ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ประยุทธ์ไปต่อ พ้นมลทินไม่สิ้นสุดวาระนายกฯ 8 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ ได้ไปต่อ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่ 6 เมษายน 2560 ถึง 24 สิงหาคม 2565 ไม่สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง 8 ปี

วันที่ 30 กันยายน 2565 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติกรณีที่มีมติเอกฉันท์รับคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158

ต่อมาเวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยตอนหนึ่งว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายย่อมมีผลใช้บังคับนับแต่วันประกาศใช้ เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ย่อมมีความหมายว่าทุกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมีผลบัญญัติไว้เป็นการทั่วไป เว้นแต่ในบทเฉพาะกาลจะมีการบัญญัติให้เรื่องใดยังไม่มีผลใช้บังคับ

ดังนั้น ไม่ว่ากรณีใด เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับทุกอย่าง จึงต้องเริ่มนับทันที กรณีรัฐธรรมนูญ 158 วรรคสี่ เรื่องระยะ 8 ปี จึงต้องเริ่มนับทันทีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ

“จึงวินิจฉัยได้ว่าผู้ถูกร้อง (พล.อ.ประยุทธ์) ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นนายกฯ ตามมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญนี้ด้วย”

การกำหนดเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 158 วรรคสี่ จึงมีความหมายเฉพาะการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้บังคับในวันที่ 6 เมษายน 2560 และผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งนายกฯ ในคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 การดำรงตำแหน่งของผู้ถูกร้องจึงเป็นการดำรงตำแหน่งภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ จึงอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 158 วรรคสี่ ทั้งนี้ การให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จะต้องถือเอาวันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้เป็นวันเริ่มต้นการเข้ารับตำแหน่ง

ดังนั้น การดำรงตำแหน่งของผู้ถูกร้องจึงนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ผู้ถูกร้องจึงดำรงตำแหน่งนายกฯ ยังไม่ครบกำหนดเวลาตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตามมาตรา 158 วรรคสี่ ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องจึงไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่

“อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 จึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลง”

9 ตุลาการ ตัดสินประยุทธ์

สำหรับ 9 ตุลาการที่ออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัยสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายจิรนิติ หะวานนท์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนภดล เทพพิทักษ์ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

Advertisement

 

ความเคลื่อนไหว ตู่-ป้อม

สำหรับความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญก่อนการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำบุญตักบาตรตามปกติที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร. 1 ทม.รอ.)

ต่อมาเวลา 09.42 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว หมายเลขทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร โดยบรรยากาศที่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในกระทรวงกลาโหม ทำให้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศต้องปักหลักเก็บบรรยากาศด้านหน้าทางเข้ากระทรวงกลาโหมอย่างคึกคัก

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเวลา 09.30 น. นางสุจิตรา ทุไร (H.E. Ms. Suchitra Durai) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าอำลา ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งนี้ ถือเป็นการใช้ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นครั้งที่ 3 หลังรับตำแหน่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ก่อนที่เวลา 10.00 น. นายอะห์มัด สาเมาะ ผู้ชนะเลิศการแข่งขันท่องจำอัลกุรอานนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประวิตร ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1

พล.อ.ประวิตรตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้น ๆ เมื่อถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ว่า “ไม่ได้คุย จะไปเจอกันยังไง” เมื่อถามอีกว่า ได้ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์อย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ให้กำลังใจทุกวัน แต่ล่าสุดยังไม่ได้คุย”

ไทม์ไลน์ เส้นทางคดี 8 ปี

สำหรับเส้นทางคดี การดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มมีการชูประเด็นดังนี้ตั้งแต่รัฐบาลเจอรุกไล่อย่างหนักจากม็อบราษฎร และมีการถกเถียงถึงการดำรงตำแหน่งวาระ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะครบ 8 ปี ในวันที่ 24 เดือนสิงหาคม 2565 หรือจะครบวาระในปีไหนกันแน่

แต่นักการเมืองฝ่ายค้านนำโดยพรรคเพื่อไทย เห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เนื่องจากอาจถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกได้

ต่อมาตุลาคม 2564 ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร สรุปประเด็นข้อกฎหมายส่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่าการนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรค 4 ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2562 ที่เป็นวันโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นไป ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเป็นนายกฯ ได้ถึงปี 2570

โดยข้อสรุปดังกล่าวระบุตอนหนึ่งว่า การกำหนดเงื่อนไขให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้นั้น เป็นเงื่อนไขการจำกัดสิทธิบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการบัญญัติกฎหมายในทางเป็นโทษ จะนำมาบังคับใช้ย้อนหลังในทางที่เป็นโทษไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญให้ผลย้อนหลังใช้บังคับกับการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ย่อมขัดหลักกฎหมาย”

ส่วนประเด็นรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 ที่แม้จะกำหนดให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้นั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 เป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนครม. ตามบทหลักของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และต้องพ้นจากหน้าที่ภายหลังจากที่ ครม.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เข้าปฏิบัติหน้าที่

“หากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ จะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่า ให้นับระยะเวลาดังกล่าวรวมเป็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย ดังนั้น ระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 นับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้ จนถึงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่ถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158”

ต่อมา 28 ธันวาคม 2564 ข้อสรุปดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ จนกระทั่งเป็นประเด็นนายกฯ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกในเดือนมกราคม 2565

เมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคม 2565 ทั้งได้มีหลายฝ่ายยื่นให้องค์กรต่าง ๆ ตรวจสอบวาระ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์

เริ่มจาก วันที่ 5 สิงหาคม 2565 “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้ทั้งสองหน่วยงานเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ที่สุดแล้วผู้ตรวจการแผนดินตีตกคำร้อง เนื่องจากเป็นอำนาจขององค์กรอื่น

17 สิงหาคม 2565 171 ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัยประธานรัฐสภา ขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยนายชวนได้ส่งต่อคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวันที่

22 สิงหาคม 2565 เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือคำร้องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย วาระการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว

ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

24 สิงหาคม 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้อง พร้อมทั้งมีมติ  5 ต่อ 4 แบ่งเป็นเสียงข้างมาก 5 คนเห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายจิรนิติ หะวานนท์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ส่วนฝ่ายเสียงข้างน้อย 4 คน ที่เห็นว่าไม่ควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

พร้อมกับให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาฯ กรธ. ทำหนังสือชี้แจง รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาคือ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาเป็นลายลักษณ์อักษร

1 กันยาน 2565 พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งคำชี้แจง 23 หน้า ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยมี พล.ต.วิระ โรจนมาศ เป็นหัวหน้าทีมสู้คดี

6 กันยายน 2565 สื่อออนไลน์มีการเผยแพร่คำชี้แจงของนายมีชัย  

7 กันยายน 2565 สำนักข่าวต่าง ๆ เผยแพร่คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ พล.อ.ประยุทธ์

8 กันยายน 2565 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดส่งสำเนาบันทึกการประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 501 วันที่ 11 กันยายน 2561 มีวาระการประชุมรับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 500 วันที่ 7 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นการประชุมที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ.ระบุว่า การนับวันดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องรวมการดำรงตำแหน่งก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้ด้วย

โดยให้จัดส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 13 กันยายน 2565 และกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปวันที่ 14 กันยายน 2565

9 กันยายน 2565 สภาส่งรายงานการประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 ถึงศาลรัฐธรรมนูญ

14 กันยายน 2565 ศาลรัฐธรรมนูญ อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย แล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง

30 กันยายน 2565 ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินวาระการดำรงตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุด โดยเริ่มนับวันเข้ารับตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 6 เมษายน 2560 อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ จึงเท่ากับว่า วาระ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะครบกำหนดในวันที่ 6 เมษายน 2568