เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
Economic ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
World มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ก.ตร. มีมติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16
Politics ก.ตร. มีมติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16
‘พิพัฒน์’ เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 27,000 ครัวเรือน บุกรุกบนที่ดินรถไฟ
Real Estate ‘พิพัฒน์’ เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 27,000 ครัวเรือน บุกรุกบนที่ดินรถไฟ
กฟผ.-ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ปักหมุดไทย ทดสอบเทคโนโลยีลดก๊าซ SF₆ แห่งแรกของโลกที่แรงดัน 550 kV
Economic กฟผ.-ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ปักหมุดไทย ทดสอบเทคโนโลยีลดก๊าซ SF₆ แห่งแรกของโลกที่แรงดัน 550 kV
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปั้น CEO Influencer รุ่นใหม่ TIJ#3 สร้างยอดขายทะลุ 80 ล้านบาท ใน 2 เดือน
Economic กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปั้น CEO Influencer รุ่นใหม่ TIJ#3 สร้างยอดขายทะลุ 80 ล้านบาท ใน 2 เดือน
ธอส. โชว์ผลงานครึ่งแรกปี’69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 1.2 แสนล้าน แตะครึ่งทางเป้าหมายทั้งปี
Finance ธอส. โชว์ผลงานครึ่งแรกปี’69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 1.2 แสนล้าน แตะครึ่งทางเป้าหมายทั้งปี
ดูทั้งหมด

เทียบกำลัง-ทุน “ประยุทธ์-ประวิตร” ค้ำเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เลือกตั้งสมัยหน้า

05 ต.ค. 2565 | 09:14น.
ประยุทธ์-ประวิตร
รายงานพิเศษ

6 เดือนสุดท้ายก่อนรัฐบาลครบวาระ 23 มีนาคม 2566 เข้าสู่โค้งหักศอกก่อนถึงวันเลือกตั้ง พลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องมานั่งขบคิดจะเสนอชื่อใครเข้าชิงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “รอบสุดท้าย”

2 ชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยัง “ไม่สะเด็ดน้ำ” ว่าใครจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ

อีก 1 คนนอกพรรค-ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะเข้ามาเป็นบริการเสริมในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

ตามไทม์ไลน์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กาปฏิทิน 7 พฤษภาคม 2566 เป็น “วันหย่อนบัตร” การอุบ 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของแต่ละพรรคการเมืองยังพอมีเวลา เพื่อกลยุทธ์ทางการตลาดให้คนพูดถึง-คาดเดา

ทว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 6 ต่อ 3 นับอายุขัยวาระนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2562 ทำให้เหลือเวลานั่งเก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหาร อีกเพียง 2 ปี กลาย “ตัวเร่ง” ให้พรรคพลังประชารัฐต้องคิดเร็ว-ทำเร็ว

“วีระกร คำประกอบ” ส.ส.นครสวรรค์ รุ่นเก๋า-กรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ออกมาขอเสียงรับรอง สนับสนุน “พล.อ.ประวิตร” นั่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพลังประชารัฐแบบ “ไร้รอยต่อ”

“เพียงแต่เปลี่ยนหน้าไพ่เล่น พลังประชารัฐควรจะมียุทธศาสตร์ให้เล่นได้บ้าง ต้องมีไพ่หลายหน้าให้พรรคได้เล่น ทุกคนมองไพ่ใบนี้เหมือนกันหมด”

ฟาก “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี-ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ-รัฐมนตรีก๊วนตึกไทยคู่ฟ้า มือขวา พล.อ.ประยุทธ์ ที่กำเสียงพรรค-เสียงพวกไว้ในมือ กว่า 20 เสียง กระโดดออกมาปกป้อง “ลุงตู่” ทันควัน

“เป็นความเห็นส่วนตัว ต้องเป็นมติพรรค เป็นเรื่องละเอียดอ่อน วันนี้เรามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ จำได้ว่า เราเสนอชื่อลุงตู่เป็นนายกฯ คนแรก มีคนเดียว”

“วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เราควรจะดีใจและให้กำลังใจท่านนายกฯ เลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร กรรมการบริหารพรรคก็มาว่ากัน มาถกกัน แต่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะเจาะจะมาพูดถึง ไม่เหมาะสม”

“เรื่องนี้คิดได้เหมือนกันหมด แต่ไม่ได้ออกมาพูดต่อสาธารณะในวันนี้ ต้องถกเถียงเหตุและผลกัน ถ้าเกิดออกมาแบบนี้ แผน A แผน B แผน C เป็นอย่างไร ให้ตกผลึกแล้วถึงจะพูด”

“ไม่ใช่กาลเทศะ เรื่องอย่างนี้พูดไม่ได้ ในทางการเมือง เดี๋ยวจะแสดงความเห็นส่วนตัวกันหมด ส.ส. 90 กว่าคน 100 คน ก็พูดกัน 100 เรื่อง จะยุ่ง”

“วันนี้ยังไม่หมดเทอม ยังไม่ใช่เวลา ถึงเวลาตอนนั้นค่อยมาหารือกันอีก แฟนคลับหรือคนที่เชียร์พลังประชารัฐอยู่จะมองอย่างไร ถ้าตีความว่าอยู่ได้ถึงปี’68 ก็ต้องเสนอ 3 ชื่อ แต่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกัน เพิ่งผ่านมาแค่วัน สองวัน”

ยิ่งความได้เปรียบเดียวพรรคพลังประชารัฐ ส.ว. 250 คนจะสามารถ “ยกมือ” โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 ป. “ทิ้งทวน” เป็นครั้งสุดท้าย ทำให้ต้องเตรียมแผนสอง-แผนสาม เพื่อรองรับหากต้องเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ
3 แผน เลือกนายกฯ

Plan A เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสภา ให้เป็น “นายกรัฐมนตรีวาระสุดท้าย” อีก 2 ปี เพื่อสยบแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐ และให้ พล.อ.ประวิตร มา “รับไม้ต่อ” ในช่วง 2 ปีที่เหลือ

แต่อาจจะ “ลุ้นไม่ขึ้น” และ “เกมเปลี่ยน” เพราะในปี 2568 ส.ว. 250 คน จะไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจะครบวาระ 5 ปี ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2567

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังมี “ไพ่ไฟ” ให้เล่นอีก 1 ใบ คือ อยู่เพียง “ปีเดียว” และชิงยุบสภา ก่อนที่ ส.ว. 250 คนครบวาระ เพื่อให้มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี-พล.อ.ประวิตร “ครั้งท้ายสุด”

Plan B เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสภา และไป “วัดบารมี” ของ พล.อ.ประวิตร ใน ส.ว. 250 คน ให้ “บล็อกโหวต” แล้วค่อยเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็น “นายกรัฐมนตรีสำรอง”

Plan C เสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีในสภาชื่อแรก เพื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีเบ็ดเสร็จ 4 ปี เพื่อไม่ให้เกิดจุดพลิกกระดานการเมืองในช่วง “รอยต่อ” ทำให้พรรคพลังประชารัฐตกกระไดพลอยโจนไปเป็นฝ่ายค้าน

ปาฏิหาริย์ทางกฎหมาย

แต่ด้วยปัจจัยทั้งหมดไม่ควรลืมว่า การที่ “พล.อ.ประยุทธ์” รอดพ้นจากคดีนายกฯ 8 ปีนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงหลักการของกฎหมาย ทว่ายังมีปาฏิหาริย์ของกฎหมาย ที่ต้องลุ้นจนวันสุดท้ายก่อนวินิจฉัยลงมติเสียงถึง 6 ต่อ 3 ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

จนผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาว่า การกำหนดเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 158 วรรคสี่ จึงมีความหมายเฉพาะการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้บังคับในวันที่ 6 เมษายน 2560 และผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งนายกฯ ในคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 การดำรงตำแหน่งของผู้ถูกร้องจึงเป็นการดำรงตำแหน่งภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ จึงอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 158 วรรคสี่

ทั้งนี้ การให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จะต้องถือเอาวันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้เป็นวันเริ่มต้นรับตำแหน่ง

“ดังนั้นการดำรงตำแหน่งของผู้ถูกร้องจึงนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ผู้ถูกร้องจึงดำรงตำแหน่งนายกฯ ยังไม่ครบกำหนดเวลาตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตามมาตรา 158 วรรคสี่ ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องจึงไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมากจึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลง”

เปิดกาต้มน้ำเดือด ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พวยพุ่งออกมาบริหารอำนาจอีกครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งเกมที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ร่วมแชร์อำนาจในกระบวนการก่อนวันพิพากษา

สามมิตร ชี้ขาด พปชร.

ดังนั้นการให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ 4 ปีเต็ม ต้องยอมแลกมากับรอยร้าว-แตกหัก ระหว่าง พี่-น้อง 3 ป. ยกเว้น พล.อ.ประยุทธ์ ยอมหลีกทาง-ถอนตัวไม่เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือตัดไฟแต่ต้นลม “วางมือ” ทางการเมือง

ขณะที่ “แผนสำรอง” คือ การหา “คนนอกพรรค” สเป็กนักเศรษฐศาสตร์ การเงิน-การคลัง มาเป็น “ตัวเลือกใหม่” ห้อยท้ายบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 3 ให้เป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ”

“แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ต้องเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ว่า พรรคพลังประชารัฐมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแรง จะต้องสร้างภาพให้เกิดความมั่นใจต่อพรรคว่า วันนี้เรามีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คนในไม่มี คงต้องเป็นคนนอก ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน การคลัง ต้องมีทักษะเศรษฐกิจ” “หน่วยกล้าตาย” แห่งปากน้ำโพ ออกมาส่งเสียงดัง ๆ

ทุกเสียง-ทุกกลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชารัฐล้วนแล้วแต่มีความหมาย เมื่อถึงคราวต้องตัดสิน

โดยมี “กลุ่มสามมิตร” อันประกอบด้วย สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกลุ่มการเมืองที่เป็น “ตัวชี้ขาด”

“ทุกคนฟัง พล.อ.ประวิตร เพราะเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเรา ทั้งพรรคหนุน พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประวิตรให้เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ เราก็ต้องเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ คราวที่แล้วจำเป็นต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ แต่คราวนี้ พล.อ.ประยุทธ์เหลือเวลาอีก 2 ปี” แกนนำพรรคพลังประชารัฐรายหนึ่งเฉลยข้อสอบคนที่จะเป็น “นายกรัฐมนตรีโควตาพลังประชารัฐ” สมัยหน้า

ทุนใหญ่ปัจจัยชี้ขาดหนุนประยุทธ์

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ท่ามกลางรอยปริแยกที่ยังไม่ชัด ก็เด่นชัดขึ้นเมื่อ “ทุนใหญ่” ย้ายข้างหนุน เนื่องจากเคยหนุนนำบ้านป่า พลิกมาหนุนทำเนียบมากขึ้น โดยเฉพาะเกมช่วงชิงซีอีโอ บริษัทรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ ที่ถูกเขย่าปรับโครงสร้าง-เปลี่ยนคน-รวบอำนาจใหม่ ก่อนประกาศเปิดตัวผู้ท้าชิงอย่างเป็นทางการ

ทั้งปัจจัยการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ปัจจัยการเมืองบ้านป่ารอยต่อ ปัจจัยการเมืองระดับมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างเป็นตัวกำหนดชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ

ใครมีกำลังทุนหนุนนำ กำลังการเมืองมากที่สุด คนนั้นโอกาสชนะในเกมนี้สูง