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 8 ปี ไม่ต้องดูกฎหมาย ให้ดูหน้าประชาชน สภาพ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ดูหน้าประชาชน ผมเห็น พล.อ.ประยุทธ์ 8 ปีต้องดูหน้าประชาชน เสียหาย ฉิบหายหมดแล้ว ไม่ต้องถามศาลรัฐธรรมนูญ จะอยู่ทำหอกอะไรพล.อ.ประยุทธ์ อย่าให้ขึ้นเดี๋ยวด่า”

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย นายธนรัช จงสุทธานามณี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายมงคลชัย ดวงแสงทอง นางสาวละออง ติยะไพรัช นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ นายอิทธิเดช แก้วหลวง และนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์

โดยนายพิเชษฐ์กล่าวว่า วันนี้ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ลูกหลานเสพยา สร้างปัญหาครอบครัว สร้างปัญหาสังคมมากมาย แต่รัฐบาลประยุทธ์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จนยาเสพติดท่วมประเทศและทั่วโลกหวาดกลัวประเทศไทย ซึ่งก็ได้ทำให้เชียงรายถูกมองเป็นต้นทางของยาเสพติด เพราะรัฐบาลชุดนี้ละทิ้งเรา ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันเปลี่ยนภาพที่ถูกมองเป็นเมืองยาเสพติดเป็นเมืองเศรษฐกิจ

เพราะจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงไปยังจีน ดังนั้น เราจึงเป็นช่องทางการค้าที่สำคัญ เรามีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีความพร้อมเปิดรับนักลงทุน เราจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง อีกทั้งเรายังเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของประเทศ จากวันนี้เราจะร่วมกันทำให้เชียงรายเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ได้

ด้านนายวิกรมกล่าวว่า โครงการดี ๆ ในสมัยรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องจบลงไปเพราะการรัฐประหาร ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลจะผลักดันกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อคืนความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้พี่น้องให้สำเร็จ

โดยเสนอ 4 เรื่องดังนี้ 1.โครงการ ‘อำเภอสุขใจ’ ต่อยอดการให้บริการประชาชนด้วยใจ โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เข้ามาทำงานในที่ว่าการอำเภอ สร้างงานสร้างอาชีพและการมีส่วนร่วม 2.ผลักดันโฉนดชุมชน ออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินโดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชนและจัดสรรที่ดินให้คนในชุมชน

3.ส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและผลักดันรัฐวิสาหกิจชุมชน เพื่อส่งเสริมการตลาดและเทคโนโลยีเพื่อสร้างอาชีพ และ 4.ผลักดันกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ และสภาชาติพันธุ์ เข้าถึงสิทธิทรัพยากรและสิทธิในการจัดการตนเองในชุมชน

นายอิทธิเดชกล่าวว่า อยากให้เศรษฐกิจดี ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลสัก 8 ปีสถานการณ์ต่าง ๆ จะดีกว่านี้นับร้อยเท่า โดย 1.เจรจาเปิดการค้าที่ติดขัดในเชิงนโยบาย พร้อมจัดทำ ‘ยุทธศาสตร์การค้าชายแดน’ เพื่อเชื่อมต่อการค้ากับประเทศในกลุ่มตามกรอบข้อตกลงต่าง ๆ ที่ไทยเป็นภาคีสมาชิก และภายใน 3 ปีจะเพิ่มมูลค่าการค้ารวมกันทุกด่านพรมแดนของเชียงราย จาก 5 หมื่นล้านบาท ให้เป็น 1 แสนล้านบาท และเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและค้าผ่านแดนทั่วประเทศ จากปีละ 1.7 ล้านล้านบาท เป็น 3 ล้านล้านบาท

2.จัดตั้งหน่วยงานมารับผิดชอบการค้าชายแดนโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการค้าชายแดนอย่างมีเอกภาพ 3.ทำ Mobile Customs and Certifications หรือรับรอง Certificate ของผลิตภัณฑ์เชียงราย โดยรัฐบาลให้กรณีผ่านมาตรฐานเป็น C3 สร้างมาตรฐานการคัดกรองสินค้าส่งออก ลดความเสี่ยงถูกกักกันสินค้าที่ชายแดนจีน

4.จะผลักดันให้มีการทำ Vat Refund ที่ด่านพรมแดนได้ รวมถึงให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ามาประเทศไทยสามารถทำ Visa on Arrival (VOA) ณ ด่านพรมแดนที่เป็น ‘จุดผ่านแดนถาวร’ รวมทั้งสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง

5.เร่งรัดจัดทำระบบผังเมืองชายแดน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบขนส่งระหว่างเมืองชายแดน สร้างระบบการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิและระบบขนถ่ายสินค้า สร้างตลาดขายส่งขายปลีกสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นและสร้างเทอร์มินอลผู้โดยสาร เพื่อเชื่อมต่อระบบเดินทางทั้งทางรถ ทางราง เรือ และทางอากาศ เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว ตลาดส่งออกสินค้า และ ”เป็นศูนย์กลางการส่งสินค้าข้ามแดนหลายรูปแบบ

นางสาววิสาระดีกล่าวว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเราจะผลักดันแคมเปญ ‘เชียงราย ท่องเที่ยวทุกฤดู’ เราเที่ยวกันได้ทั้งปี โดยหยิบจับสิ่งที่มีอยู่มาปรุงใหม่ให้ออกมาขายได้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ฟื้นขึ้นมาให้ได้ในระยะสั้น และวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวให้คงอยู่คู่กับเชียงรายได้อย่างยั่งยืน โดย 1.ภาครัฐจะต้องกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดได้ เพื่อเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว

2.ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรือธรรมชาติ จัดเทศกาลใหญ่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่เพื่อดึงดูดคนทั่วโลก ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาสในส่วนนี้ ซึ่งเชียงรายเป็นดินแดนที่ล้ำค่า เป็นแผ่นดินทองที่รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่สามารถสืบสานและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกมากหากได้รัฐบาลประชาชนที่บริหารเป็นเข้ามาทำหน้าที่

ร.ต.อ.ธนรัชกล่าวว่า เมื่อ 10 ปีก่อนที่ภาพยนตร์จีน Lost in Thailand มาถ่ายทำในประเทศไทย หลังออกฉายในปี 2555 ทำให้มีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นในทันทีถึง 13% ในเดือนถัดมา และจังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายสำคัญที่คนจีนต้องไปเยือนเพื่อตามรอยภาพยนตร์

ได้เสนอให้จัดตั้งเขตพิเศษเศรษฐกิจภาพยนตร์ เมืองแฝด เชียงใหม่-เชียงราย ซึ่งมีต้นทุนความพร้อม ทั้งธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและกองถ่ายทำ โดยรัฐจะต้องสนับสนุนส่งเสริมในด้านต่าง ๆ และอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ลดอุปสรรคยุ่งยากซับซ้อน

พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย หากทำได้สำเร็จ เงินจะไม่สะพัดแค่ที่เชียงราย แต่การพัฒนาความรู้ ความสามารถ และโอกาสจะส่งผลต่อคนทั้งประเทศ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาสและพร้อมทำทุกอย่างให้พ่อแม่พี่น้องมีชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้แชร์ทวิตเตอร์ ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และโพสต์ข้อความว่า “สู้ สู้”

ทวิตเตอร์ เศรษฐา ทวีสิน